การจัดการดูแลผู้ป่วย (Case Management)

การจัดการดูแลผู้ป่วย (Case Management)

กระบวนการความร่วมมือในการประเมิน วางแผน จัดการ และให้คำปรึกษา ในการเลือกหนทางรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลตามความต้องการที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการสื่อสาร และการจัดการทรัพยากรที่ดี

ลักษณะสำคัญของผู้จัดการการดูแล (Case Manager)

 

มีหน้าที่ประสานงานระหว่าง ผู้ป่วย ผู้ให้บริการ ผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ชุมชนและสังคม เพื่อให้การบริการที่ผู้ป่วยได้รับมีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่า ภายใต้ระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้โดยมีผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

กระบวนการจัดการดูแล มีองค์ประกอบ คือ


1) Assessment การประเมินความต้องการของผู้ป่วยที่ครอบคลุมทุกด้าน แบบองค์รวม
2) Planning การวางแผนการดูแลที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม คุ้มค่าโดยความร่วมมือของทีม สหสาขา รวมทั้งผู้ป่วยและญาติเพื่อให้ผู้ป่วยมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุดและภายในกรอบเวลาที่กำหนด
3) Facilitation การติดตามกำกับ ประสานงาน และสนับสนุนให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แก้ไขปรับปรุงความแปรปรวนที่เกิดขึ้น(variances) โดยใช้เครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพต่างๆ รวมทั้งการพิทักษ์สิทธิและเป็นผู้ประสานประโยชน์แก่ทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
4) Advocacy การประเมินผลการปฏิบัติทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยกำหนดตัวชี้วัดให้เหมาะสม และติดตามการบรรลุเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มเป้าหมาย ที่ควรนำระบบ Case management มาช่วยจัดการดูแลให้มีประสิทธิภาพได้แก่


(1) กลุ่มที่มีแนวการรักษาที่หลากหลาย ไม่มีแบบแผนที่แน่นอน
(2) กลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง
(3) กลุ่มโรคเรื้อรังที่กลับมา Admit บ่อยครั้ง
(4) กลุ่มที่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม
(5) กลุ่มที่นอนรักษาตัวในร.พ.นาน


ผู้ป่วยในกลุ่มเหล่านี้ มักเป็นผู้ที่มีปัญหาที่ซับซ้อน ทั้งภาวะความเจ็บป่วย เศรษฐกิจ สังคม ใช้ทรัพยากรสุขภาพจำนวนมาก และผู้ให้บริการหลากหลายสาขาวิชาชีพมาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การที่จะประสานบริการทั้งหลายทั้งปวง จึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดี ซึ่งนอกจากบุคลากรผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการผู้ป่วยจำเป็นต้องมีทักษะความสามารถในด้านคลีนิกแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการ การเจรจาต่อรอง การติดต่อประสาน การตัดสินแก้ปัญหา และอื่นๆ แล้วแต่หน่วยงาน

ผลลัพธ์ของการจัดการดูแลผู้ป่วย (Case Management)


ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน
ลดอัตราการกลับมารักษาซ้ำ
ลดจำนวนวันที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
ควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
มีการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
ความพึงพอใจของผู้ป่วยและครอบครัว
เพิ่มคุณภาพการดูแลอย่างต่อเนื่อง
การพัฒนาศักยภาพผู้จัดการผู้ป่วย
การพัฒนาความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีม

      หัวใจสีขาวกำลังอยู่ในช่วงของการเข้าอบรม Case management

ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังด้านมะเร็งและโรคเลือดโดยทาง สปสช.

ได้จัดขึ้นในวันที่ 23 - 25 มิถุนายน 2551 ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการประชุมอบรมโดยวันนี้ได้เดินทางไปดูงานที่โรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เป็นตัวอย่างในด้าน Case management

ในโรคต่างๆได้ชัดเจนโดยเฉพาะโรคฮีโมฟีเลียและมะเร็ง แล้วหัวใจสีขาวจะนำตัวอย่าง+ข้อสรุปในการประชุมอบรมวันที่ 25 มาเขียนให้ผู้อ่านที่มีความสนใจได้มีความรู้กันต่อนะคะ