4.Price-Earnings Ratio (PE Ratio): ราคาตลาดของหลักทรัพย์ หารด้วยกำไรต่อหุ้น ณ ปัจจุบัน หรือ คาดการณ์ในอนาคต นักลงทุนจะใช้ PE Ratio เป็นตัววัดขั้นพื้นฐานของหลักทรัพย์ที่เหมาะสมน่าลงทุนเปรียบเทียบกับหลักทรัพย์อื่นๆ ค่า Ratio นี้เกี่ยวข้องกับค่าเฉลี่ยของตลาดและความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรของตลาด
1. หุ้นสามัญ (Common stock) เป็นตราสารประเภทหุ้นทุน ซึ่งออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด
2. หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preserred stock) เป็นตราสารประเภทหุ้นทุน แต่มีข้อแตกต่างจากหุ้นสามัญ คือ หุ้นบุริมสิทธิ์จะได้รับชำระเงินก่อน
3. หุ้นกู้ (Debenture) เป็นตราสารที่บริษัทเอกชนออก เพื่อกู้เงินระยะยาวจากผู้ลงทุน
4. หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) คล้ายกับหุ้นกู้ แตกต่างกันที่ช่วงระยะเวลา
5. ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (Warrant) เป็นตราสารที่ระบุว่าผู้ถือครองจะได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นต่างๆ ในราคาที่กำหนดเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้
6. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative warrant) เป็นตราสารที่มีลักษณะคล้ายคลึง กับใบสำคัญแสดงสิทธิทั่วไป
7. หน่วยลงทุน (Unit trust) คือตราสารที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนรวมในรูปหน่วยลงทุน
8. ตลาดเงิน (money market) เป็นแหล่งกลางในการระดมเงิน และจัดสรรเงินระยะสั้น
9. ตลาดทุน (capital market) เป็นกลางในการระดมเงินทึน และจัดสรรเงินทุนระยะยาว
10. ตลาดแรก (primary) เป็นแหล่งการในการเสนอขายและซื้อขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่
1.ทฤษฎีเสี่ยงสูง-ผลตอบแทนสูง (High Risk – High Return)
ทฤษฎีในการลงทุนที่แสดงให้ทราบถึงหลักการลงทุนว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง และ หากการลงทุนประเภทใดมีความเสี่ยงสูง ก็ย่อมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสสูญเสียเงินต้นเช่นกัน
2.ขาดทุนจากส่วนเกินทุน (Capital Loss)
ผลขาดทุนที่เกิดจากการลงทุน ซึ่งไม่นับส่วนเงินต้นที่ลงทุนไป
3.กำไรจากส่วนเกินทุน (Capital Gain)
ผลกำไรตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนกำไรเท่านั้น ไม่นับส่วนเงินต้นที่ลงทุนไป
4.ACQUISITION OF ASSET ( การได้มาซึ่งสินทรัพย์ )
การเข้าซื้อหรือรับโอนหรือแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทอื่น เช่น การซื้อหุ้นทุน การแลกหุ้นกัน การซื้อที่ดิน การซื้อสิทธิการเช่าอาคาร การซื้อสิทธิการใช้ที่ดินหรืออาคาร เป็นต้น ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีข้อกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลตามนัยสำคัญแห่งการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทอื่น
5.BLUE CHIP (หุ้นชั้นดี)
หุ้นสามัญของบริษัทที่มีการดำเนินงานที่มั่นคง สามารถทำผลกำไรให้เติบโตและรักษาระดับเงินปันผล อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนาน อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของผู้บริหาร สินค้าและบริการ
6.BOARD LOT (หน่วยซื้อขาย)
หุ้นสามัญของบริษัทที่มีการดำเนินงานที่มั่นคง สามารถทำผลกำไรให้เติบโตและรักษาระดับเงินปันผล อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนาน อีกทั้งมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของผู้บริหาร สินค้าและบริการ
7.BOOK VALUE (มูลค่าหุ้นตามบัญชี)
มูลค่าของหุ้นสามัญ 1 หุ้น ที่ได้จากการประเมินค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value) ต่อหุ้นตามงบดุลล่าสุดของบริษัทผู้ออกหุ้น ซึ่งหมายความว่าหากบริษัทนี้เลิกกิจการและสามารถนำสินทรัพย์ รวมถึง หนี้สินต่างๆ ไปแปรเป็นเงินสดได้ตามมูลค่าที่ระบุในงบดุลนั้นแล้ว ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินคืนในจำนวน เท่ากับมูลค่าตามบัญชีต่อการถือหุ้น 1 หุ้น
