อ้วน!!..ลงพุง ...มหันตภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง
นอกจากจะทำให้หุ่นเสียแล้ว โรคอ้วนยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง
ปัจจุบันพบภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการสำรวจปี พ.ศ.
2543 คนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป มีเส้นรอบพุงเกินเกณฑ์กำหนด จำนวน 9.3
ล้านคน ในจำนวนนี้พบเป็นโรคอ้วนลงพุงถึง 6 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3
ของคนอายุ 35 ปีขึ้นไป!!
...หันมามองใกล้ๆตัว...ที่ทำงานของผู้เขียนเอง(สสจ.ชุมพร) ข้อมูลจากการตรวจสุขภาพบุคลากรประจำปี 2551
มีผู้มีโภชนาการเกิน
เส้นรอบเอวเกินมาตรฐาน มีไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง จำนวนไม่น้อย
หลายคน(ส่วนใหญ่)ขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
แถมมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมอีกต่างหาก ...ผู้เขียนเคยนั่งนับจำนวนพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของ(เฉพาะของกิน)บนสำนักงาน
ในแต่ละวัน มีประมาณ 24-25 รายต่อวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น
บางรายมาทุกวัน บางรายมาเว้น 1-2
วัน...และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า...ใครมาขายอะไรเป็นซื้อหมด...
บางคนซื้อเป็นอาหารมื้อเช้า
บางคนซื้อเป็นอาหารมื้อเที่ยงและกินระหว่างมื้อ
แถมบางคนซื้อตุนกลับไปบ้านมื้อเย็นอีกด้วย...แทบจะไม่ต้องออกไปหากินที่ไหนเลย
มีให้เลือกซื้อและกินถึงโต๊ะทำงานแบบไม่ขาดปากกันทีเดียว...อย่างนี้เรียกว่า
"อยู่ดี กินดี"
จริงๆ...
|
โครงการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนสำหรับบุคลากรสาธารณสุขจังหวัดชุมพร ปี 2551 ภายใต้โครงการคนไทยไร้พุง ...จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรเกิดความตระหนักและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร และการออกกำลังกายที่เหมาะสม เป็นโครงการในความรับผิดชอบของ งานส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ สสจ.ชุมพร |
|
...เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2551 ได้มีการจัดประชุมชี้แจงโครงการและอบรมให้ความรู้แก่ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ...ถือเป็นวันเปิดตัวโครงการ โดยมี ท.ญ.นภาภรณ์ พานิช นักวิชาการสาธารณสุข 9 (ชช.) ด้านส่งเสริมพัฒนา ให้เกียรติ์เป็นประธานเปิดการประชุม |
|
| พี่มวล (คุณประมวล กาลพัฒน์) หัวหน้างานส่งเสริมสุขภาพ ได้นำเสนอข้อมูลจากการตรวจสุขภาพบุคลากรสาธารณสุขประจำปี และการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเข้าโครงการ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ และชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการไว้ 94 คน ขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 60 คน | ![]() |
|
หลังจากนั้น...เป็นการประชุมชี้แจงโครงการและให้ความรู้ ทักษะในการปฏิบัติตน 2 เรื่อง คือ โภชนาการ และ การออกกำลังกาย โดยวิทยากร 2 ท่าน คือ พี่พร (คุณปัญจภรณ์ ไกรวิลาส) เจ้าของโครงการ และ พี่หนุ่ย (คุณวัชรี เพชรเจริญ) |
|
ช่วงเช้า...พี่พรชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนของโครงการ ...หลังจากผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว จะมีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าโครงการ คือ ตรวจสุขภาพประจำปี ทดสอบสมรรถภาพทางกาย วัดรอบเอว รอบสะโพก ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และประเมินค่า BMI (Body Mass Index) หลังจากนั้นจะประชุมชี้แจงโครงการและให้ความรู้และทักษะใน 2 เรื่องหลัก คือ โภชนาการ และ การออกกำลังกาย และให้ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการลงนามในสัญญา แจกคู่มือโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ปฏิบัติการตามสัญญาในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 26 มิถุนายน ถึง 26 ธันวาคม 2551...เรียกว่า เป็นการเข้าค่ายจิตสำนึก เพราะต้องทำด้วยตนเองไม่มีใครบังคับ ระหว่างนี้ก็จะจัดให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อครบกำหนดก็จะมีการตรวจสุขภาพประจำปี ทดสอบสมรรถภาพทางกาย วัดรอบเอว รอบสะโพก ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และประเมินค่า BMI ซ้ำอีกครั้งเพื่อประเมินผล โดยจะจัดเวทีสรุปบทเรียนและมอบรางวัลผู้ประสบความสำเร็จในเดือนมกราคม 2552...งานนี้มีรางวัลสำหรับบุคคลต้นแบบ 3 รางวัลๆละ 3,000 บาท และรางวัลสำหรับ 50 ท่านแรกที่ประเมินผลแล้วมีความก้าวหน้า รางวัลละ 500 บาท...น่าสนใจ!!
