นิทานเรื่องสั้นๆ ของท่านพุทธทาสภิกขุ จากหนังสือพิมพ์พุทธศาสนา ปี ๒๔๙๘ หน้า ๙
นิทานเกิดขึ้นที่ข้างส้วมแผนโบราณแห่งหนึ่ง ในหลุมนั้นมีหนอนเจริญเติบโตอยู่ทุกขนาดดำผุดดำว่ายอยู่อย่างยั้วเยี้ยนับด้วยหมื่นด้วยแสน ท่านสมภารได้ชี้ให้เด็กๆดูในแง่ธรรมะที่ว่า หนอนเหล่านี้มันกำลังมึนเมาอยู่ในของเน่าเหม็น และหลับหูหลับตาจมอยู่ในของสกปรกอย่างน่าสมเพช ซึ่งถ้านำไปเปรียบกับเหล่าเทพยดาในฉกามาวจรแล้วก็จะชวนให้สมเพชยิ่งขึ้นไปอีก จนสุดที่จะทนไหวทีเดียว ใครๆอย่าหลงพอใจในของสกปรกเหมือนหนอนเหล่านั้นเลย
หนอนหลายตัว ได้ยินคำพูดเหล่านั้น หนอนบางตัวได้คิดว่า แท้จริงความพอใจในรสนิยมของพวกเรา กับของเทพยดาทั้งหลาย ก็มีได้เท่ากันและในลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้มันแล้วแต่ลักษณะของอายตนะเครื่องรับและเสวยอารมณ์นั้นต่างหาก เราไม่เชื่อท่านสมภาร หนอนบางตัวได้พยายามลืมตาขึ้นดู ก็เห็นว่ามันออกจะสกปรกมากมายจริง แต่ทนลืมตาอยู่ไม่ไหวต้องกลับหลับไปตามเดิมโดยเร็ว เพราะมันได้เห็นสิ่งอื่นที่สกปรกกว่าอาหารบ้านเรือนของมันเอง จนทนลืมตาอยู่ไม่ไหว
มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้เห็นเทพยดามนุษย์ทั้งหลายมีจิตจมอยู่ในความมืดมน ถือตัวถือตนนานาประการ การกระทำทางกายวาจาก็จมอยู่ในกรรมโสมมเลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้นจมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่งต่างๆด้วยความหลงใหลในลาภยศอำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมาในความสุขทางเนื้อหนังของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพออีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้องอิจฉาริษยารบราฆ่าฟันกันทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างป่าเถื่อนทารุณชนิดที่ไม่เคยมีในสมัยที่ยังไม่เกิดส้วมชักโครกแผนปัจจุบันนั้นเลย ศีลธรรมของเขาคือการกอบโกยความสุขทางเนื้อหนังใส่ตนอย่างเดียว แล้วเรียกชื่อกันเอาเองอย่างไพเราะว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติของฉัน
พูดกันดังนั้นแล้ว มันก็ชักชวนกันให้หลับตาให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบหรือล้าหลังพวกเทพยดามนุษย์ทั้งปวง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้พอเคียงคู่กันไป
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
ผู้ที่พอใจในกามารมณ์ ชื่อเสียงยศศักดิ์อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวารทั้งหลายนั้น ขออย่าได้หาญพยายามลืมตาเป็นอันขาด จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหนอน หรือลืมขึ้นมา ก็จะต้องรีบกลับหลับตาลงไปใหม่เหมือนหนอนเหล่านั้นอยู่เอง ซึ่งทำให้เกิดเป็นปัญหาขึ้นว่า ใครเล่าจะเป็นฝ่ายชนะ หรือว่าใครเล่าน่าสมเพชกว่าใคร ในระหว่างพวกเทพยดาในฉกามาวจรสวรรค์ และหนอนในส้วมแผนโบราณเหล่านั้น

วันนี้มานั่งฟังนิทานแต่เช้าเลย อิอิ ขออีกๆๆๆๆครับ
สวัสดีครับอาจารย์
มีอีกเรื่องที่ครับ "ตัวหนอนในกองมูล"
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ...มิตรรักนักฟังนิทานทุกท่าน
ส่วนใหญ่เด็กๆ ต้องฟังนิทานก่อนนอนกัน ปรากฎว่าเด็กกลุ่มนี้ ฟังนิทานก่อนทำงานค่ะ เพราะเป็นเด็กแนว...
อาจารย์ภูคา ช่วยเล่าด้วยซิคะ เรื่อง "ตัวหนอนในกองมูล" เนี่ยมันเป็นยังงัย อยากรู้จังค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
ขออนุญาตเล่านิทานนะครับ
ในสมัยหนึ่งมีนักบวช 2 คนเป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งตายในขณะทำสมาธิ จิตได้ไปเกิดเป็นพรหม ส่วนอีกคนหนึ่งขณะที่กำลังจะตาย จิตไปติดยึดกับอกุศลเพียงเล็กน้อย ทำให้ไปเกิดเป็นตัวหนอนในกองขี้ควาย ส่วนเพื่อนที่เป็นพรหมอยากจะรู้ว่าเพื่อนไปเกิดเป็นอะไรก็ส่งจิตตามหา พบว่าเพื่อนได้เกิดเป็นตัวหนอน ก็มีความรู้สึกสงสารเพราะอารมณ์เพียงวูบเดี่ยวก็ตายมาขัดขวางบุญบารมีที่ได้ทำมา จึงแปลงเป็นนกเพื่อจะมาทำลายสังขารของหนอนเพื่อให้เพื่อนได้เกิดใหม่ตามบารมีทำไว้ เมื่อมาถึงกองมูลที่เจ้าหนอนอยู่ก็ทำท่าจะจิกหนอน
- หนอนเห็นดังนั้นก็พูดว่า "ทำไมท่านต้องมาทำร้าย ทำอันตรายเราด้วย "
- นก " เจ้าหนอนเอย เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนกัน แต่ก่อนเธอตายจิตเธอได้ตกต่ำลงชั่วขณะเพราะกรรมเก่า จึงได้มาเกิดเป็นหนอน เพื่อนเอย จงทิ้งสังสารตัวหนอน ที่อยู่และกินอยู่กับมูลของสัตว์เดรฉานที่หาความเจริญไม่ได้ เถิด"
- หนอน " ทำไมเราต้องเชื่อท่านด้วย ในเมื่อเราเกิดอยู่ในที่อันสุขสบาย มีอาหารกิน มีที่ให้หลับนอน มีความสะดวกสบาย เราชอบของเรา เรารักของเรา เราชอบที่จะอยู่อย่างนี้"
- นก" ถ้าเจ้าติดยึดกับกองมูลเหล่านี้ ติดยึดกับตัวตนที่เป็นตัวหนอนนี้ เจ้าจะตัองอยู่กับมันไปอีกนาน"
- หนอน " มันก็เรื่องของเรา เราชอบ เราอยากอยู่อย่างนี้ ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะมาทำร้าย ทำอันตรายเรา"
นกได้ยินดังนั้น ก็นิ่ง คิดว่า ถ้าเขาละสังสาร โดยไม่ติดยึด ก็จะได้ไปเกิดเป็นเทวดา แต่ความติดยึดในตัวตน ถึงแม้นจะมีผู้ชี้นำก็ไม่ฟัง ไม่ยอมรับ กลับคิดว่าไปทำร้าย ทำอันตราย ถึงเราจะชี้แนะอย่างไรก็คงจะไม่ฟัง ก็คงจะต้องปล่อยไปตามกรรมต่อไป"
น่าสงสารเจ้าหนอนที่จะต้องอยู่ เกิดและตายอยู่ในกองมูลมีนาน
เมื่อมี มิจฉาถิทิ เป็นที่ตั้ง ก็อยากจะหลุดพ้นได้
ขอบคุณอาจารย์ภูคามากๆ ค่ะ ขอปุ๊บให้ปั๊บ ใจดีจังเลย....