เช้าวันนี้ก็เหมือนเมื่อวันวาน ชีวิตคนทำงานกินเงินเดือน ก็จำเจอย่างนี้ ตื่นแต่เช้าตั้งแต่วันจันทร์ ทำงานหน้ามันจนถึงเย็นวันศุกร์ พอถึงวันเสาร์ขอตื่นสายหน่อย แล้วค่อยมาซักผ้าซักผ่อน พอเย็นวันอาทิตย์ก็มานั่งรีดผ้า ใครมีลูกมีผัวก็จะเหนื่อยขึ้นอีกนิดเป็นธรรมดา
แต่เช้าวันหนึ่งที่ห่างไกล บนเส้นทางสายนั้น ใครบางคนก้าวออกจากประตูบ้านไปทำงานด้วยอุดมการณ์ แม้เย็นนี้เขาอาจไม่มีโอกาสกลับเข้าบ้านอีกครั้งก็ตาม ถนนสายนั้นตัดผ่านความขัดแย้งและความคิดแบ่งแยกดินแดน ที่ได้ดื่มกินเลือดเนื้อของผู้คน ด้วยสรรพเสียงคำรามจากกระบอกปืน ลมหายใจสุดท้ายของเขารวยริน และดับหายไปคนแล้วคนเล่า
ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส ไกลสุดไกล สุดใต้เมืองสยาม อาจดูน่ากลัวยามเราเฝ้ามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากหน้าจอทีวี หรือคำบอกเล่าจากเพื่อนสนิทในพื้นที่ เสียงระเบิดตูม! โดนเข้าตรงกลางรถฮัมวี่ทำให้ทหารสามนาย กระเด็นออกไปจากรถ................................... (ตาย!)
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ทั่วไป ทหารพลขับอีกนายโดนแรงอัดของระเบิดตายคาที่ T.N.T “เมดอินปัตตานี” ที่ผู้ก่อการร้ายทำขึ้นได้ แม้เหล็กกล้าจากอเมริกาที่รัฐบาล คุณทักษิณทุ่มงบประมาณ ซื้อเจ้ารถฮัมวี่สิงห์ทะเลทรายมาใช้ก็ไม่สามารถต้านทานแรงระเบิด
ข่าวคราวความโหดร้ายสังหารประชาชนคนบริสุทธิ์มีอยู่ทุกวัน นั่นคือความแตกแยกทางความคิดของคนบางกลุ่ม หรือนั่นเป็นผลพวงจากการบริหารประเทศ ในยุคหนึ่งที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน และคอร์รัปชั่น จนเกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมเกินเยียวยา เป็นฉนวนความขัดแย้งรุนแรง ทับถมเท่าทวีคูณ
ไอ้ไก่หรือนิกร ปลัดอำเภอวัยกลางคนที่เคยเพียรพยายามสอบเป็นนายอำเภออยู่หลายรอบ เขาเองก็อยากขอย้ายตัวออกไปจากพื้นที่นี้เสียที แม้เขาจะเป็นคนใต้โดยกำเนิดที่จังหวัดยะลาก็ตาม หากเขาเลือกได้เขาก็จะไป แต่ที่ไหนเล่า..จะทำให้เขารู้สึกผูกพันได้เหมือนบ้านเกิด
เช้าวันนั้น เขาก้าวขึ้นรถโตโยต้ากระบะคันใหม่เพื่อขับไปทำงาน นิกรมีลางสังหรณ์ประหลาด เขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนั้นได้ เพียงแค่มองปืนพก 9 มม. ที่เอวก็ให้รู้สึกอุ่นใจแต่ก็ยังหวาดกลัวที่อาจจะต้องใช้มัน
เขาขับรถมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอ ผ่านจุดตรวจของทหาร เขามองเห็นซากรถฮัมวี่นอนหงายท้องอยู่ข้างทาง ภายในมีคราบเลือดเกรอะกรังอยู่ คงเป็นของใครบางคนเมื่อวานนี้ พลันหัวใจของเขาเหมือนมีกระแส ไฟฟ้าแล่นผ่านให้เจ็บปวดแปลบขึ้นมาในบัดดล
อุดมการณ์ของเขามีอยู่เต็มเปี่ยม (แม้จะกลัวตาย) ป่วยการที่จะพูดให้คุณรู้สึกชื่นชม ในเวลาเช่นนี้เขาควรมีสติ...เขาภาวนาขออย่าให้เจอแจ็คพ็อตกับตัวเองเลย กว่า 20 นาที เขาขับรถออกจากที่พัก เหลืออีกไม่ถึง 10 กิโลเมตรก็จะเข้าเขตจังหวัดแล้ว เขาเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าสู่ทางตรง ผ่านชุมชนเล็กๆ มันทำให้เขาค่อยผ่อนคลายลง
ทันใดนั้น เหมือนมีลมวิ่งเฉียดปลายหู พลันกระจกด้านหลังคนขับแตกเป็นรู ลำตัวรถมีเสียงวัตถุมากระแทกดังปุ...ปุ...ปุ...ปุ....เสียงกัมปนาถจากปืนหลายชนิดวิ่งไล่ตามมาจากด้านหลัง
