ทุนศักยภาพและจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ที่ได้มาไม่แตกต่างกัน...ก็เริ่มแตกต่างกันไป ตามวันเวลาที่เดินผ่านอย่างไม่ใยดีกับชีวิตผู้คน...

วันเวลาที่ผ่านมาของผม...ถูกใช้ไปโดยไม่ได้บันทึกไว้ในโกทูโนมานานมาก...แรก ๆ ก็คิดอยู่ว่าจะเขียนบันทึกเรื่องราวความคิดต่อการได้มีโอกาสสัมผัส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป) ในฐานะคณะที่ปรึกษา(ที่ไม่รู้ว่าใครปรึกษาใคร...555)

เอาสักนิดก็ดีนะ...นึกครึ้มอยู่เหมือนกัน...อิอิ

 

วันที่ผมไปพบท่านรัฐมนตรีที่ห้องครั้งแรก...นั่นย่อมเป็นวังเก่าแน่นอน...บรรยากาศชวนให้ทุกคนที่ต้องทำหน้าที่เสนาบดี มีความขลังอยู่ไม่ใช่น้อย...ข้าราชการที่ปฏิบัติงานที่นั่น ย่อมคุ้นเคยกับวิถีปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาแบบเจ้านาย...ซึ่งรัฐมนตรีแบบคุณหมอพลเดช ใช้เวลาไม่นานก็ทำให้ทีมงานราชการที่เป็นเลขานุการในตึกรัฐมนตรีแอบกระซิบกระซาบให้ผมได้ยินว่า...ไม่เคยมีเจ้านายคนใดเป็นกันเองได้มากขนาดนี้มาก่อน...

ผมนึกเปรียบเทียบกับกระทรวงมหาดไทย...ที่มีคนเล่าขานกันว่า ต้องคลานไปกราบเท้ากันบ่อย ๆ ... ชวนให้ผมคิดเลยเตลิดต่อไปว่า... ผู้คนจำนวนไม่มากนักที่ได้มีโอกาสลิ้มรสความเป็นเสนาบดี...ที่มีอำนาจเหนือผู้คน...จนติดใจแล้วต้องหาทางแก่งแย่งเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจสั่งการคำเดียว...สะเทือนไปทั้งประเทศ...อยากได้อะไรก็ง่ายดายดุจเสกมนต์... มิใยจะลืมพระราชดำรัสที่มีต่อเสนาบดีในวันถวายสัตย์ฯ... ยากนักที่จะหาผู้ซึมซับพระกระแสรับสั่งมาใส่ใจทุกเมื่อเชื่อวันได้

 

เอ้า...กลับมาที่เรื่องเส้นทางการพัฒนาคนกันดีกว่า...555

 

จากการที่ผมใช้ประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้ชีวิตมา 45 ปีกว่า ๆ รู้ร้อนรู้หนาวมาพอสมควร...

เลี้ยงลูก 3 คน(จนบางคนคิดว่าผมประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกแล้ว...บางคนก็บอกว่าผมโชคดี...ที่จริงอาจมีโชคผสมอยู่บ้าง แต่ไม่แน่ว่าเป็นโชคดีหรือปล่าว...55555)

 

ผมได้ข้อสรุปบางประการ(ภาษาประชาสังคมเขาอ้างว่าเป็นการตกผลึกความคิด) ว่าธรรมชาติของคนเรานั้น  อันที่จริงคนทุกคนมีต้นทุนที่ดีอยู่ 2 ประการในตนตั้งแต่แรกปฏิสนธิ(เรียกว่าเกิดมาก็มีทุนให้กันอยู่แล้ว...555)

 

1.คือศักยภาพ(หมายรวมถึง IQ EQ SQ AQ และ ฯลฯ) ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีใกล้เคียงกันเมื่อแรกปฏิสนธิ...แต่หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของภาวะแวดล้อมที่จะหล่อหลอมให้เขาเข้าสู่เส้นทางใด...

ผมนึกถึงลูกชายคนโตที่เข้าเรียนแพทย์ศิริราช...ผมมีโอกาสให้เขาได้ฝึก AQ (ความสามารถในการต่อสู้กับความยากลำบาก) ไม่มากนัก...เช่นปล่อยให้เขาตกบันใด 10 กว่าขั้น โดยยืนรอรับศรีษะเขาที่ชั้นล่าง...ปล่อยให้เขาลุกเดินครั้งแรกแล้วล้มลงหลายครั้ง...โดยรออยู่ที่เส้นชัยเท่านั้น...(ไม่มีการแสดงความตกใจใด ๆ ให้เขาเห็น)

เมื่อเขาทำสำเร็จ...ผมแสดงความยินดีกับเขาด้วยการโอบกอดและชื่นชมเขา...นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบ่มเพาะจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อความสำเร็จ(ซึ่งผมเองก็ไม่เคยมีมาก่อน...555)

ความสามารถอีกหลาย ๆ ด้าน เช่น SQ ความสามารถเชิงสังคม  อันนี้ผมยอมรับว่าครอบครัวผมมีไม่มากจริง ๆ ...อิอิ  ก็ต้องเป็นพ่อแม่หรือผู้คนแวดล้อม...ที่เป็นแหล่งซึมซับเรียนรู้ของเขาโดยปริยาย (บางคนอ้างว่าเป็นโชค...ก็พอได้อยู่...อิอิ)

 

2.สัญชาติญาณและจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ ผมถือว่าเป็นทุนที่ทุกคนได้รับเมื่อแรกเกิดเช่นกัน...

ผมสังเกตุแววตาของลูกทุกคน...เมื่อทวารแต่ละอย่างของเขาเปิดขึ้นมา(หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ) ปฏิกริยาการเรียนรู้ของเขาถูกกระตุ้นให้ฉายออกทางแววตา ทางผิวหนัง ตลอดเวลา...และนั่นเป็นแววตาแห่งความสุข...ความสุขจากการเรียนรู้... 

เพียงแต่ว่า...การเรียนรู้แต่ละอย่าง แต่ละขั้นตอน...ได้รับการกระตุ้นและตอบสนองมากน้อยเพียงใด...และเป็นไปในทิศทางแห่ง วิชชา หรือ อวิชชา...

ทุนศักยภาพและจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ที่ได้มาไม่แตกต่างกัน...ก็เริ่มแตกต่างกันไป ตามวันเวลาที่เดินผ่านอย่างไม่ใยดีกับชีวิตผู้คน... 

 

ดังนั้น...ศักยภาพที่ควรจะถูกพัฒนาถึงขั้นเป็นผู้นำ...จิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ที่ควรพัฒนาได้ถึงขั้นปราชญ์ ของทุกคน  เลยถูกบดบังไปด้วยกรอบแห่งวาสนาและอวิชชา...