ความลับของไอ้เปี๊ยก
ในห้องสี่เหลี่ยมซอมซ่อมี แสงไฟจากหลอดไฟดวง เล็กๆ สีเหลืองอุ่นๆ ลอด ผ่านช่องหน้าต่างออกมา ให้มองเห็นภายในนั้นมี เด็กหนุ่มผมยาวนั่งอ่าน หนังสืออยู่มุมห้อง เสียงพัดลมพลาสติกเก่าๆ ทำงานอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แถมยังจี้ตัวเขาไว้กับเก้าอี้ เหมือนขู่บังคับให้นั่งอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดออกมา จากแผ่นหลังและใบหน้าของเขา จนเปียกชุ่ม กลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยมาเป็นระยะ ไอ้เปี๊ยกเรียนรามฯ และเช่าห้องนี้อยู่กับเพื่อนตั้งแต่ปี 1..
..ตอนนี้เพื่อนเรียนจบไปแล้ว ไอ้เปี๊ยกก็ยังเรียนอยู่ วันนี้ไอ้เปี๊ยกขึ้นปี 6 แล้ว มันก็ยังอยู่ห้องเช่าห้องเดิม ส่วนผมเป็นเพื่อนใหม่ของไอ้เปี๊ยก ที่พึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ขอยอมรับเลยว่า ห้องไอ้เปี๊ยกโครตร้อนและเหม็นที่สุด แต่เนื่องจากที่นี่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ดี ผมเลือกที่จะอยู่กับมัน เมื่อเวลาไอ้เปี๊ยกเปิดไฟอ่านหนังสือทีไรผมก็อิ่มพุงกางทุกที
คุณคงสงสัยล่ะสิ ผมเป็นใคร? เรียนที่ไหน? แต่ขอบอกไว้ว่าไม่ใช่มหาลัยเดียวกับไอ้เปี๊ยกดอก ผมน่ะเรียนสูงกว่ามันเยอะ (ยิ้มอย่างคนคุยโม้)
บางทีผมเบื่อขี้หน้าไอ้เปี๊ยกผมก็แวะเวียนไปเยี่ยมห้องไอ้ไก่ที่อยู่ด้านบน ห้องไอ้ไก่มักทำให้ผมเดินหลงอยู่บ่อยๆ เพราะมันชอบปิดไฟในห้อง ผมไปเยี่ยมมันทีไรห้องก็มืดทุกที และมักมีเสียงเด็กสาวๆ ร่วมอยู่ด้วยเสมอ ปิดไฟมืดอย่างนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหมนี่
ดังนั้น ห้องไอ้ไก่จึงไม่ค่อยน่าสนใจสำหรับผม ครั้นผมกลับมาห้องไอ้เปี๊ยก หลายครั้งได้ยินไอ้เปี๊ยกบ่น ทดท้อกับชีวิต เพราะเหตุนี้เรื่องราวชีวิตของไอ้เปี๊ยกจึงอยู่ในความสนใจของผมตลอดเวลา
ไอ้เปี๊ยกต่างกับไอ้ไก่ ตรงที่ไอ้เปี๊ยกมันชอบนั่งอ่านหนังสือทั้งวัน ผมเลยมีของกิน แต่ไอ้ไก่เอาแต่กระซิบกระซาบ และหัวร่อต่อกระซิก บางครั้งยังทำเสียงประหลาดๆ ให้ได้ยินอยู่เสมอๆ บางครั้งไอ้ไก่มันก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่สุดท้าย ก็จะจบลงด้วยคำว่า "โอ้....ดีจริงๆ เลย...... จ๊ะที่รัก"
ผมน่ะไม่เข้าใจไอ้มนุษย์สองตัวนี่จริงๆ เลย
วันนี้ไอ้เปี๊ยกมันนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อหน้าผม ผมนึกในใจก็กลัวไอ้เปี๊ยกจะได้ยิน (จุ๊..........จุ๊............จุ๊) ไอ้ห่านี่ตัวออกใหญ่โต หน้าโหดยังกะหมาบ้า มานั่งร้องไห้เป็นลูกหมาอยู่ได้ แต่พอฟังไอ้เปี๊ยกเล่าซักพักผมก็อดเห็นใจมันไม่ได้ มันเล่าว่า ปีนี้มันต้องเรียนให้จบเพราะดันไปบอกกับแม่ว่า มันใกล้จบรับปริญญาเต็มทีแล้ว และ "ให้แม่ตัดชุดใหม่มางานรับปริญญาเปี๊ยกได้เลย"
ไอ้เปี๊ยกนั่งปรึกษากับฝาห้องสีโสโครกอยู่ลำพังโดยมีผมเกาะติดสถานการณ์แอบฟังอยู่ตรงนี้ ไอ้เปี๊ยกบ่นต่อไปว่า มีใครจะรู้บ้างไหมว่า เปี๊ยกทำเต็มที่แล้ว แต่สมองเปี๊ยกก็ได้แค่นี้จริงๆ วันนี้เปี๊ยกไปดูผลสอบ เปี๊ยกสอบตกอีกแล้ว ตกลงนี่เปี๊ยกจะทำไม่ได้อย่างปากพูดจริงๆ หรือนี่ เรียนมาสี่ปีได้ห้าสิบหน่วยกิต เรียนต่อเป็นเจ็ดปียังไม่ถึงแปดสิบหน่วยเลย และนี่ถ้าแปดปีแล้ว เปี๊ยกยังไม่ถึงไหนจะบอกแม่เปี๊ยกยังไงนี่ เรื่องคงต้องแดงแน่ๆ เลยทีนี้ โอ๊ย.....เปี๊ยกอยากตาย โอ๊ย.....เปี๊ยกอยากตาย เปี๊ยกไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้ว