เขาสะดุ้งสุดตัว...อุทานด้วยความตระหนก....อ้าย..เหี้ย...**โดนยิง...ฉิบหายแล้ว เขาเร่งเครื่องรถสุดกำลัง มันเกิดขึ้นเร็วมาก ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายสั่งโดยอัตโนมัติให้เขา หนีจากเงื้อมมือมัจจุราช
“พ่อ...แม่...หลวงพ่อ... หลวงปู่.... ช่วยลูกช้างด้วย” มือเขาเริ่มสั่นจนควบคุมมันไม่ได้ เสียงลูกตะกั่วกระแทกด้านหลังรถตลอดเวลา หัวใจของเขาเต้นแรง เพราะรู้ว่ากำลังถูกไล่ฆ่า อยู่ฝ่ายเดียว
คมกระสุนพุ่งเฉียดตัวเขาอยู่หลายครั้ง เขาตัดสินใจในนาทีสุดท้าย เพราะจนตรอก ขืนขับต่อไปไม่โดนยิงตาย ก็รถคว่ำตาย เขาหักพวงมาลัยไปด้านซ้ายสุด รถปัดลงไหล่ทาง ขวางวิถีกระสุนในทิศตรงกันข้าม แรงกระแทกจากลูกตะกั่วอีกชุด ปะทะเข้ากับตัวรถในทันทีเป็นทางยาว ปุ...ปุปุปุ...ปุ เสียงเอ็มสิบหก และอาก้าดังสนั่นหวั่นไหว เขาสงสารเจ้ารถญี่ปุ่นสุดรักพี่พึ่งผ่อนหมดไม่นานมานี้ ด้วยเงินเดือนข้าราชการอันน้อยนิด มันพรุนไปทั้งคัน
เขาเรียกกำลังใจอีกครั้ง “ตายเป็นตาย” เย-ดแม่*เห-ย “ตายเป็นตาย” เขาชัก 9 มม.ออกจากเอวยิงสวนออกไปหนึ่งชุด ขณะพยายามหลบเข้าหาที่กำบัง ปัง..ปัง...ปัง...ปัง เป็นเสียงตอบจาก 9 มม. ของเขา เขาภาวนา….*อย่าเข้ามาๆ
เขาเปลี่ยนแมกกาซีนอีกชุดที่สำรองมา บรรจุเข้า 9 มม. คู่ชีพ
เขาตั้งสติได้และยิงเป็นจังหวะให้ช้าลงอย่างหวังผล ตามที่เรียนมา ปัง...ปัง ปัง 1... 2,3 เขานับจำนวนลูกปืนที่พุ่งออกไป เสียงเอ็มสิบหกสวนกลับมาชุดใหญ่ เขารีบมุดหัวหลบแทบไม่ทัน มันกระแทกโดนลำตัวรถอย่างแรง จนรับรู้ได้ถึงแรงสะเทือน เขาจับปืนไว้มั่นในท่าพร้อมยิง หัวใจเต้นตูมไม่แพ้เสียงระเบิดจากห่ากระสุน จังหวะนั้นเองเมื่อเสียงเอ็มสิบหกเงียบลง เขาหมุนตัวไปด้านหน้ารถ พลันมองเห็นเจ้ามัจจุราชในชุดดำกำลัง หิ้วเจ้าปืนเอ็มสิบหก วิ่งข้ามถนนจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่ง เขาเหนี่ยวไกซัดไปข้างหน้าห้านัดซ้อน ปัง...ปัง... ปัง.ปัง.ปัง...จนปากกระบอกปืน 9 มม. ของเขาร้อนฉ่า เสียงเอ็มสิบหกจากอีกด้านดังขึ้น ลูกตะกั่วนับสิบมากระแทกหน้ารถจนพังยับ
เขามุดตัวหลบแทบทันที หางตาแลเห็นไอ้เงาดำนั้นล้มลง เขามองลอดผ่านใต้ท้องรถเห็นชายคนหนึ่งวิ่งมาเก็บเจ้าเอ็มสิบหกที่หล่นอยู่แล้วลากชายอีกคนที่นอนอยู่กลางถนนขึ้นรถไป...
ด้วยความทุลักทุเล เสียงเอ็มสิบหกยังคงดังอยู่ตลอดเวลา พวกมันกลับรถและกำลังจะขับหนีไป เขาชูปืนขึ้นเหนือศรีษะ ยิงไล่หลังไปทางพวกมัน จดหมดแม็ก
หัวใจของเขายังเต้นโครมอยู่เหมือนเดิม “คุณพระช่วย” เขาภาวนา มันไปแล้ว มันไปแล้ว เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก แม้เขาจะเตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องแบบนี้มานานแล้วก็ตาม เวลานี้เขารู้สึกหัวหมุนติ้ว หูก็อื้อ ตาก็ลาย ตามร่างกายมีแต่บาดแผลถลอกไปทั่ว กางเกงที่สวมอยู่ขาดไปจนถึงก้น กลิ่นน้ำมันเครื่อง และปลอกกระสุนหล่นอยู่เต็ม
นี่เป็นครั้งหนึ่งที่เขาได้ใกล้ชิดกับความตาย เขาเล่าเหตุการณ์นั้นให้ข้าพเจ้าฟังเหมือนมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เขารำพึง “คราวหน้าไม่รู้ว่าโชคดีจะอยู่ที่ใคร” เขาแซว..ด้วยอารมณ์ดี ใครตกงาน หรืออยากจะบรรจุเป็นข้าราชการ ตอนนี้ไปขอลงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับรองได้บรรจุทันที
คนดีดี ตอนนี้ตายไปเยอะ... ส่วนไอ้คนอวดเก่งเมื่อหลายเดือนก่อนดันหลบและหดหัวหนีไปอยู่เมืองนอกเสียนั่น เห็นเขาว่าเพราะมันไม่มีแผ่นดินจะอยู่ แต่ก็ชั่งหัวมันเถอะ..!ไอ้ไก่ปลัดปืนโหดหัวเราะ...