นิยามและขอบข่าย

ความนำ

ปัจจุบันโลกได้วิวัฒนาการเข้าสู่ยุคสารสนเทศ” (Information age) อย่างเต็มตัวการเพิ่มจำนวนของข้อมูลข่าวสารจนเกิดภาวะ “Information explosion” ทำให้มนุษย์ต้องหันมาพึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมากดังนั้นเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ผู้อ่านควรจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า ข้อมูล” (Data) และ สารสนเทศ” (Information) รวมถึงความแตกต่างของคำทั้งสองคำดังนี้

ข้อมูล (Data) คือข้อความที่อาจจะเป็นตัวเลขหรือข้อความที่ทำให้ผู้อ่านทราบความเป็นไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่น ข้อมูลนักศึกษาในคณะต่างๆของสถาบันราชภัฎสวนดุสิตที่เข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้หรือข้อมูลนักท่องเที่ยวในเมืองไทย ดังนั้น ข้อมูล (Data) จึงบอกเกี่ยวกับสภาพการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งปรากฏขึ้นและข้อมูลจะคงสภาพความเป็นข้อมูลนั้นไม่ว่าจะนำไปใช้หรือไม่ได้ใช้ก็ตาม

สารสนเทศ (Information) คือข้อความรู้ที่ได้จากการประมวลจากข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นจนได้เป็นข้อความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์

สรุปได้ว่า ความแตกต่างระหว่างข้อมูล” (Data) และ สารสนเทศ” (Information) นั้น ข้อมูลจะคงสภาพความเป็นอยู่เสมอ ส่วน สารสนเทศเป็นข้อความรู้ที่ประมวลได้จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้นั้นๆ

ข้อมูลและ สารสนเทศนับว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะสารสนเทศนั้น สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานด้านต่างๆ มากมาย เช่น

  1.  
    1. ด้านการวางแผนการนำสารสนเทศไปใช้ในการวางแผน เช่น การนำไปใช้เกี่ยวกับการจัดองค์การบริหารงานบุคคล การผลิตสินค้า การตลาด การวางแผนค่าใช้จ่าย เป็นต้น
    2. ด้านการตัดสินใจการนำสารสนเทศไปใช้ในการตัดสินใจทั้งนี้เพื่อเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาสารสนเทศที่ดีจะมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจของผู้บริหารช่วยให้การตัดสินใจเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพ เช่น การตัดสินใจที่รับบุคลากร
    3. ด้านการดำเนินงานการนำสารสนเทศไปใช้ในการดำเนินงาน จะช่วยผู้บริหารในการควบคุมและติดตามผลทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎระเบียบวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ

จากรายละเอียดข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันอย่างชัดเจนระหว่างสารสนเทศกับ สังคมมนุษย์

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) คืออะไร

เทคโนโลยีสารสนเทศคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่ๆ ในการจัดเก็บความรู้ การส่งผ่านและการสื่อสารสารสนเทศ การเข้าถึงสารสนเทศ รวมไปถึงการสร้างอุตสาหกรรมสารสนเทศและความต้องากรสารสนเทศ และการจัดการสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาจสรุปความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศได้ง่ายๆ คือ เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งนำมาใช้สำหรับการจัดหาการประมวลผล การจัดเก็บ และการเผยแพร่สารสนเทศในรูปของเสียง ตัวอักษร และตัวเลขโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม

เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วยเทคโนโลยีที่สำคัญ 2 สาขา คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งจะมีการทำหน้าที่สัมพันธ์กันดังนี้

1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

จะใช้สำหรับการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อให้ได้สารสนเทศตามที่ต้องการอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือก การจัดหา การวิเคราะห์เนื้อหา หรือการสืบค้นสารสนเทศซึ่งกระบวนการจัดการหรือจัดทำระบบสารสนเทศที่สามารถผลิตสารสนเทศให้สนองความต้องการของผู้ใช้จะประกอบด้วยกรรมวิธี 3 ประการ คือ การหาข้อมูล การประมวลผลข้อมูล และการแสดงผลข้อมูล ซึ่งกรรมวิธีทั้ง 3 ประการนี้ ต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อุปกรณ์สำหรับข้อมูลเข้าและแสดงผล

2.เทคโนโลยีโทรคมนาคม

จะช่วยให้การสื่อสารหรือการเผยแพร่สารสนเทศไปยังผู้ใช้ในแหล่งต่างๆเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องครบถ้วน ทันต่อเหตุการณ์ และในรูปลักษณะต่างๆ เช่นข้อมูล (Data) อาจเป็นรูปแบบตัวเลขหรือตัวอักษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice) ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารหรือเผยแพร่สารสนเทศ ได้แก่เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบโทรคมนาคม เช่น ระบบโทรศัพท์EM, FAX ,โทรเลข, วิทยุกระจายเสียง, วิทยุโทรทัศน์รวมถึงเทคโนโลยีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้ระบบการสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีสารสนเทศอาจจำแนกตามลักษณะของการใช้งานได้ 6 ประเภท ดังนี้

