เพราะความแปลกใหม่แตกต่างมักเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเช่น น้องอยากกิน "หมูกะทะ" ตายละ ร้านหมูกะทะอยู่ไหน

หากได้เดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา สถานที่แห่งหนึ่งที่นักเดินทางมักจะพลาดไม่ได้ นั่นก็คือ อ.พิมาย ซึ่งมีปราสาทหินพิมายและไทรงามให้เที่ยวชม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจาก หนองคาย-อุดร-ขอนแก่น อย่างที่คนสวยและน้องๆแวะเที่ยว

เมื่อวันที่ 25-27 ที่ผ่านมา คนสวยมีโอกาสแบบจรวดให้นำทีมน้องๆมาประชุมที่โคราชอย่างปัจจุบันทันด่วน เนื่องจากว่าแม่ทัพคนที่ถูกแต่งตั้งเกิดอาการออกสนามไม่ทัน มือเก๋าอย่างคนสวยจึงต้องทำหน้าที่แทน

 

น้องๆที่ต้องนำพาเป็นน้องพยาบาลใหม่ไฟกระจายที่จะเข้าร่วมเป็นทีมงานไอซียูเลยต้องมาประชุมเรื่องเครื่องช่วยหายใจที่ต้องมีโอกาสใช้อย่างแน่นอน

ด้วยความที่เห็นว่าลูกทัวร์เป็นน้องพยาบาลจบใหม่ คงไม่ค่อยได้เดินทางเส้นทางนี้บ่อยนัก เมนูการกินการเที่ยวจึงถูกเสนอขึ้นในทันที

เริ่มด้วย กินส้มตำไก่ย่าง เขาสวนกวางที่ลื่อชื่อ(เสียดาย ถ่ายไก่มาเบลอหมดเลยลบทิ้ง อิอิอิ) หลังจากท้องอิ่มก็พักสายตาซ่อนตาดำมาเรื่อยจนถึงอำเภอพิมาย "แวะเลยน้อง" คนขับรถก็เป็นใจจัดให้ทุกคำขอ

 

การไปเที่ยวอำเภอพิมาย มีสถานที่ให้เลือกเที่ยวชม  คงไม่หนีพ้น ไทรงาม ปราสาทหินพิมายและพิพิธภัณฑ์ การเดินทางของเราครั้งนี้ แวะที่ไทรงามและปราสาทหินพิมาย ส่วนพิพิธภัณฑ์เราไม่ได้เข้า

จากเส้นทางถนนมิตรภาพ หนองคาย-นครราชสีมา เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอพิมายไม่น่าจะถึง 20 กม.(จำตัวเลขไม่ได้) เพราะใช้เวลาไม่นานมากก็เข้าเขตตัวอำเภอ ผ่านโรงพยาบาลแล้วมีป้ายชี้บอกทางไปไทรงาม ก็เลี้ยวตามไป

ไทรงามเป็นเกาะเล็กๆที่มีต้นไทรมากมาย รากต้นไทรแผ่กระจายกอดประสานจนเป็นกลายเป็นเหมือนหลังคาธรรมชาติให้ผู้คนทั่วไปได้ไปนั่งพักผ่อนบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ไหว้เจ้าแม่ไทรงาม รวมถึงการไปนั่งไปให้หมอดูทำนายทายทักซึ่งมีอยู่หลายสำนักทีเดียว

นอกจากนั้น บริเวณไทรงามยังร้านอาหารและร้านของฝากหลายร้าน เสียดายที่ทีมงานยังไม่รู้สึกว่าท้องว่างเลยอดกินผัดหมี่โคราชที่ใครๆก็ต้องได้กินเมื่อมาเยือนจังหวัดนครราชสีมา

จากไทรงามเราไปตามป้ายไปต่อกันที่ ปราสาทหินพิมาย อากาศกำลังร้อนได้ที่ แดดแจ่มใสมาก เลยเดินไม่ค่อยทั่ว จ่ายค่าบัตรผ่านประตูคนละ 10 บาท หากเป็นต่างชาติคนละ 40 บาท ครั้งก่อนมาแวะจำได้ว่าได้จ่าย 40 บาท สงสัยเค้าคิดว่าเราเป็นลาวจากฝั่งโน้นแน่ๆเลยต้องจ่ายเยอะ ครั้งนี้รีบบอกว่าเป็นคนไทย อิอิอิ

 ที่นี่สวยงามมาก สนามหญ้าสีเขียวที่ถูกดูแลให้สวยงามตัดกับปราสาทที่ได้รับการบูรณะให้คงความสวยงาม  ประหนึ่งว่า ได้ย้อนกับในอดีตเป็นนางอัปสรากำลังร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และงดงาม(แบบนี้ผิดศีลข้อห้ามพูดปดด้วยนะ ข้อหา เพ้อเจ้อ)

งานนี้ได้ไปเยือน มหาวิทยาลัยสุรนารี ถิ่นเก่าชาว g2k คนดัง นั่นคือ อ.ขจิต เสียดายตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เป็นอันว่าโชคดีของอาจารย์ที่ไม่ต้องถูกกวน กระนั้นก็ไม่วายถูกโทรถามเรื่อง ร้านหมูกะทะ ที่น้องๆอยากทานกัน (มาถึงโคราชเลือกกินหมูกะทะ) หาร้านที่อาจารย์บอกไม่เจอ แต่ไปเจอร้านของนักมวย "นำขบวน" มีเพลงฟังด้วย แวะนี่ก็ได้

ขากลับประชุมเสร็จเที่ยง แวะกราบย่าโมและซื้อของฝาก มาครั้งนี้ได้ล๊อตเตอรี่กลับมาด้วย คุณยายคนขายเลือกให้ ต้องชะตาเกิดอาการสงสารยายเลยซื้อมา แล้วก็คาดหวังไปว่าคงจะโชคดี เห็นมีรถรางนำชมอารยธรรมเมืองโคราช ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กคนละ 10 บาท อยากนั่งจังเลยแต่ทีมงานไม่ให้ความร่วมมือ ก็อดไปตามระเบียบ

เจ้าภาพผู้จัดประชุม แนะนำอาหารเป็นร้านขนมจีนประโดกที่ขึ้นชื่อของโคราช คงมีน้ำยาซาดิส ด้วยนั่นแหละ บอกว่าอยู่แถวๆโรงพยาบาลมหาราช วนรถอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็หาร้านไม่เจอ น้องๆเลยไม่ได้ชิม ขนมจีนน้ำยาซาดิส ที่ท่านสะมะฯเคยแนะนำเมื่อครั้งก่อนที่มาเยือนโคราช ต้องหิ้วท้องออกไปกินนอกเมือง

 

ได้ข้อคิดว่า หากเดินทางไปต่างถิ่น น่าจะหาข้อมูลเบื้องต้นไว้บ้างในเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ที่อยู่ ที่กิน แม้เห็นว่าสถานที่คุ้นเคยแล้วจะไม่เกิดปัญหาอะไร เพราะความแปลกใหม่แตกต่างมักเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเช่น น้องอยากกิน "หมูกะทะ" ตายละ ร้านหมูกะทะอยู่ไหน เพราะไม่เคยไปร้านอื่นที่ไหนเลย นอกจากไม่เดอะมอลล์ก็แมคโคร