...เมื่อเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติแล้ว
วิทยากรได้ให้ความรู้
และทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนภาระกิจสู่ความสำเร็จของการลดน้ำหนักและรอบพุง
2 ภาระกิจสำคัญ ภาระกิจที่ 1
ปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหาร... โดยพี่พร
และ ภาระกิจที่ 2
ปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวออกแรงและออกกำลังกาย
...โดยพี่หนุ่ย
...โดยมีคู่มือโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก
ลดความอ้วนภายใน 8 สัปดาห์ ของกองโภชนาการ กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข
และเอกสารความรู้เกี่ยวกับอาหารและการออกกำลังกายแจกให้ทุกคนด้วย
..เชิญชมภาพบรรยากาศการประชุมค่ะ
|
19-20 มิถุนายน 2551 ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย โดยอาจารย์จากสถาบันการพละศึกษาชุมพร... อาจารย์กระซิบมาว่า ในบรรดาหน่วยงานในจังหวัดชุมพรที่ไปทดสอบสมรรถภาพมา ที่นี่ (สสจ.ชุมพร) มีคนอ้วนมากที่สุดเลย ... ดูเอาเอง อิอิ!! |
|
![]() |
![]() |
6 มิถุนายน 2551...วันเปิดตัวโครงการ...โฉมหน้าผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ...จำหุ่นตัวเองเอาไว้นะ...อีก 6 เดือนเจอกัน...
|
|
|
|
![]() |
|
รูปแบบการประชุมวันนี้ ผู้จัดได้นำวัฒนธรรมใหม่ของการประชุมฝึกอบรม ด้วย Healthy Break และกิจกรรมยืดเหยียดร่างกายผ่อนคลายความเครียดมาใช้ มีการคำนวณจำนวนแคลอรี่ของอาหารว่าง และอาหารกลางวันให้ผู้เข้าประชุมได้ทราบว่าแต่ละมื้อได้รับพลังงานเท่าไหร่ โดย พี่แป๋ว (คุณวันดี เผือกนาโพธิ์) เป็นผู้จัดการ...และการยืดเหยียดร่างกายผ่อนคลายความเครียดนำโดย น้องอ้อ (คุณรดา เผือกเจริญ) และ พี่หนุ่ย
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
|
|
ตัวอย่างเมนูอาหารว่างเพื่อสุขภาพ สนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการประชุมฝึกอบรม แบบ Healthy Meeting ---> ประชุมได้ผล คนได้สุขภาพ ...อันนี้น่าสนใจมากค่ะ...น่าจะกำหนดเป็นนโยบายของหน่วยงานให้ทุกฝ่ายถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างของหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานสาธารณสุข...ผู้ดูแลสุขภาพของประชาชน |
![]() |
![]() |
|
อีกหนึ่งข่าวดีค่ะ ---> ชมรมสร้างสุขภาพ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นโครงการที่สอดรับและสนับสนุนโครงการคนไทยไร้พุงเป็นอย่างดี โดยมีพี่หนุ่ยเป็นผู้ประสานงานหลัก มีกิจกรรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก และฝึกโยคะ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.-17.30 น. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ณ ลานไปรษณีย์ชุมพร...จะเริ่มกิจกรรมในวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 นี้เป็นต้นไป และจะมีการประชุมอบรมความรู้เรื่องการออกกำลังกายแก่สมาชิกจำนวนประมาณ 200 คน ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2551 ...แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปค่ะ
ขอขอบคุณ...พี่พร ที่สนับสนุนข้อมูลโครงการ...พี่หนุ่ย ที่อนุเคราะห์ภาพถ่ายการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และ...น้องอ้อ ที่ถ่ายภาพสวยๆให้ในวันประชุม...มากๆค่ะ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความรู้และสาระสำคัญที่ผู้เขียนรวบรวมได้จากการประชุมและเอกสารที่แจก...สำหรับผู้สนใจค่ะ
คนที่อ้วนลงพุงจะมีไขมันสะสมที่ช่องท้องปริมาณมาก ยิ่งรอบพุงมากเท่าไหร่ไขมันยิ่งสะสมในช่องท้องมากเท่านั้น ไขมันที่สะสมนี้จะแตกตัวเป็นไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ไม่ดี เกิดเป็น "โรคอ้วนลงพุง" ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โดยรอบพุงที่ขึ้นทุกๆ 5 ซม. จะเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน 3-5 เท่า ดังนั้น ยิ่งพุงใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งตายเร็วเท่านั้น!!!
