มีเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นโดยในครอบครัวมีด้วยทั้งหมด5 คน
วันหนึ่งขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร
เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการเมือง ก็ถามพ่อด้วยความสงสัย
“พ่อ...การเมืองคืออะไรครับ”
พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า
“อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก
เปรียบ พ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก็คอยหาเงินไง
เปรียบ แม่เป็น รัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง
เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
เปรียบ น้องชายของลูกเป็น อนาคตของชาติ
เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน”
เด็กน้อยทำหน้า งง งง ก่อนจะปล่อยให้ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้งวันจนเมื่อถึงเวลาตกดึกของวันนั้น… ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ
“แงๆๆๆๆๆ”
เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น
เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึงได้รู้ว่าน้องชายของเค้า อึแตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง
ขณะเดินไปตามแม่ เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย
ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่า
พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของ พี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่ พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ไม่ยอมตื่น
เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย
ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า
เด็กน้อยเห็นพ่อก็เลยบอกกับพ่อด้วยความภูมิใจว่า
“พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง”
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ยากและบางคนยังไม่เข้าใจ
“แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก” พ่อถามด้วยความอยากรู้
“การเมืองก็คือ ....
การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!! ในขณะที่
รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!
โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองอึ!!”
... เห็นหรือยังว่า การเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นนามธรรมนั้น ถ้าผู้เรียนมีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับสถานการณ์จริงที่เป็นรูปธรรมก็จะสามารถสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเองได้... (แต่จะถูกหรือผิดก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ปลูกฝังและให้ข้อมูลตอนแรก)...
เรียนท่านอาจารย์ ธเนศ ขำกลิ้งเลย ส่งไป นักศึกษา มหาลัยราชดำเนินหน่อย จะได้หายเครียด