ไอ้เปี๊ยกน้ำตาซึม นั่งคอตก แล้วล้มตัวลงนอนแผ่ลงกับพื้นเหมือนปลาขาดน้ำอยู่ตรงนั้น
ใช่แล้ว ผมเคยได้ยินหลายคนเล่าว่า มาเรียนรามนั้นเข้าง่ายแต่ออกยาก แท้จริงมันเป็นอย่างนี้นี่เอง คือสมัครเข้าเรียนน่ะง่ายนิดเดียว แต่จบออกไปน่ะสิ มันยากยิ่งกว่า เพราะกว่าจะสอบผ่านได้แต่ละวิชาเลือดตาแทบกระเด็น ขนาดไอ้เปี๊ยกมันอ่านหนังสือทั้งวันจนผมยาวถึงพื้นไม่มีเวลาไปตัดผม ยังสอบไม่ผ่านเลย แต่ที่จริงผมว่าที่ไหนๆ มันก็เหมือนกันแหละพอขี้เกียจก็โทษว่าข้อสอบยาก หรือว่าจบยาก อย่างนี้เป็นต้น
ไอ้เปี๊ยกเอ้ย.......มึงจะไปกลัวอะไรใครๆ เขาก็สอบตกกันทั้งนั้น ไหนๆ มึงก็โกหกแม่มึงแล้ว ว่าใกล้จบเต็มที มึงก็โกหกให้แม่มึงมีความหวังต่อไป ว่ามึงใกล้จบแล้ว มึงก็ควรตั้งหน้าตั้งตาทำนาต่อไป............เฮ้ยไม่ใช่........อ่านหนังสือและตั้งใจเรียนต่อไป
คุณเปี๊ยกไม่ผิดหรอก ที่ไปสร้างความหวังให้แม่อย่างนั้น ยังไงแล้วถึงมึงไม่พูดแม่เขาก็หวังแค่ได้เห็นใบปริญญาที่มึงจะเอาไปทำทุนเลี้ยงชีวิตต่อไปในอนาคต และแน่ใจว่ามึงจะไม่อดตายก็เท่านั้น เขาไม่แคร์หรอกว่ามึงจะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนที่จะได้ใบปริญญามา มึงรีบๆ ทำให้ฝันเป็นจริง ก็แล้วกัน
อีกหน่อยเรื่องโกหกของมึงก็จะกลายเป็นเรื่องจริง นี่ถ้ามึงไม่มีความหวังเสียแล้วเรื่องโกหกนี้ก็ยังเป็นเรื่องโกหกอยู่วันยังค่ำมึงลองคิดดูว่าเจ็ดปีนี้มีคนโง่ที่ไหนบ้างจะสอบผ่านมาได้ตั้ง 70 กว่าหน่วยกิต คิดดูให้ดีนะ เหลืออีกแค่ครึ่งทางเท่านั้น ถึงแม้มึงจะคลานไป ระยะทางมันก็ย่อมลดลงไปเรื่อยๆ และยิ่งเข้าใกล้จุดหมายเข้าไปทุกที แต่ถ้ามึงขืนหยุดมานั่งมานอนฟังเสียงแปลกๆ ของไอ้ไก่อย่างนี้ล่ะก้อ มีหวังมึงตายคามหาลัยแน่ๆ
มึงดูมาที่กูสิ แม้กูจะเป็นจิ้งจกไม่สมประกอบ หางก็ด้วน ตูดก็กุด อีกหน่อยพอหางกูงอกแล้ว กูก็จะหล่อเหมือนเดิม ของอย่างนี้มันต้องใช้ระยะเวลา วันนี้ถึงหางจะด้วนพรุ่งนี้มันก็เริ่มงอกแล้ว งอกทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด จนเต็ม แล้วจิ้งจกหางด้วนก็กลายกลับมาเป็นจิ้งจกที่หล่อที่สุดในห้องนี้อีกครั้ง มึงก็เหมือนกันวันนี้มึงสอบตก พรุ่งนี้มึงตั้งใจใหม่เพิ่มความตั้งใจเข้าไป ทีละนิด ทีละนิด เดี๋ยวหางมึงก็งอกขึ้นมาเอง เอะไม่ใช่สิ เดี๋ยวความรู้มันก็เพิ่มพูนขึ้น เข้าใจไหมไอ้มนุษย์เปี๊ยกเอ้ย
วันนี้มึงผิดพลาด มึงก็เริ่มใหม่สิวะไม่มีใครห้าม ไม่อายจิ้งจกหางด้วนอย่างกูเหรอ จุ๊......จุ๊........จุ๊ หวังว่ามึงคงจะคิดได้นะ เพราะเวลาไม่ได้กำหนดความสำเร็จ แต่ความอึดและความพยายามต่างหากเป็นตัวกำหนดว่ามึงจะทำสำเร็จหรือไม่
ไอ้เปี๊ยกลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นอนดูจิ้งจกหางด้วนตัวหนึ่งเดินวนอยู่รอบๆ เพดานห้อง สงสัยพฤติกรรมของเจ้าจิ้งจกตัวนั้น ว่าทำไมมันร้องไม่หยุดเลย จุ๊......จุ๊........จุ๊..........จุ๊ เอะ.....หรือมันพยายามจะบอกกับเราว่า สู้ สู้ สู้ สู้ โว้ยไอ้เปี๊ยก
|
ยินดีต้อนรับท่านผู้เดินทาง เราจะร่ายกระบี่อักษร ร่ำสุราแห่งความรู้ด้วยกัน ที่ร้านม่วนขนาด
คารวะหนึ่งจอก
แล้วร้านนี้อยู่ที่ไหนครับ