8.BROKER-DEALER (นายหน้าผู้ค้าหลักทรัพย์)
บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตทำธุรกรรมหลักทรัพย์ ทั้งในฐานะ Broker และในฐานะ Dealer
9.CASH DIVIDEND (เงินสดปันผล)
เงินปันผลที่ได้จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นในรูปของเงินสด บริษัทส่วนมากจะจ่ายเงินปันผลในรูปของเงินสด เว้นแต่จะมีเหตุอื่นที่ทำให้เกิดผลดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวมากกว่า บริษัทจึงจะจ่ายปันผลในรูปอื่น
10.CONVERTIBLE DEBENTURE (หุ้นกู้แปลงสภาพ)
หุ้นกู้ประเภทที่ระบุสิทธิแก่ผู้ถือที่จะแปลงสภาพหุ้นกู้นั้นไปเป็นหุ้นสามัญของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้นั้นได้
1. ตลาดรอง (secondary) เป็นแหล่งกลางในการเสนอขายและซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเคยผ่านการซื้อขายในตลาดแรกมาแล้ว
2. สภาพคล่อง (liquidity) สภาพที่หลักทรัพย์สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยไม่สูญเสียมูลค่าหลักทรัพย์นั้น
3. ความผันผวน (volatility) หมายถึงความเคลื่อนไหวของระดับราคาตลาดของหลักทรัพย์ ออกห่างจากระดับราคาที่ควรจะเป็น ณ จุดสมดุล
4. ต้นทุนของเงินทุน (capital costs) ต้นทุนต่างๆที่ใช้ในการออกหลักทรัพย์เพื่อจัดหาเงินทุน
5. ตลาดรองที่จัดตั้งขึ้นเป็นทางการ (organized securities market) เป็นตลาดค้าหลักทรัพย์ที่กฎหมายจัดตั้งขึ้น
6. การซื้อขายนอกตลาด (over-the-counter market) เป็นตลาดค้าหลักทรัพย์ที่มิได้ซื้อขายในตลาด ที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ
7. (Excluding Transferable Subscription Right) : ผู้ซื้อหลัก ทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
8. (Excluding Interest) : ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
9. (Excluding Principal) : ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่ บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
10. AOM (Automatic Order matching) เป็นวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยให้บริษัทสมาชิกผู้ซื่อและผู้ขายส่งคำสั่งซื้อ และคำสั่งขายมาในระบบการซื้อขาย
1.DEALER (ผู้ค้าหลักทรัพย์)
บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตทำธุรกรรมในฐานะผู้ค้าหลักทรัพย์ ซึ่งจะซื้อและขายหลักทรัพย์เพื่อ บัญชีลงทุนของตนเองและรับความเสี่ยงจากการซื้อขายนั้น ในกรณีที่ลูกค้าซื้อหุ้นจาก Dealer ลูกค้าจะได้รับหุ้นที่โอนมาจาก Portfolio ของ Dealer นั้น
2.DERIVATIVE INSTRUMENT (ตราสารอนุพันธ์)
ตราสารทางการเงินประเภทที่มูลค่าหรือราคาของตราสารนั้นเกี่ยวเนื่องอยู่กับมูลค่าของสินทรัพย์ที่ตราสารนั้นอิงอยู่ การจัดให้มีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์จะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องกับตลาดการเงินมีเครื่องมือไว้ปกป้องและบริหารความเสี่ยงที่มีอยู่ และเป็นการเพิ่มช่องทางลงทุนซื้อขายที่หลากหลายยิ่งขึ้น
3.EARNINGS PER SHARE หรือ EPS (กำไรต่อหุ้น)
ส่วนของกำไรสุทธิที่แบ่งเฉลี่ยแก่หุ้นสามัญแต่ละหุ้น
4.EQUITY FUND (กองทุนตราสารทุน)
กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นโดยมีนโยบายนำเงินไปลงทุนในตราสารทุน (Equity) ของบริษัทต่างๆ เงินปันผลจากกองทุนประเภทนี้จะไม่แน่นอน แต่จะมีอัตราสูงกว่าอัตราเงินปันผลจากกองทุนตราสารหนี้
5.FINANCIAL MARKET (ตลาดการเงิน)
ตลาดที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งกลางที่ระดมเงินออมจากผู้ออมและจัดสรรเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ ทั้งในระบบของการให้สินเชื่อและการพัฒนาหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตรา
6.PAR VALUE (มูลค่าที่ตราไว้)
มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ระบุไว้บนใบตราสารซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิของแต่ละบริษัท มูลค่าที่ตราไว้เป็นข้อมูลที่แสดงให้ทราบถึงมูลค่าเงินลงทุนเริ่มแรกสำหรับหุ้นแต่ละหน่วยซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ทางบัญชี และแสดงให้ทราบถึงทุนจดทะเบียนตามกฏหมาย เช่น ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท เป็นต้น Par Value อาจเรียก Face Value ( มูลค่าตามหน้าตราสาร ) หรือ Nominal Value ( มูลค่าที่กำหนดไว้ ) ก็ได้
7.PORTFOLIO (หลักทรัพย์ในครอบครอง)
หลักทรัพย์ทั้งหมดในความครอบครองของผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่ง ทั้งนี้จะต้องประกอบด้วยหลักทรัพย์จำนวนตั้งแต่ 2 ชนิด หรือ 2 บริษัทขึ้นไป จุดประสงค์ของการสร้าง Portfolio ก็เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการกระจายลงทุนในหลักทรัพย์หลายบริษัทหรือหลายประเภท
8.GROWTH STOCK (หุ้นที่เจริญเติบโตเร็ว)
หุ้นของบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงในปัจจุบันและเป็นที่คาดว่าจะสามารถหากำไรได้สูงต่อไปในอนาคต ซึ่งจะมีผลทำให้มูลค่าหุ้นนี้ในตลาดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราที่สูงกว่าหุ้นของบริษัทอื่นๆ
9.MARGIN (หลักประกันของลูกค้า)
จำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่ลูกค้าวางไว้กับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อการซื้อหุ้นโดยใช้สินเชื่อหรือเพื่อการขายชอร์ตกับบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลาดหลักทรัพย์จะกำหนดอัตราขั้นต่ำที่ลูกค้าต้องวางหลักประกันไว้เรียกว่า Initial Margin Rate เช่น ร้อยละ 50 ของมูลค่าหุ้นที่ซื้อหรือขายชอร์ต เป็นต้น
10.MARKET CAPITALIZATION (มูลค่าตามราคาตลาด)
มูลค่าโดยรวมของหุ้นสามัญของบริษัทใดๆ ที่คำนวณขึ้นโดยใช้ราคาตลาดของหุ้นนั้นคูณกับจำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัทดังกล่าว
1.ความปลอดภัยของเงินทุน (Security 0f Principal) หมายถึงการรักษาเงินลงทุนเริ่มแรกให้คงไว้
2.เสถียรภาพของรายได้ (Stability of Income ) เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการขาดทุน
3.ความงอกเงยของเงินทุน (Capital Growth) เป็นการลงทุนที่ให้เงินลงทุนในหลักทรัพย์มีค่าเพิ่มขึ้น
4.ความคล่องตัวในการชื้อขาย (MarKetability) คือการที่เอาหุ้นไปขายแล้วมีคนสนใจเช่นในการดูจากชื่อเสียง
5.ความสามารถในการเปลี่ยนเเป็นเงินสดได้ทันที (Liquidity ) สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วและค่าเงินไม่ลดลง
6.การกระจายเงินทุน ( Diversification) การลงทุนในหลักทรัพย์หลายหลายอย่างปนกัน
7.นักลงทุนสถาบัน ( Institutional Investors) เช่นบริษัทเงินทุน ธนาคารพาณิชย์ มีการลงทุนขนาดใหญ่สามารถกระจายการลงทุนได้กว้างขวาง
8. นักลงทุนประเภทบุคคล (Individual Investors) นักลงทุนรายย่อยโดยทั่วไป
9. IPO (Initial Public ofterring) การเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชน
10.PT (put through) เป็นวิธีการซื้อขายรองโดยสมาชิกผู้ซื้อและผู้ขาย จะตกลงซื้อขายกันเอง
1.การหักลดยอดสุทธิ (Net offset): การที่ทำรายการซื้อและขายหลักทรัพย์ในวันเดียวกัน โดยการทำรายการตรงกันข้ามเพื่อปิด position
2.เศษหุ้น (Odd lot): จำนวนหุ้นที่ต่ำกว่า 100 หุ้นบนกระดานหลักที่จำเป็นจะต้องทำการซื้อขาย
3.พอร์ตโฟลิโอ (Portfolio): รายการหลักทรัพย์ที่ถือครองไว้ทั้งหมด เช่น หุ้น หรือตราสารทางการเงิน เป็นต้น
4.Price-Earnings Ratio (PE Ratio): ราคาตลาดของหลักทรัพย์ หารด้วยกำไรต่อหุ้น ณ ปัจจุบัน หรือ คาดการณ์ในอนาคต นักลงทุนจะใช้ PE Ratio เป็นตัววัดขั้นพื้นฐานของหลักทรัพย์ที่เหมาะสมน่าลงทุนเปรียบเทียบกับหลักทรัพย์อื่นๆ ค่า Ratio นี้เกี่ยวข้องกับค่าเฉลี่ยของตลาดและความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรของตลาด
5.การชำระราคาหลักทรัพย์ (Settlement): การจ่ายชำระค่าซื้อ - ขาย หลักทรัพย์ในวันที่กำหนด
6.วันครบกำหนดชำระ (Settlement date): วันครบกำหนดชำระเงินค่าซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ ที่ต้องชำระค่าซื้อ - ขายหลักทรัพย์ ณ วันครบกำหนดชำระ
7.ช่วงราคา(Spread): ส่วนต่างราคาระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายของหลักทรัพย์นั้นๆ 8.มูลค่าตลาด (Market value): มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ปัจจุบัน
9.หลักทรัพย์จดทะเบียน (Listed stocks): หลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขาย แลกเปลี่ยนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
10.คำสั่งซื้อขายสมบูรณ์ (Execution): การทำการสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์สำเร็จ
1.การลงทุน (investment)
หมายถึง การเคลื่อนย้ายเงินเงินในระบบเงินเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจ
2.การลงทุนในธุรกิจการ(business or economic investment)
หมายถึง การซื้อทรัพย์สินเพื่อประกอบธุรกิจ หารายได้ เพื่อรายได้เพียงพอที่จะชดเชยกับความเสี่ยงในการลงทุน
3..กลยุทธ์การบริหารกลุ่มหลักทรัพย์เชิงรุก(active portfolio strtegy)
หมายถึง เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ข้อมูลต่างๆและเทคนิคการพยากรณ์ เพ่อให้กลุ่มหลักทรัพย์มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ที่ถือเพียงหลักการกระจายการลงทุน
4.กลยุทธ์การบริหารกลุ่มหลักทรัพย์เชิงรับ(passive portfolio strategy )
หมายถึงกลยุทธ์ที่มุ่งกระจายการลงทุนให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของดัชนีตลาด
5.การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(fundamental analysis)
หมายถึง ผู้ลงทุนบางกลุ่มใช้รูปแบบราคาและปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ในอดีตช่วยในการวิเคราะห์
การลงทุนเพื่อการบริโภค(conumer investment)
หมายถึง การซื้อสินค้าประเภททนถาวรการลงทุนมุ่งกำไรในรูปตัวเงิน
6.การลงทุนในหลักทรัพย์ (financial or securities investment )
หมายถึง เป็นการซื้อสินทรัพย์ในรูปของกลักทรัพย์เชน พันธบัตร หุ้นกู้
7.ตลาดมีประสิทธิภาพ(efficient market)
หมายถึง ตลาดที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานหรือประสิทธิภาพภายในแต่เป็นประสิทธิภาพด้นราคาหลักทรัพย์
8.การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิด (technical analysis)
หมายถึง เป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมของหลักทรัพย์โดยการหาราคาที่เหมาะสมต่อการซื้อหรือสัญญาณซื้อ
9.กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (capital gain)
หมายถึง กำไรจากการขายหลักทรัพย์ออกไป
10.ขาดทุนจากการขายหลักทรัพย์(capitai loss)
หมายถึง การขายหลักทรัพย์ออกไปได้น้อยกว่าหลักทรัพยืที่ซื้อมา
1. กิจการที่มีการเติบโตสูง (growth company ) เป็นกิจการที่มีประวัติการเพิ่มขึ้นของยอดขายและกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
2. หุ้นที่มีการเติบโตสูง ( growth stock ) เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าห้นอื่นๆที่มีความเสี่ยงเหมือนๆกัน
3. หุ้นที่มีความผันผวนสูง ( cyclical stock ) เป็นหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนการตอบมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนของตลาด
4. เงินปันผล (Dividend): เงินส่วนแบ่งกำไรของบริษัทที่จะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
