ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เพื่อป้องกัน และลดปัญหาท้องผูกจากสถาบันเอ็ม.ดี.แอนเดอร์ซัน...

ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา

วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เพื่อป้องกัน และลดปัญหาท้องผูกจากสถาบันเอ็ม.ดี. แอนเดอร์ซัน มหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐฯ มาฝากครับ...

อาจารย์ท่านแนะนำวิธีป้องกันและลดปัญหาท้องผูกดังต่อไปนี้...

  1. กินอาหารให้ตรงเวลา:                                       
    แนะนำให้กินอาหารตรงเวลา และกินมื้อใหญ่หน่อยวันละ 1 มื้อ กินตรงเวลาแล้ว อย่าลืมเข้าห้องน้ำให้ตรงเวลาด้วย เพื่อให้นาฬิกาของระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  2. กินลูกพรุน:                                                         
    กินลูกพรุนหรือน้ำลูกพรุน เพื่อให้ถ่ายง่าย
  3. เครื่องดื่มอุ่นๆ:                                                   
    ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ หลังอาหาร เช่น น้ำนมถั่วเหลือง ฯลฯ
  4. งดเหล้า:                                                              
    ควรงดแอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์) แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายเสียน้ำไปทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  5. ลดชา:                                                                
    ชามีสารแทนนีน อาจทำให้ท้องผูกได้ในบางคน เรื่องนี้มีวิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ให้ชงชาด้วยน้ำร้อนจัดในเวลาสั้นลง คือ ชงชา 2-3 นาทีแล้ว รีบแยกใบชาหรือผงชาออกจากน้ำร้อน วิธีนี้จะช่วยลดสารคาเฟอีน (กาเฟอีน / caffeine) และสารแทนนินที่ทำให้ท้องผูกลง

    การลดปริมาณชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนลงอาจช่วยได้บ้าง อย่างไรก็ตาม... ถ้าลดเครื่องดื่มเหล่านี้ลงไม่ได้ การดื่มน้ำให้พอก็ช่วยป้องกันท้องผูกได้
  6. กินเส้นใย:                                                          
    กินเส้นใย(ไฟเบอร์)ให้มากขึ้น เริ่มจากการกินข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ถ้ากินข้าวขาวควรเติมจมูกข้าว(วีทเจิร์ม) เพื่อเพิ่มปริมาณเส้นใย กินถั่วให้มากขึ้น กินผักและผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 5 ส่วนบริโภค(ประมาณ 5 ทัพพีหรือ 5 ฝ่ามือผู้ใหญ่)
  7. ดื่มน้ำ:                                                                
    ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ดื่มน้ำเพิ่มทันทีที่หิวน้ำ และสังเกตสีน้ำปัสสาวะ ถ้ากินน้ำมากพอ น้ำปัสสาวะจะมีสีเหลืองจาง ถ้าขาดน้ำ น้ำปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้ม
  8. ออกกำลังกาย:                                                    
    การออกกำลังกายช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ลดโอกาสเกิดโรคท้องผูก ควรออกกำลังกายอย่างน้อยเทียบเท่าการเดินเร็ววันละ 30 นาที เดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์ ออกแรงทำงานบ้าน เช่น ล้างรถ ถูพื้น ฯลฯ ให้มากขึ้น

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบคุณ > M.D. Anderson patient education office. Cancerwise (March 2006). http://www.cancerwise.org/March_2006/display.cfm?id=012D69A7-7E93-11D4-AEC800508BDCCE3A&color=blue&method=displayFull&color=blue > March 14, 2006.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๙ > แก้ไข ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐.