๓. ประเภทของการกระทำ
๑) การเคลื่อนไหวร่างกายภายใต้จิตใจบังคับ เป็นการกระทำในเชิงบวก (Positive Act) การกำหมัดชกผู้อื่น
๒)การไม่เคลื่อนไหวร่างกายภายใต้จิตใจบังคับเป็นการกระทำในเชิงลบ(Negative Act) เช่น แม่ไม่ให้นมลูกหวังให้ตาย เป็นต้น
๑)การกระทำในเชิงบวก แบ่งเป็น
-การกระทำโดยตรง อันได้แก่ การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การใช้ปืนยิง การเอาทรัพย์ผู้อื่นไป หรือใช้บุคคลที่ไม่มีการกระทำเลยให้กระทำ หรือใช้สัตว์เป็นเครื่องมือ... คำว่า “ใช้บุคคลที่ไม่มีการกระทำเลย” เช่น ใช้คนที่ถูกสะกดจิต หรือผลักบุคคลหนึ่งให้ไปชนอีกคนหนึ่งจนเกิดผลเสียหาย (แต่อย่าไปยกตัวอย่างว่าใช้คนบ้า เพราะคนบ้ามีการกระทำ) ส่วนการใช้สัตว์ เช่น การปล่อยสุนัขให้มากัดคน
-การกระทำโดยอ้อม เป็นการใช้บุคคลที่มีการกระทำ แต่ผู้นั้นไม่ต้องรับผิดทางอาญาเป็นเครื่องมือ เช่น ใช้เด็ก (มาตรา ๗๓) ใช้ผู้ที่ไม่สามารถรู้รับผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้..เช่น คนบ้า (มาตรา ๖๕) หรือบุคคลที่สำคัญผิดในข้อเท็จจริง เช่น ใช้แม่บ้านให้เอาอาหารที่ใส่ยาพิษให้คนอื่นกิน อย่างนี้แม่บ้านมีการกระทำเหมือนกัน กฎหมายยกเว้นโทษคนกระทำ แต่คนใช้ให้กระทำต้องรับโทษ
ถ้าถามว่า การกระทำโดยตรงกับการกระทำโดยอ้อมต่างกันอย่างไร? ให้ตอบตามนี้ ถ้าถามต่อว่า การกระทำโดยอ้อมต่างกับกรณีการใช้ให้กระทำความผิดอย่างไร ? ให้ตอบว่า ผู้ถูกใช้รู้ข้อเท็จจริง เช่น จ้างให้ไปยิงผู้อื่นนี่ คนรับจ้างรู้ว่าเป็นการทำสิ่งที่ผิด นี่คือข้อแตกต่าง
๒) การกระทำในเชิงลบ แบ่งเป็น
๑. การงดเว้นการกระทำ
งดเว้น มีหลักอยู่ว่า
๑) จะต้องเกิดจากมีหน้าที่ซึ่ง/และ ๒)เป็นหน้าที่ที่จะต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น (คือจะต้องเป็นผู้ที่เป็น “ประกัน”ในการไม่ให้เกิดผลที่ไม่พึงปรารถนานั้น)
ตัวอย่าง หลักนี้ต้องครอบคลุมทั้งสองอย่าง เช่น เจ้าหนี้มาทวงเงินลูกหนี้หลายครั้ง ลูกหนี้ไม่ชำระสักที เจ้าหนี้กลุ้มใจมากเลยกระโดดตึกตาย ลูกหนี้เป็นการกระทำผิดโดยงดเว้นหรือไม่ เอาหลักมาจับได้ว่า ลูกหนี้มีหน้าที่ชำระหนี้ก็จริง แต่การชำระหนี้ไม่ใช้หน้าที่
หน้าที่ดังว่านั้น อาจจะเกิดจากกรณีต่าง ๆ ดังนี้
๑. หน้าที่ตามกฎหมาย (เช่น ในแพ่ง บิดามารดาจะต้องเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตร...ม. ๑๕๖๔ หรือ บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ตาม ม. ๑๕๖๓ หรือ สามีภรรยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกัรตามความสามารถและฐานะของตนตาม ม. ๑๔๖๑)
ตัวอย่าง “งดเว้น” กรณีนี้ คือ แม่มีหน้าที่ให้นมลูก มาวันหนึ่งต้องการให้ตาย จึงไม่ให้นมจนลูกตาย แม่มีความผิด
๒.หน้าที่อันเกิดจากการยอมรับในทางข้อเท็จจริง เช่น หน้าที่ในทางสัญญา (เช่น ยามที่เขาจ้างมาเฝ้าสระน้ำ เห็นเด็กเล่นน้ำ ตกน้ำแล้วไม่เข้าไปช่วย อย่างนี้เป็นการงดเว้นหน้าที่ทางสัญญาชัดเจน ต่างกับที่คนทั่วไปเห็นคนตกน้ำที่เป็นเรื่องของการ “ละเว้น”)
๓.หน้าที่เกิดจากการกระทำก่อน ๆ ของตนอันเป็นเหตุให้เกิดอันตราย (เช่น เวลา เห็นคนตาบอดข้ามถนน เราไม่ช่วย อย่างนี้ไม่ช่วยไม่ผิด แต่ถ้าเราตั้งใจช่วยให้เขาข้ามถนน จึงจูงมือไป แต่พอไปกลางถนนเราไม่ช่วยให้พ้นไป เรากลับเสียปล่อยเขาโดยลำพัง ผลปรากฎว่าเขาโดนรถชนตาย อย่างนี้ถือเป็นความผิดฐานงดเว้น)
๔. หน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่อง (เช่น คนแก่เอาเด็กมาเลี้ยงอย่างดี จนเติบโต แต่พอมาคนแก่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เด็กคนนั้นโตแล้วไม่เลี้ยงอย่างนี้เขาเป็นผู้กระทำความผิด เพราะมีความสัมพันธ์พิเศษและงดเว้นกระทำการ
๒.การละเว้นการกระทำ
มาตรา ๓๗๔ ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตราย....ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ลหุโทษ) ตัวอย่างเช่น
เดินกลับบ้าน เจอคนตกน้ำ เห็นแล้วเราไม่ช่วย แบบนี้ เรียกว่า ละเว้น เพราะไม่ใช่หน้าที่
ละเว้น – เป็นหน้าที่โดยทั่วไป เป็นหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตกอยู่ในภยันตรายเป็น general duty
ความรู้เพิ่มเติม
ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นระบบซิลวิลลอว์มีประมวลกฎหมายอาญาหรือ penal code อย่างไทย แต่ถ้าไปอเมริกา จะเจอ Model Penal Code หรือ M.P.C เขาใช้คำว่า “Model” เติมไปด้วย (เพราะเป็นประเทศคอมมอนลอว์ ใช้แนวคำพิพากษา) เขามีตัวบทเขียนไว้ว่า สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวโดยสมัครใจ
๑) การชักกระตุก
๒) การละเมอ
๓) ถูกสะกดจิต