  1.  
    1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่นดาวเทียมถ่ายภาพบรรยากาศ, กล้องถ่ายภาพ, กล้องถ่ายวีดิทัศน์, เครื่องเอกซเรย์ฯลฯ
    2. เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลจะเน้นสื่อที่ใช้บันทึก เช่น เทปแม่เหล็ก, จานแม่เหล็ก, จานแสงหรือจานเลเซอร์, บัตร ATM ฯลฯ
    3. เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์, ด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
    4. เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลผลข้อมูลหรือสารสนเทศได้แก่ เครื่องพิมพ์แบบต่างๆ จอภาพ, พลอตเตอร์ และอื่นๆ
    5. เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาสารสนเทศเช่น เครื่องจักร เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องถ่ายไมโครฟิล์ม ฯลฯ
    6. เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดสื่อสารข้อมูลและสารสนเทศได้แก่ ระบบโทรคมนาคม ต่างๆ เช่น วิทยุโทรทัศน์, วิทยุกระจายเสียง, โทรทัศน์, โทรเลข, เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้และระยะไกล

TOP

ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันและอนาคต

ปัจจุบันพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมีการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับงานสารสนเทศอยู่ตลอดเวลาทำให้ทุกวงการวิชาชีพต้องหันมาปรับปรุงกลไกในวิชาชีพของตนให้ทันต่อสังคมสารสนเทศและสอดคล้องกับกระแสโลก

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในปัจจุบันต่างก็หันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างจริงจังและมากขึ้นโดยใช้เป็นเครื่องมือสร้างระบบสารสนเทศในหน่วยงานของตนเนื่องจากตระหนักดีว่าสารสนเทศมีบทบาทในการทำกิจกรรมแทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารการปฏิบัติงาน การแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจเมื่อการวางแผนและการจัดการได้มีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยจะทำให้ได้สารสนเทศอย่างรวดเร็วถูกต้องเชื่อถือได้ทันต่อเวลา มีเนื้อหาและรูปแบบที่ตรงกับความต้องการจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน และองค์การต่างๆขึ้น เช่น หน่วยงานสำหรับรวบรวมวิเคราะห์และจัดทำรายงานสารสนเทศ, หน่วยงานบริการด้านการสื่อสารสำหรับใช้, คณะกรรมการนโยบายสารสนเทศแห่งชาติ เป็นต้นทั้งนี้เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากสนเทศอย่างกว้างขวางทั่วถึงและคุ้มค่า

สำหรับวงการธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก สารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแข่งขันเจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรู้ข้อมูลภาวะตลาดและสินค้าเพื่อความอยู่รอดในการดำเนินธุรกิจดังนั้น ธุรกิจแทบทุกประเภทจำเป็นต้องขวนขวายหาคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การสื่อสารสนเทศและอุปกรณ์สำนักงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยการปฏิบัติงานให้เกิดความถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถใช้กลยุทธ์เพื่อได้เปรียบในการแข่งขันช่วยเพิ่มผลผลิต ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความประทับใจแก่ลูกค้า และอื่นๆดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น ธนาคารและการเงินมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบฝากถอนเงินอัตโนมัติระบบโอนเงินด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ในด้านอุตสาหกรรมใช้ช่วยระบบควบคุมการออกแบบ ควบคุมการผลิต การบรรจุหีบห่อ ฯลฯ ในด้านธุรกิจการบินการโรงแรม การท่องเที่ยว ใช้กับระบบสำรองที่นั่ง การควบคุมระบบการจราจรทางอากาศฯลฯในการบริการสำนักงาน ได้มีการตื่นตัวใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกันมากขึ้นที่เรียกกันว่าระบบสำนักงานอัตโนมัติ เทคโนโลยีสารสนเทศในระบบสำนักงานอัตโนมัติมีหลายประเภท เช่นไมโครคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคำสั่งงานต่างๆ โทรสาร เทเล็กซ์ วีดิทัศน์เครื่องถ่ายสำเนา และอื่นๆ

นอกจากนี้ในชีวิตประจำวันภายในครอบครัวก็มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกันมากขึ้น เช่น โทรศัพท์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วีดิเท็กซ์ ไมโครคอมพิวเตอร์ ฯลฯเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้มมากยิ่งขึ้นในอนาคตเพราะเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานสารสนเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนับตั้งแต่การผลิตการจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้และการสื่อสารสารสนเทศรวมทั้งการแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ซึ่งความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศสรุปได้ ดังนี้