| |
เกณฑ์การวินิจฉัยอ้วนและอ้วนลงพุงพิจารณาจาก ค่าดัชนีมวลกาย
(Body Mass Index : BMI)
BMI = น้ำหนัก
(กิโลกรัม)
ส่วนสูง(เมตร)2
เกณฑ์ดัชนีมวลกายสำหรับคนเอเชีย
น้อยกว่า 18.5 กม.ต่อ
ตรม. ผอม
18.5-22.9 กม.ต่อ
ตรม. สมส่วน
23.0-24.9 กม.ต่อ
ตรม. ท้วม
25.0-29.9 กม.ต่อ
ตรม. อ้วนระดับ 1
ตั้งแต่ 3.00 กม.ต่อ ตรม.ขึ้นไป อ้วนระดับ 2
(โรคอ้วน)
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะอ้วนลงพุง
เส้นรอบเอว
ตั้งแต่ 80 ซม. ขึ้นไป ในผู้หญิง และ ตั้งแต่ 90 ซม.
ขึ้นไปในผู้ชาย
เส้นรอบเอวต่อเส้นรอบสะโพก มากกว่า 0.8 ในผู้หญิง และ มากกว่า 0.9
ในผู้ชาย
|
|
ส่วนเกณฑ์การวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome)
คือ คนที่อ้วนลงพุง (เส้นรอบเอว ตั้งแต่ 80 ซม.ขึ้นไปในผู้หญิง และ ตั้งแต่ 90 ซม.ขึ้นไปในผู้ชาย) บวกกับมีปัจจัยเสี่ยงอีก 2 ใน 4 อย่างต่อไปนี้
1) ความดันโลหิตสูง 180/85 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นไป
2) น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารสูง 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ขึ้นไป
3) ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ขึ้นไป
4) ระดับไขมัน HDL โคเรสเตอรอล น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชาย และ น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้หญิง
สาเหตุ ของภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง เกิดจาก การขาดสมดุลระหว่างพลังงานที่ได้รับและพลังงานที่ใช้ไป
โดยปกติ...
ผู้หญิง
ควรได้รับพลังงาน วันละ 1,600 กิโลแคลอรี่
ผู้ชาย
ควรได้รับพลังงาน วันละ 2,000 กิโลแคลอรี่
เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีรูปร่างสมส่วน
จะช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ และไม่ลงพุงได้โดย
1. กินอาหารที่สมดุล
ควบคุมสัดส่วนและปริมาณอาหารให้พอเหมาะในแต่ละวัน
2. กินอาหารธรรมชาติ ไม่แปรรูป
3. กินผักและผลไม้รสไม่หวานให้มากพอและครบ 5
สี คือ เขียว เหลืองส้ม แดง ขาว และน้ำเงินม่วง
4. กินเป็น คือ กินน้อยลง
รู้จักเลี่ยงอาหารมันจัด หวานจัด เค็มจัด
5. กินอาหารพออิ่มในแต่ละมื้อ
6. กินอาหารเช้าทุกวัน
มื้อเช้าเป็นมื้อหลักที่สำคัญ
7.
กินอาหารมื้อเย็นห่างจากเวลานอนไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
สำหรับ ผู้ที่ต้องลดน้ำหนักเพื่อพิชิตอ้วน
ลงพุง มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
1. มีความตั้งใจ
และมุ่งมั่นจริงที่จะพิชิตความอ้วน พิชิตพุง
2. สร้างความคิดที่ดีให้กับตัวเอง เช่น
เราสามารถปฏิบัติได้
3.
ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นไปได้ของน้ำหนักที่จะลด
4. ควบคุมพลังงานจากอาหาร ให้ลดลง 1 ใน 3 ของที่เคยกิน
แต่ไม่ควรน้อยกว่าวันละ 1,200 กิโลแคลอรี่ในผู้หญิง
และไม่ควรน้อยกว่าวันละ 1,600 กิโลแคลอรี่ในผู้ชาย
โดยกินอาหารครบทุกมื้อ ต้องไม่งดมื้อใดมื้อหนึ่ง
แต่ค่อยๆลดปริมาณอาหารที่กินทุกมื้อ
ถ้ารู้สึกหิวทั้งๆที่เพิ่งกินไปให้อดทน
ใช้วิธีเปลี่ยนอิริยาบทไปทำอย่างอื่นแทนเพียง 10 นาที่ก็จะหายหิวได้
หรือดื่มน้ำเปล่าแทน ให้เคี้ยวอาหารช้าๆ อาหาร 1
จานเล็กใน 1 มื้อ ควรใช้เวลาในการกินไม่น้อยกว่า 15
นาที เพราะศูนย์ควบคุมความหิว
ความอิ่มที่สมองจะรับรู้ว่ากินอิ่มแล้ว ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 15
นาที
เคล็ดลับการกินอาหารในแต่ละวัน
จะต้องกระจายปริมาณอาหารในแต่ละวันให้เหมาะสม ทั้ง 3 มื้อ
หากต้องการลดน้ำหนัก
---> ควรกินอาหารเช้าให้มากกว่า แล้วลดอาหารกลางวันลง
และกินอาหารเย็นให้น้อยกว่ามื้อเช้าและมื้อกลางวัน
หากน้ำหนักพอดีอยู่แล้ว --->
ควรกินอาหารเช้าน้อย กินอาหารกลางวันมาก
และกินอาหารเย็นน้อยกว่ามื้อเช้าและกลางวัน
คุณจะอ้วน --->
หากกินอาหารเช้าและกลางวันน้อย แล้วไปกินหนักมากในมื้อเย็น เพราะ
คนที่งดอาหารเช้า จะมีแนวโน้มโรคอ้วนมากกว่าคนที่กินอาหารเช้าสม่ำเสมอ
ถึง 4.5 เท่า เพราะการกระจายปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
ส่งผลให้ระดับอินซูลินในคนที่กินอาหารเช้าคงที่มากขึ้น
จึงช่วยลดการสะสมของน้ำตาลในเลือด
โอกาสที่น้ำหนักขึ้นจึงลดน้อยลง
นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว
จะต้องปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวออกแรงและการออกกำลังกายเป็นประจำ
สม่ำเสมอ ควบคู่ไปด้วย
จะช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ ป้องกันการลดลงของมวลกล้ามเนื้อ
และช่วยไม่ให้น้ำหนักเพิ่มกลับขึ้นมาอีก
หลักในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและรอบพุง ทำได้โดย
1.
เคลื่อนไหวออกแรงและออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
อาจทำต่อเนื่องครั้งเดียว หรือทำเป็นช่วงสั้นๆ วันละ 2-3 ครั้ง
ถ้าน้ำหนักตัวยังไม่ลด เพิ่มเวลาเคลื่อนไหวออกแรงและออกกำลังกาย วันละ
40-60 นาที
2.
เริ่มกิจกรรมเบาก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มจนถึงเป้าหมาย
3.
เคลื่อนไหวออกแรงให้เป็นวิถีชีวิตประจำวัน เช่น เดินมากขึ้น
ทำงานบ้านอย่างกระฉับกระเฉง หรือออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว
ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ รำมวยจีน โยคะ เต้นรำ
การออกกำลังกาย มี 4 ประเภท
เราสามารถเลือกประเภทการออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสมของร่างกาย และวัตถุประสงค์
1.
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและปอด
หรือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก
เป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหลายๆส่วนของร่างกายที่นานต่อเนื่องพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานจากการสันดาปออกซิเจนเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ
จนสามารถกระตุ้นการพัฒนาการของอวัยวะต่างๆที่ใช้ในการดำรงชีวิตไได้อย่างมีความสุข
เช่น หัวใจ ปอด ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ
ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้มีขั้นตอนดังนี้
1.1 ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย
1.2 ควรอบอุ่นร่างกาย (warm up) ประมาณ 5-10 นาที
โดยการเดิน หรือวิ่งเหยาะๆ
เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะออกกำลังกาย
1.3 ค่อยๆเพิ่มการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นได้ถึง
60-70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (ออกกำลังกายปานกลาง) ประมาณ
20-30 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะกระตุ้นพัฒนาการของอวัยวะต่างๆ
แต่ถ้าหากต้องการลดน้ำหนักอาจต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 30-60
นาทีขึ้นไป ตัวอย่างการออกกำลังกายวิธีนี้ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ
ขี่จักรยาน---> สูตรอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด = 220 - อายุ
(ปี)
1.4 ควรคลายกล้ามเนื้อ (cool down)
โดยค่อยๆลดระดับการออกกำลังกายลงเป็นเวลาประมาณ 5-10 นาที
โดยไม่ควรคลายกล้ามเนื้อในห้องแอร์ขณะเหงื่อยังออกอยู่
1.5 ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้ออีกครั้ง
ก่อนหยุดการออกกำลังกาย
2.
