ขอบพระคุณ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา และทีมงาน รร. สัตยาไส อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ที่แนะนำ "กระบวนการเรียนรู้กับปัญหาของน้ำ" ณ คณะสิ่งแวดล้อมฯ ม.มหิดล

หัวข้อการสัมมนาเรื่อง Human Values in Water, Sanitation, and Hygiene Education โดย ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ไทยที่มีผลงานระดับโลกในการช่วยให้อเมริกาสร้างยานอวกาศลงสู่ดาวอังคารอย่างปลอดภัย

และอาจารย์ได้รับ ดร. ทางศึกษาศาสตร์ในการสร้าง "กระบวนการเรียนรู้ให้สร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง" ด้วยหลักการตามธรรมชาติ ได้แก่ การรักษาศีล (บทบัญญัติของทุกศาสนา) ฝึกทำสมาธิผ่านการทำงานของจิตใต้สำนึก (ประสบการณ์ความจำ) และจิตสำนึก (การรับรู้อย่างมีสติผ่านสัมผัสทั้งห้าจากสิ่งแวดล้อม) ทำให้มีการบันทึกข้อมูลอย่างไม่จำกัด มีศักยภาพเหมือกว่าการทำงานของสมองปกติ และมีการสร้างปัญหาควบคู่กับการสร้างคุณธรรม (เกิดการหยั่งรู้มโนธรรมด้วยมโนสำนึกในตนเอง) เกิดการพัฒนาอุปนิสัยและการกระทำที่ดีด้วยความรักและเมตตาในการช่วยเหลือผู้อื่น

การนำความรู้เรื่องของ "น้ำ" มาเป็นกุศโลบายผ่านกระบวนการเรียนรู้ข้างต้น ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องน้ำผ่านวิชาการและสามารถมีส่วนร่วมทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ยังผลให้ลดภาวะขาดแคลนน้ำ สร้างแนวคิดของการอนุรักษ์น้ำ และช่วยเหลือสังคมและโลกในการใช้น้ำอย่างพอเพียงต่อไป

สาระสำคัญของน้ำ ทำให้ผมมุ่งมั่นที่จะนำความรู้เหล่านี้มาประสมประสานกับการสอนนักศึกษากิจกรรมบำบัดและน่าจะทำให้นักศึกษาทุกท่านแทรกความรู้ของ "คุณค่าของน้ำสู่คุณค่าของมนุษย์" ไปในผู้รับบริการ ประชาชน ชุมชน และสังคม ตลอดช่วงที่นักศึกษาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมหรือให้บริการทางกิจกรรมบำบัดในอีก 4 ปีข้างหน้า

ผมอยากแนะนำสาระสำคัญของน้ำมาให้ทุกท่านลองพิจารณาดังนี้

  • 75% ของพื้นที่โลกคือ น้ำในมหาสมุทร ซึ่งบริโภคไม่ได้ มีเพียง 3% ของพื้นที่โลกคือ น้ำจืด แต่ 2% กลายเป็นเกาะน้ำแข็ง และ 0.2% กลายเป็นน้ำในแม่น้ำและทะเลสาบที่สร้างสมดุลย์ทางนิเวศวิทยากับป่าไม้และแหล่งธรรมชาติอื่นๆ ดังนั้นจึงเหลือน้ำที่บริโภคได้จริงๆ จากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำใต้ดิน น้ำตก น้ำบ่อ เพียง 0.8% ซึ่งปัจจุบันนี้กลายเป็นวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างมากในหลายๆประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก Global Warming ที่ต่อเนื่องมาจาก Green House Effect ทำให้มีการระบายความร้อนออกนอกบรรยากาศไม่ได้เนื่องจากปริมาณการเผาผลาญพลังงานจนได้ Carbondioxide ในชั้นบรรยากาศมากเกินกว่าที่ธรรมชาติต้องการ เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 5 องศาเซลเซียส (ทำนายปัจจุบันถึงปี 2080) ทำให้ "น้ำ" ในมหาสมุทรและแผ่นดิน เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ไม่มีน้ำในทะเลสาบหรือแม่น้ำ 
  • ทวีป Antarctica มีการละลายของแผ่นดินน้ำแข็งแถบขั้วโลกใต้ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ในขณะที่ขั้วโลกเหนือที่เป็นเกาะน้ำแข็งลอยบนทะเล ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ เปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวเนื่องจากภาวะเอนเอียงของปริมาณน้ำทะเลที่สูงขึ้น 20-30 เมตร เกิดการชนกันระหว่างแผ่นดินประเทศต่างๆ ทำให้มีการเกิดแผ่นดินร้าว น้ำทะเลท่วม ประชากรอพยพหาแผ่นดินใหม่ มีการปรับตัวใช้ชีวิตใต้บาดาล การใช้ชีวิตบนบ้านลอยน้ำ การเดินทางโดยเรือ ลดการใช้น้ำมันและเครื่องยนต์โดยปริยาย มีหลายประเทศวางแผนเรื่องเหล่านี้แล้ว
  • สงครามแย่งน้ำจืดและแผ่นดินอาศัยจะเกิดขึ้น ดังนั้นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มนุษย์เห็นคุณค่าของการใช้น้ำและแบ่งปัน "น้ำใจ" ด้วยการช่วยเหลือหาทางแก้ไขและปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตได้ในการดำเนินไปของปัญหาสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพราะ "ใจ" ของมนุษย์นี้เองครับ
  • สุดท้ายเราก็ต้องทราบว่า 75% ของร่างกายมนุษย์ก็คือ "น้ำ" ที่ทำให้เราดำรงชีวิตได้ ทำให้เราเรียนรู้ว่า "น้ำคือชีวิต เราอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากน้ำ"
  • ปัจจุบันเราสร้างคนเก่งแต่วิชาการ ปัญหาของคนเก่งคือ "ความเห็นแก่ตัว - ไม่ยอมให้คนอื่นเก่งกว่า" โดยธรรมชาติแล้วคนเก่งเหล่านี้จะมี "น้ำใจ" ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้เท่าเทียมกับ "คนดีมีน้ำใจ" ได้อย่างไร เรากำลังต้องการ "คนดีมีน้ำใจ" มาช่วยเหลือกันแก้ปัญหาหรือหาแนวทางการใช้ชวิตภายใต้ปัญหา "น้ำ" ข้างต้น
  • "ในหลวง" ของคนไทย คือ ตัวอย่างของ "คนดีมีน้ำใจ" ในการสร้างจิตสำนึกคนไทยและคนทั่วโลกรับรู้ถึงการใช้น้ำอย่างมีคุณค่า พระองค์ทรงพัฒนา "ฝนหลวง" และ "เขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อชีวิต เกษตรกรรม และธรรมชาติต่างๆนานา"  สรุปว่า คนดีย่อมคิดถึงส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน
  • ลองถามตัวท่านเองว่าเราแสวงหาความสุขได้อย่างไร  คำตอบคือ ในใจทุกคนคิดว่า ฉัน ต้องการ ความสุข สิ่งที่ต้องฝึกให้เป็นคนดี คือ ใช้ศีส-สมาธิ-ปัญญา ตัดคำว่า "ฉัน - อัตตา" ออก และ ตัดคำว่า "ต้องการ - ความอยากได้อยากมี" ออก ก็จะเหลือ "ความสุข" ในใจของทุกคน เมื่อใจมีคุณค่า น้ำใจของท่านก็จะแบ่งปันให้ผู้อื่นช่วยเหลือกันรักษ์ "น้ำ" ด้วยความรักและเมตตา