  1.  
    1. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาลของแต่ละวัน
    2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารสนเทศเช่น การคำนวณตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน การจัดเรียงลำดับสารสนเทศ ฯลฯ
    3. ช่วยให้สามารถเก็บสารสนเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้ทุกครั้งอย่างสะดวก
    4. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการจัดเก็บประมวลผลและเรียกใช้สารสนเทศ
    5. ช่วยในการเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    6. ช่วยในการสื่อสารระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทาง โดยการใช้ระบบโทรศัพท์ และอื่นๆ

บทบาทที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิตของเราไม่ว่าที่ทำงานหรือบ้านในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่า ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและความสามารถในการส่งหรือการสื่อสาร ข้อมูลได้เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยวิวัฒนาการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ เช่น รายการจากข่าวโทรทัศน์จะเห็นได้ว่าการสื่อสารที่นำข่าวจากจุดต่างๆ ทั่วโลกเข้ามาพร้อมกันในเวลาเดียวกันสามารถ สื่อสารโต้ตอบและส่งภาพถึงกันได้แม้ว่าจะอยู่คนละสถานที่ที่ห่างไกลกันมากหรือการส่งข่าวสารในระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อความ ภาพ เสียง ไปให้ผู้อื่นได้และสื่อสารโต้ตอบกันได้ในเวลาปัจจุบันโดยเฉพาะระบบเครือข่ายสื่อสารที่เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันคือ ระบบ อินเตอร์เน็ต (Internet) ในปัจจุบันภาครัฐและเอกชนเอกชนได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการตัดสินใจ (Make-decision) โดยการตัดสินใจเป็นกิจกรรมที่สำคัญและต้องตัดสินใจอย่างถูกต้องและรวดเร็วเทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาไปมาก นอกจากจะใช้ดำเนินการแล้วยังนำมาใช้ในการจัดการด้านธุรกิจด้วย เช่น ธุรกิจทางธนาคาร, การประกันภัย, การท่องเที่ยว, โรงงาน, โรงแรม, โรงพยาบาล, ระบบการศึกษา เป็นต้น

ดังนั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามีบทบาทสูงขึ้นอย่างมากในการดำเนินงานและการตัดสินใจของคนในสังคมปัจจุบันจึงเรียกว่าสังคมสารสนเทศซึ่งหมายถึงการที่สารสนเทศกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงหน่วยต่างๆในสังคมเข้าด้วยกัน และสร้างสังคมขับเคลื่อนด้วยสารสนเทศจึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ทราบว่าหมายถึงอะไรประกอบด้วยอะไรมีบทบาทและความสำคัญหรือความจำเป็นอย่างไรในปัจจุบันและอนาคต

การจัดระบบสารสนเทศที่ดีจะช่วยให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งข้อมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพจะต้องมีความเที่ยงตรงตามเรื่องที่ต้องการใช้เรียกใช้สะดวก รวดเร็ว และทันต่อเวลา

โดยภาพรวมแล้วระบบสารสนเทศโดยทั่วไปจะมีประโยชน์ดังนี้

  1. ประโยชน์ในการบริหารงานการตัดสินใจสั่งการ การวางแผน การปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นๆ
  2. ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งระดับสูงกว่าและต่ำกว่าเพื่อให้ระบบสารสนเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  3. ใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์หน่วยงาน

TOP

ขอบข่าย หน้าที่ การจัดการและการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ขอบข่ายของระบบของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ขอบข่ายของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และกระบวนการหลายด้านเช่น การสื่อสารระบบดาวเทียม เทคโนโลยีการจัดการฐานข้อมูลการจัดพิมพ์ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การประมวลผลตัวเลข การประมวลผลภาพคอมพิวเตอร์สำหรับช่วยออกแบบและช่วยการผลิต (CAD/CAM) เป็นต้นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะประกอบด้วย

1.1ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System)

เป็นระบบที่ทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานประจำและทำการบันทึกจัดเก็บ ประมวลผลที่เกิดขึ้นในแต่ละวันและให้สารสนเทศสรุปเบื้องต้นของการปฏิบัติงานประจำวันโดยมากจะนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาทำงานแทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นระบบประมวลผลรายการนี้มักเป็นระบบที่เชื่อมโยงกิจการกับลูกค้าหรือบุคคลภายนอกมากติดต่อกับกิจการ เช่น การจองบัตรโดยสารเครื่องบิน การฝาก-ถอนอัตโนมัติ เป็นต้น

1.2ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation System)

เป็นระบบสนับสนุนงานธุรการในหน่วยงานเพื่อให้พนักงานระดับธุรกิจสามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการจัดการเอกสาร ได้แก่การติดต่อประสานงานผ่านระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail) ระบบฝากข้อความ (Voice Mail)