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
เป็นการออกกำลังกายที่ใช้เฉพาะกล้ามเนื้อบางมัดซ้ำๆกัน
ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
และความแข็งแกร่งของกระดูก ตัวอย่างเช่น การยกน้ำหนัก การเล่นกล้าม
การวิดพื้น การลุกนั่ง (SIT-UP) การเคอล์อัพ เป็นต้น
การที่มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นนี้
จะช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
ในระยะยาวจึงช่วยป้องกันภาวะอ้วนได้
3.
การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน
เป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง
คือการออกกำลังกายในระดับเบาถึงปานกลาง
แต่ใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายต่อเนื่องนานมากกว่า 20 นาทีขึ้นไป
การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานจากไขมันในสัดส่วนที่สูง
แต่มีผลต่อสมรรถภาพของหัวใจต่ำ
และไม่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกและกล้ามเนื้อ
4.
การออกกำลังกายเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
เป็นการออกกำลังกายเพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อ
ป้องกันการเกิดตะคริว
และป้องกันกล้ามเนื้อและเอ็นได้รับบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย
หากออกกำลังกายวิธีนี้ร่วมกับการฝึกสมาธิ และการฝึกลมหายใจ
จะช่วยควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น การออกกำลังกายวิธีนี้ได้แก่ การฝึกโยคะ
รำมวยจีน การฝึกชี่กง การยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย
คำแนะนำในการออกกำลังกาย
1. ควรเลือกอุปกรณ์การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น
เลือกรองเท้าวิ่งให้ขนาดพอดีกับเท้า
2. ควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกาย 20 นาที
3.ควรยุติการออกกำลังกายทันที เมื่อรู้สึกร่างกายผิดปกติ
ป่วยหรือไม่สบาย
@(^!^)@ ๐(^!^)๐ @(^!^)@ ๐(^!^)๐
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้รักษ์สุขภาพทุกท่านไม่มากก็น้อย ...รวมทั้งชาวเครือข่ายพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จังหวัดชุมพร และ เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาบริการปฐมภูมิ จังหวัดชุมพร ด้วยค่ะ










อยากได้สูตรลดน้ำหนักค่ะ
ตอนนี้เริ่มลดนำหนักเหมือนกัน เอวใหญ่มาก ไปร่วมกิจกรรมกับน้องสาวซึ่งจัดกิจกรรมคนไทยไร้พุงที่จังหวัดนนทบุรี คุมเรื่องอาหาร ออกกำลังกายเต้นด้วยห่วงทำด้วยท่อพีวีซี(ท่อประปา) สนุกดี พาเด็กๆที่อ้วนๆ เต้นพร้อมกัน กิจกรรมนี้ดีมากคะ
คนชุมพรอยู่หาดใหญ่ตามมาดูกิจกรรมคนชุมพรไร้พุงครับ เมื่อก่อนผมก็มีพุง ตอนนี้หลังจากไม่ทานเนื้อสัตว์บกมาสองปีกว่าไม่มีพุงแล้วครับ
การไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ ช่วยลดพุง ลดเอว ได้จริงๆค่ะ
จริงส่วนเดียว คุณก็รู้
ดิฉันเป็นคนทำงานแล้วเลิกดึกคือประมาณ 3 ทุ่มเลยไม่มีเวลาไปออกกำลังกายแล้วก็จะทานหลังเลิกงาน มีวิธีการออกกำลังกายแบบไหนบ้างที่ดิฉันสามารถทำหลังเลิกงานและมันสามารถลดความอ้วนได้เร็วๆๆ ตอนนี้ดิฉันน้ำหนัก52 ส่วนสูง153 ดิฉันมาอ้วนเอาตอน 1 ปีน้ำหนักขึ้นมา12-13 กิโลเลย
อยากได้ตัวอย่างโครงการทดสอบสมรรถภาพร่างกายบุคลากรในโรงพยาบาล พอจพมีไหม ครับ....พอดีกำลังจะทำโครงการทดสอบสมรรถภาพร้างกายของเจ้าหน้าที่ ปี งบ..2554 นี้