วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑

๓.  ประเภทของการกระทำ

                                ๑) การเคลื่อนไหวร่างกายภายใต้จิตใจบังคับ  เป็นการกระทำในเชิงบวก (Positive Act)  การกำหมัดชกผู้อื่น

                                ๒)การไม่เคลื่อนไหวร่างกายภายใต้จิตใจบังคับเป็นการกระทำในเชิงลบ(Negative Act)  เช่น  แม่ไม่ให้นมลูกหวังให้ตาย เป็นต้น

                                ๑)การกระทำในเชิงบวก  แบ่งเป็น

                                -การกระทำโดยตรง อันได้แก่  การเคลื่อนไหวร่างกาย  เช่น  การใช้ปืนยิง การเอาทรัพย์ผู้อื่นไป  หรือใช้บุคคลที่ไม่มีการกระทำเลยให้กระทำ หรือใช้สัตว์เป็นเครื่องมือ...  คำว่า ใช้บุคคลที่ไม่มีการกระทำเลยเช่น ใช้คนที่ถูกสะกดจิต  หรือผลักบุคคลหนึ่งให้ไปชนอีกคนหนึ่งจนเกิดผลเสียหาย (แต่อย่าไปยกตัวอย่างว่าใช้คนบ้า  เพราะคนบ้ามีการกระทำ)     ส่วนการใช้สัตว์ เช่น การปล่อยสุนัขให้มากัดคน 

                                -การกระทำโดยอ้อม  เป็นการใช้บุคคลที่มีการกระทำ  แต่ผู้นั้นไม่ต้องรับผิดทางอาญาเป็นเครื่องมือ  เช่น ใช้เด็ก (มาตรา ๗๓) ใช้ผู้ที่ไม่สามารถรู้รับผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้..เช่น คนบ้า (มาตรา ๖๕)    หรือบุคคลที่สำคัญผิดในข้อเท็จจริง  เช่น  ใช้แม่บ้านให้เอาอาหารที่ใส่ยาพิษให้คนอื่นกิน   อย่างนี้แม่บ้านมีการกระทำเหมือนกัน  กฎหมายยกเว้นโทษคนกระทำ  แต่คนใช้ให้กระทำต้องรับโทษ

                                ถ้าถามว่า  การกระทำโดยตรงกับการกระทำโดยอ้อมต่างกันอย่างไร?  ให้ตอบตามนี้   ถ้าถามต่อว่า การกระทำโดยอ้อมต่างกับกรณีการใช้ให้กระทำความผิดอย่างไร ?  ให้ตอบว่า  ผู้ถูกใช้รู้ข้อเท็จจริง  เช่น  จ้างให้ไปยิงผู้อื่นนี่  คนรับจ้างรู้ว่าเป็นการทำสิ่งที่ผิด   นี่คือข้อแตกต่าง

                               ๒) การกระทำในเชิงลบ  แบ่งเป็น

๑. การงดเว้นการกระทำ

งดเว้น   มีหลักอยู่ว่า 

                   ๑) จะต้องเกิดจากมีหน้าที่ซึ่ง/และ  ๒)เป็นหน้าที่ที่จะต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น (คือจะต้องเป็นผู้ที่เป็น ประกันในการไม่ให้เกิดผลที่ไม่พึงปรารถนานั้น)           

                                ตัวอย่าง   หลักนี้ต้องครอบคลุมทั้งสองอย่าง   เช่น  เจ้าหนี้มาทวงเงินลูกหนี้หลายครั้ง ลูกหนี้ไม่ชำระสักที  เจ้าหนี้กลุ้มใจมากเลยกระโดดตึกตาย  ลูกหนี้เป็นการกระทำผิดโดยงดเว้นหรือไม่   เอาหลักมาจับได้ว่า  ลูกหนี้มีหน้าที่ชำระหนี้ก็จริง  แต่การชำระหนี้ไม่ใช้หน้าที่

                   หน้าที่ดังว่านั้น  อาจจะเกิดจากกรณีต่าง ๆ ดังนี้

                                                ๑. หน้าที่ตามกฎหมาย  (เช่น  ในแพ่ง บิดามารดาจะต้องเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตร...ม. ๑๕๖๔  หรือ บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา  ตาม  ม. ๑๕๖๓  หรือ สามีภรรยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกัรตามความสามารถและฐานะของตนตาม  ม. ๑๔๖๑)             

                                                ตัวอย่าง งดเว้น  กรณีนี้  คือ แม่มีหน้าที่ให้นมลูก  มาวันหนึ่งต้องการให้ตาย  จึงไม่ให้นมจนลูกตาย  แม่มีความผิด

                                                ๒.หน้าที่อันเกิดจากการยอมรับในทางข้อเท็จจริง  เช่น หน้าที่ในทางสัญญา  (เช่น  ยามที่เขาจ้างมาเฝ้าสระน้ำ  เห็นเด็กเล่นน้ำ  ตกน้ำแล้วไม่เข้าไปช่วย อย่างนี้เป็นการงดเว้นหน้าที่ทางสัญญาชัดเจน  ต่างกับที่คนทั่วไปเห็นคนตกน้ำที่เป็นเรื่องของการ  ละเว้น)

                                                ๓.หน้าที่เกิดจากการกระทำก่อน ๆ ของตนอันเป็นเหตุให้เกิดอันตราย   (เช่น  เวลา  เห็นคนตาบอดข้ามถนน  เราไม่ช่วย   อย่างนี้ไม่ช่วยไม่ผิด   แต่ถ้าเราตั้งใจช่วยให้เขาข้ามถนน  จึงจูงมือไป  แต่พอไปกลางถนนเราไม่ช่วยให้พ้นไป  เรากลับเสียปล่อยเขาโดยลำพัง   ผลปรากฎว่าเขาโดนรถชนตาย  อย่างนี้ถือเป็นความผิดฐานงดเว้น) 

                                                ๔. หน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่อง  (เช่น  คนแก่เอาเด็กมาเลี้ยงอย่างดี  จนเติบโต   แต่พอมาคนแก่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  เด็กคนนั้นโตแล้วไม่เลี้ยงอย่างนี้เขาเป็นผู้กระทำความผิด  เพราะมีความสัมพันธ์พิเศษและงดเว้นกระทำการ

                               ๒.การละเว้นการกระทำ

                                มาตรา ๓๗๔  ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตราย....ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  (ลหุโทษ)   ตัวอย่างเช่น

                                เดินกลับบ้าน  เจอคนตกน้ำ  เห็นแล้วเราไม่ช่วย  แบบนี้ เรียกว่า ละเว้น เพราะไม่ใช่หน้าที่

                                ละเว้น เป็นหน้าที่โดยทั่วไป   เป็นหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตกอยู่ในภยันตรายเป็น general  duty

                  ความรู้เพิ่มเติม

                             ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นระบบซิลวิลลอว์มีประมวลกฎหมายอาญาหรือ penal code  อย่างไทย  แต่ถ้าไปอเมริกา  จะเจอ  Model Penal Code  หรือ M.P.C เขาใช้คำว่า “Model” เติมไปด้วย  (เพราะเป็นประเทศคอมมอนลอว์ ใช้แนวคำพิพากษา) เขามีตัวบทเขียนไว้ว่า  สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวโดยสมัครใจ

                    ๑)      การชักกระตุก

                   ๒)    การละเมอ

                   ๓)    ถูกสะกดจิต