เป็นเรื่องประหลาดสำหรับชีวิตในช่วงหลังเดินตุลาคม ๕๐ คำถามที่แต่ละคนถามคือ เมื่อไรจะมีตัวน้อย...ได้ตัวน้อยหรือยัง....เมื่อไรจะมีเหลนให้ลุงอุ้ม....มีตัวเล็กหรือยัง... คำตอบที่ตอบออกไปจากใจคือ "จนปัญญาจริงๆครับ" พร้อมกับยิ้มแหยๆ บางคนก็หัวเราะก๊าก

   "ราหุลํ ชาตํ ราหุลํ พนฺธนํ ชาตํ" คำนี้มีความหมายอะไรบางอย่าง....................ชีวิตนี้มีแต่ทุกข์ เมื่อทุกข์คลายความสุขก็โผล่ แต่อยู่ไม่นานก็หายไปอีก จงปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ถึงเวลามาก็มา ถึงเวลาไปก็ต้องไป เพราะทุกคนมาเพื่อไป ใยต้องมาเศร้าโศกเพราะพลัดพรากจากของรัก ใยต้องมาลิงโลดดีใจเมื่อพบเจอของถูกอกถูกใจ ใยต้องสร้างภาระให้กับคนข้างหลัง ใยไม่วางภาระลงและปลดปล่อยชีวิตสู่อิสรภาพ ร่างกายนี้อยู่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ใยต้องให้ใครมาคอยดูแลเอาใจใส่ การคอยดูแลเอาใจใส่เรา ทำไมต้องใครมาลำบากเพราะเรา หรือเราเป็นต้นเหตุให้ใครอื่นเขามาลำบาก............................

   ยังไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้จะจบลงเพียงใด แต่ที่รู้ ชีวิตยังต้องก้าวเดินต่อไป หลายคนอยากได้ลูกแต่ไม่ได้ ก็ให้รู้สึกเดือดร้อนใจ หลายคนไม่อยากได้ลูก ครั้นลูกก่อตัวเป็นร่างน้อยก็พยายามทำลายทิ้ง หรือรักษาไว้จนกระทั่งคลอดแล้วปล่อยปละละเลยเอาไปให้ปู่-ย่า-ตา-ยาย เลี้ยงให้ หลายคนใช้ชีวิตแบบเปลี่ยนผ่าน เหมือนแมลงวันที่วางไข่บนปลาเค็มที่ตาดเรียงรายไว้บนที่ตาก หลายคนชอบชิมอาหารหลากรส แต่ก็ยังไม่พบเจออาหารที่ใช่ นี่กระมังชีวิตแห่งการแสวงหา ต่อสู้ ดิ้นรน

  ชีวิตที่น่าสงสารเจ้าเอย................................

  แหม...จะให้ผลิตลูกอย่างไรกันล่ะในเมื่อ....แม่บ้านอยู่ที่หนึ่ง...พ่อบ้านอยู่แห่งหนึ่ง...ลูกออกมาก็ต้องอยู่อีกแห่งหนึ่ง....โถๆ...

 กราบสวัสดีครับ....ด้วยรักและหวังเหวิด