ครอบครัวอบอุ่น โรงเรียนมีคุณภาพ...สังคมก็ย่อมเข้มแข็งสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ

 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ช่วงเช้านักเรียนของครูนกโดนครูนกเอ็ดไปเรื่องความรับผิดชอบต่อกฏ ระเบียบของสังคมเพราะนักเรียนของครูนกไม่ยอมรับผิดชอบโซนพื้นที่ทำความสะอาด 5 ไม่ว่าจะจัดเวรอย่างไร หรือครูนก หรือครูฝน(ครูประจำชั้นอีกท่าน)จะเตือน ...ครูนกเฝ้าดูเหตุการณ์มาแล้ว 4 วัน เลยสอบถามเหตุผลจากพวกเด็กๆ ปรากฏว่า ตอนเช้ามาโรงเรียนไม่ทันตอนเย็นมีเรียนพิเศษ...ขณะบางวันธรรมชาติช่วยคือ ฝนตก..ไม่ตกลงพื้นที่ครูนกเลยใช้มาตรการสุดท้ายคือบอกว่าครูเป็นครูธรรมดาที่ต้องมาดูแลนักเรียนโครงการพิเศษ...ถ้าความพิเศษในที่นี่หมายถึงการไม่เคารพกฏกติกาของสังคม...ครูก็ขอดูแลนักเรียนธรรมดาที่มีความรับผิดชอบดีกว่า..หลังจากให้ข้อคิดพวกเขาแล้วก็สอนเคมีต่อ....จนคาบสุดท้ายก็เห็นเด็กของตนเองเฮโลกันไปทำความสะอาดโซนพื้นที่ถอนหญ้า กวาดคูระบายน้ำ  เก็บขยะรอบศาลาที่นั่งอ่านหนังสือ....ครูนกเลยตามไปเชียร์แบบติดขอบสนาม....แนะนำให้เขารู้จักวัชพืช  แต่สิ่งที่ครูนกแอบปลื้มคือเจ้าคนอารมณ์ร้อนของห้องก็ลงไปแล้วมีอาการยิ้มแย้ม...เล่นกับเพื่อนๆอย่างมีความสุข...กลับบ้านวันนี้ครูนกมีความสุข...ที่เห็นเด็กๆตระหนักในหน้าที่และทำงานอย่างมีความสุข สนุกสนานและนักเรียนมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันเพิ่มขึ้น....ปรากฏว่า

  •  เกือบเที่ยงคืน...นร.คนหนึ่งก็ออนเอ็มส่งข่าวแจ้งครูนกว่า...รถของเจ้าตี่น้อยในห้องหาย...ครูนกก็เลยสอบถามบริเวณที่จอดแจ้งความหรือยัง...ปรากฏว่าเจ้าตี่น้อยจอดรถประมาทคือไม่ล็อกรถ..(จะไปแจ้งโรงเรียนก็ไม่ได้ค่ะ...โรงเรียนห้ามนักเรียนนำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน)ข่าวว่ากลับบ้านโดนพ่อแม่เอ็ดอีกหลายตลบ(ไม่อยากให้พ่อแม่เอ็ดรุนแรงเลย...น่าจะตักเตือนเรื่องความประมาทเมื่อรถหายไปแล้ว...ถึงจะดุลูกอย่างไรก็ไม่ได้กลับคืนมาแล้วล่ะค่ะ...ก่อนหน้านี้ต้องควรสอนเขาเรื่องความรอบคอบความไม่ประมาท)....ครูนกก็เลยบอกว่านี้คือบทเรียนอันเกิดมาจากความประมาท...ต่อไปจะทำให้ตี่น้อยมีความรอบคอบต่อการดูแลทรัพย์สินของตนเอง...ส่วนการให้กำลังใจคงต้องรอวันจันทร์นี้ละ....โทรไปหาตอนนี้คาดว่าเจ้าตัวคงเกิดอาการ"งงๆ"ประมาณว่าไม่อยากจะเชื่อเลยครูนกไปคุยกับชาวบ้านบริเวณที่เจ้าตี่น้อยจอดรถ..เขาก็บอกว่าเขาไม่เห็นอะไรผิดปกติ...แต่ถ้าไม่ล็อกก็เคยหายมาแล้วหลายครั้งและมีชาวบ้านช่วยดูให้รอดปลอดภัยมาก็หลายครั้งแล้ว
  • พอตื่นเช้า...ประมาณบ่ายๆแม่ของเจ้าหนุ่มอารมณ์ร้อนของครูโทรมาว่า.."มีเรื่องแล้วครู...ลูกโดนวัยรุ่นตีด้วยเหล็กตอนนี้อยู่รพ.มอ."....ครูนกเคลียร์งานเสร็จตอนเย็นไปเยี่ยม....เห็นแล้วต้องบอกว่าโชคดีโดนตีบริเวณทัดดอกไม้...แต่ยังรอดมาได้...คุณหมอต้องรอเช็คระบบสายตา..ซึ่งตอนครูนกไปก็รอเอ็กซ์เรย์พอดี...ครูนกรอๆๆระหว่างที่รอก็สัมภาษณ์เพื่อนร่วมชะตากรรมซึ่งอยู่ต่างโรงเรียนว่าเกิดอะไรขึ้นคาดว่าเกิดเพราะเหตุใด...ตอนแรกเด็กก็มองครูนกแบบไม่ไว้ใจ...ประมาณเป็นใครมาซักถามเรา....ก็พูดคุยจนเขาเกิดความเชื่อใจระดับหนึ่ง...ได้ข้อมูลมาพอประมาณแต่ต้องรอคุยกับเจ้าลูกชายของเรา...คุณแม่ก็บอกว่าลูกชายไม่ยอมเล่าอะไร  งานนี้ต้องคุยกันอีกเยอะ...โชคดีที่เขาปลอดภัยแม้ต้องรักษาตัวเสียเวลาเรียนไปหน่อย...แต่สิ่งที่หลายคนภาวนาให้เกิดต่อไปคือเขาจะได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้  กรณีเจ้าหนุ่มคนนี้โชคดีว่าครูนกไปเยียมบ้านเขาแล้ว...เพราะดูแววของเขาและข้อมูลเก่าของเขาทำให้ทราบว่าเราต้องดูแลใกล้ชิดอย่างที่ครูนกเคยเขียนบันทึกมาแล้วทำให้การส่งข่าวและการพูดคุยกับแม่กับครอบครัวเป็นไปได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้ลูกศิษย์ครูนกคนอื่นๆบอกว่าครูเราไปทำสังฆทานกันเถอะ.....เราก็บอกว่าได้เลย...ไว้สอบกลางภาคเสร็จไปกันเลย...ให้ใจสงบ...เผื่อสมองปลอดภัย...ต้องพิกัดชีวิตในทางบวกได้เพิ่มขึ้น...ชีวิตคนเราเหมือนนาฬิกา...มีขึ้นมีลง...เราต้องพร้อมรับมือให้ได้....เป็นการทดสอบจิตใจเวลาเรา feel blue....สำหรับครูนกเอง..เนื่องจากเป็นครูที่สอนนักเรียนระดับม.ปลายแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ ปกติจะไม่เรื่องมาให้ตื่นเต้น...ปัญหาที่ครูนกพบเจอคือเรื่องวิชานั้นวิชาโน้นไม่เข้าใจ  ติดการ์ตูน  ติดเกม....แต่ก็ถือว่าเป็นระดับแก้ไขได้...ไม่เคยมีเรื่องทะเลาวิวาทมาเกี่ยว....แต่เมื่อเกิดก็ให้บทเรียนครูได้เช่นเดียวกัน