อันวิชาความรู้ใดในโลกนี้ ไม่มีที่จะเทียบได้ดั่ง “ธรรมะ”
หากเราเรียน เรารู้ “ธรรมะ” จัก พารู้รอบครอบทั่วนภาลัย...

วิชา “ธรรม” นั้นสานให้เรารู้จักใบไม้เพียงแค่กำมือเดียว แต่วิชาความรู้ที่ได้จากใบไม้กำมือเดียวนั้นสามารถทำให้เรารู้ เราเข้าใจใบไม้ได้ทั้งป่า..

อีกสายหนึ่ง วิชาความรู้ทางโลกนั้นเล่า เราต้องเรียนกันอย่างมากอย่างมาก เรียนแล้วเรียนเล่า เฝ้าแต่เรียน เรียนอย่างไรก็มิรู้หมด รู้ไม่ลึกหมดจด และไม่รู้เท่าทันกาล

ธรรมวิชา สอนเรารู้จักเพียงจิตหนึ่งกับอีกกายหนึ่ง
เป็นหนึ่งจิตหนึ่งกายที่เปรียบเสมือนดั่งสรรพวิชาของสรรพสิ่ง

ครั้นเมื่อเราเข้าใจจิตของตน เข้าใจกายของตนแล้ว เราสามารถกำหนดคาด มาดหมายความเป็นมาและเป็นไปได้โดยแท้จริง ธรรมะนั้นเล่าสอนเราเข้าถึงแก่นแห่งภายใน

ยิ่งแสวงหาความรู้จากภายนอก หาอย่างไรก็หาไม่จบ หาไม่หมด หาทั้งชีวิต ก็หากันอย่างนั้นอย่างนั้น หากันอย่างไม่รู้จักอิ่ม รู้จักพอ “ไม่พอให้คลายทุกข์” เป็นทุกข์อันเกิดจากกิเลส ตัณหา และราคะ...

อันบุคลที่มุ่งแสวงหาความรู้จากภายนอกนั้น เขานั้นเล่าจะมิสามารถพบหาความรู้แท้ที่จะนำความสุขอันยั่งยืนมาสู่ชีวิตที่นี้ได้เลย ความรู้ที่เราไปเที่ยวแสวงหาและหามาได้นั้น เป็นความรู้แบบเปลือกที่สามารถบำบัดทุกข์แบบประเดี๋ยวประด๋าว แล้วเขานั้นก็ต้องวิ่งวุ่นไปหาความรู้ใหม่มาดับทุกข์นั้นอีก ดับแล้วดับเล่า หาแล้วหาเล่า หากันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ก็หากันไม่เคยพอ ไม่เคยจบ...

อันว่าบุคคลที่อยู่มิได้หลับนั้น... จะรู้สึกว่าราตรีนี้ยาวนานนัก แต่การต้องมีชีวิตที่ต้องดิ้นรน แสวงหาความรู้เพื่อดับทุกข์แห่งสังสารวัฏนี้ช่างยาวนานกว่านั้นหลายร้อยพันเท่า

คนเกิดมาทุก ๆ ลมหายต้องเรียนรู้ ต้องแสวงหา ต้องพึ่งพาสิ่งต่าง ๆ มากมายเพื่อดับทุกข์ อันธรรมวิชานั้นสอนให้เรารู้เรื่องทุกข์และการดับซึ่งทุกข์นั้นได้อย่างแท้จริง

วิชาธรรมจึงเป็นวิชาที่ค้ำจุนจิต ประคับประจองชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกับทุกข์ให้สังสารวัฏนี้ได้สุขอย่างกลมกลืน...

ธรรมวิชา... นั้นหนา พารู้ทุกข์  รู้สิ้นสุดแห่งสังขารแห่งเราได้
ธรรมวิชา... สอนรู้กาย รู้จิตใจ  สอนเข้าไปกายและจิตแห่งบุคคล
ธรรมวิชา... พารู้รอบ ครอบทั่วโลก สุขหรือโศรก โทษหรือดี ตอบได้มั่น
ธรรมวิชา... ตราตรึงจิตคุณอนันต์ ปลดเครื่องกั้น กิเลสดองหมดหมองเอย...