นายเสงี่ยม สันทัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรเตรียมที่จะเสนอให้กระทรวงการคลังแก้ไขกฎหมาย เพื่อเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรือเพิ่มค่าลดหย่อน ก่อนที่จะนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากที่กำหนดให้นำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน เพื่อให้เหมาะสมกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น  ในปัจจุบัน    ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะเสนอแก้ไขประมวลรัษฎากร 2 มาตราคือ มาตรา 42 ทวิ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับรายได้ของบุคคลธรรมดา ที่มีเงินเดือนและบุคคลที่มีรายได้จากค่าตำแหน่งงานที่ทำ สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายได้ 40% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน   และมาตรา 42 ตรี เป็นเรื่องที่กฎหมายยอมให้หักค่าจ่ายกรณีที่มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์, ค่าความนิยม (Goodwill) ได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาทเช่นกัน  รวมถึงการปรับปรุงการหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้จากค่าเช่า, เงินได้จากวิชาชีพอิสระ, เงินได้จากการรับเหมา และเงินได้จากการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การขนส่ง การอุตสาหกรรม โดยการปรับปรุงดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีโดยเฉพาะคนที่มีรายได้ประจำเป็นเงินเดือน
นายเสงี่ยมกล่าวต่อว่า แผนแก้ไขกฎหมายภาษีของกรมสรรพากรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนากฎหมายของกระทรวงการคลังในปีนี้  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมากรมสรรพากรได้ปรับปรุง โดยลดภาระภาษีให้กับผู้มีรายได้ประจำในหลายเรื่อง เช่น การเพิ่มเพดานเงินได้จากไม่เกิน 80,000 บาทแรกเป็น 100,000 บาทแรกที่ไม่ต้องเสียภาษี และการให้หักค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูพ่อแม่ได้คนละ 30,000 บาท เป็นต้น   นอกจากการปรับปรุงกฎหมายภาษี เพื่อลดภาระภาษีให้กับผู้มีรายได้เป็นเงินเดือนแล้ว กรมสรรพากรยังจะเสนอให้แก้ไขมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น กับบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดในประเด็นของภาษีเงินปันผล ที่ปัจจุบันกฎหมายกำหนดว่า เฉพาะบริษัทในตลาด ที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทอื่น ที่ถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นทั้งหมด ไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมารวมคำนวณเพื่อจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล    ขณะที่บริษัทที่ไม่อยู่ในตลาดหุ้น เมื่อได้รับเงินปันผลจากบริษัทอื่นจะต้องนำเงินปันผล ที่ได้รับมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล    ทั้งนี้ จะกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ไทยรัฐ   13  มีนาคม  2549