คลังโชว์ผลงานยุบเลิก-รวมกฎหมายล้าสมัยกว่า 380 ฉบับ เหลือเพียง 29 ฉบับในปี 2548 เผยกฎหมายกรมสรรพากรถูกยุบรวม และยกเลิกมากที่สุดกว่า 190 ฉบับ รองลงมาเป็นของกรมสรรพสามิต 113 ฉบับ และกรมบัญชีกลาง 66 ฉบับ
นายเสงี่ยม สันทัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2548 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้แก้ไข และปรับปรุง กฎหมายและอนุกฎหมาย  ทั้งระเบียบ กฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกา และอื่น ๆ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งสิ้น 383 ฉบับ ในจำนวนดังกล่าวได้ยุบเลิก และรวบรวมกฎหมาย และอนุกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมเป็นกฎหมายทั้งหมดเพียง 29 ฉบับ เพื่อให้สะดวก และทันสมัยกับสถานการณ์ ซึ่งได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณารายละเอียดทั้งหมดแล้ว ถือว่าเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ครบ 100%   "กฎหมายและอนุกฎหมายที่ยุบเลิกไปทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงกฎหมายฉบับเก่า ๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น เพราะบางฉบับ        ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2475 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่เก่ามากจำเป็นต้องปรับปรุง และแก้ไขให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะกฎหมายภาษีโรงเรือน และที่ดิน พ.ศ. 2475 และกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ที่ได้ยุบเลิกและรวบรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวกันคือ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง"
เขากล่าวด้วยว่า กฎหมาย และอนุกฎหมายที่ยุบรวม และยกเลิกมากที่สุดได้แก่ กฎหมายและอนุกฎหมายของกรมสรรพากร โดยได้ยกเลิกไปทั้งหมด 196 ฉบับ และนำมารวบรวมไว้ให้เหลือเพียง 11 ฉบับ เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้เสียภาษีมากที่สุด   ทั้งนี้ กฎหมายใหม่ที่ได้ปรับปรุง เช่น กฎหมายว่าด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้ กฎหมายว่าด้วยการยกเว้นอัตราภาษี  กฎหมายว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม  กฎหมายว่าด้วยการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ   กฎหมายว่าด้วยการยกเว้นอากรแสตมป์   กฎหมายว่าด้วยการลดอัตราภาษี เป็นต้น    สำหรับกรมสรรพสามิตได้มีการแก้ไขกฎหมายรองลงมา กล่าวคือ ได้ยกเลิก ยุบรวม แก้ไขและปรับปรุงกฎหมายและ   อนุกฎหมาย จำนวน 113 ฉบับ รวมเป็นแค่กฎหมายและอนุกฎหมายใหม่ 8 ฉบับ เช่น ร่างกฎกระทรวงว่าด้วย  หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขตามความใน พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต, ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขตามความในพระราชบัญญัติสุรา เป็นต้น
เขากล่าวด้วยว่า การแก้ไขกฎหมายที่รองลงมาจากกรมสรรพสามิต เป็นของกฎหมายของกรมบัญชีกลาง โดยได้มีการปรับปรุงกฎหมายและอนุกฎหมายจำนวน 66 ฉบับ ซึ่งได้ยุบรวมกันเหลือเพียงกฎหมายและ       อนุกฎหมายใหม่ 7 ฉบับเท่านั้น เช่น ร่างกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุตร   ร่างพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน เป็นต้น
กรุงเทพธุรกิจ  14  มีนาคม  2549