5. กำไรต่อหุ้น (Earnings per share: EPS) ผลกำไรของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท
6.คำสั่งซื้อขายต่อวัน (Day order): คำสั่งที่ทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จะหมดอายุภายในวันโดยอัตโนมัติ หากไม่มีการซื้อขายสำเร็จภายในวันที่ป้อนคำสั่ง
7. ราคาเปิด (Opening price): ราคาที่ตลาดฯเปิดทำการซื้อขายของวันนั้นๆ
8. การชำระราคาหลักทรัพย์ (Settlement): การจ่ายชำระค่าซื้อ - ขาย หลักทรัพย์ในวันที่กำหนด
9.การซื้อขาย 1 วัน (Day trading): การทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์ภายในวันเดียวกัน
10.นโยบายการคลัง ( fiscal policy ) นโยบายเกี่ยวกับภาครัฐและนโยบายจัดเก็บภาษี
1.ตลาดมีประสิทธิภาพ(efficient market)หมายถึงตลาดที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานหรือมีประสิทธิภาพภายในแต่เป็นประสิทธิภาพด้านราคาหลักทรัพย์
2.การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(fundamental analysis)คือการหามูลค่าหลักทรัพย์ที่เหมาะสมที่ผู้ลงทุนควรจ่ายเงินลงทุนหรือที่เรียกว่า"มูลค่าที่แท้จริง"
3.การวิเคราะห์ทางเทคนิค(technical analysis)คือ การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยการศึกษารูปแบบราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในอดีต โดยใช้แผนภูมิแบบต่างๆช่วยในการวิเคราะห์
4.อัตราคิดลด(capitallization rate)คือใช้เพื่อคำนวณค่าของกระแสเงินสดรับให้เป็นมูลค่าปัจจุบันซึ่งตามหลักการแล้วก็คือ อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ผู้ลงทุนต้องการ
5.คำสั่งซื้อขายแบบ ATO (At the open)เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดเปิด การซื้อขาย ณ ตลาดเปิด
6.คำสั่งซื้อขายแบบ ATC (At the close)เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดปิด การซื้อขาย ณ ราคาปิด
7.คำสั่งซื้อขายแบบ MP (Market price)เป็นคำสั่งเสนอซื้อขายตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ใช้ในระหว่างช่วงเวลาเปิดทำการซื้อขายเท่านั้น
8.คำสั่งซื้อขายแบบ IOC(Immediate-or-cancel)เป็นคำสั่งซื้อขายเฉพาะในช่วงตลาดเปิดแล้วเท่านั้น มีจุดเด่นอยู่ที่เมื่อคอมพิวเตอร์ของตลาดได้รับคำสั่งซื้อขายแบบ IOC จะต้องจับคู่ให้ได้ทั้งหมดหรือบางส่วนทันที ถ้าจับคู่ไม่ได้หมด ส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิกทันที
9. คำสั่งซื้อขายแบบ FOK (Fill-or-kill)เป็นคำสั่งซื้อขายเฉพาะในช่วงตลาดเปิดแล้วเท่านั้น เช่นเดียวกันกับกรณีคำสั่งซื้อขายแบบ IOC แตกต่างกันเฉพาะการจับคู่เมื่อคอมพิวเตอร์ของตลาดได้รับคำสั่งซื้อขายแบบ FOK จะต้องจับคู่ให้ได้ครบจำนวนทันทีกรณีคำสั่งซื้อราคาจะต้องไม่เกินจากที่ระบุ เช่นเดียวกัน กรณีคำสั่งขายราคาจะต้องไม่ต่ำกว่าที่ระบุ ถ้าจับคู่ไม่ได้ครบจำนวนในเวลานั้นคำสั่งนั้นจะต้องยกเลิกทันที
10.เครื่องหมาย NR (notice reeived)เป็นเครื่องหมายแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับรายงานข้อมูลหรือข่าวสารจากบริษัทตามที่ตลาดสอบถามไปแล้ว ติดแทนเครื่องหมาย NP เมื่อได้รับรายงาน
1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย The Stocks Exchange Thailand ::
เป็นตลาดการค้าที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พ.ศ.2517
2. ตลาดรองที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ organized securities market :: เป็นตลาดค้าหลักทรัพย์ที่มีกฏหมายจัดตั้งขึ้น มีกฏระเบียบการซื้อขายที่กำหนดขึ้นโดยเฉพาะ
3. การซื้อขายนอกตลาด over-the-counter-market :: เป็นตลาดการค้าหลักทรัพย์ที่มิได้ซื้อขายในตลาดที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
4. วิธีประกันผลการขาย firm coomitment basis :: ผู้ประกันการขายตกลงกับผู้ออกหลักทรัพย์ว่า จะซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายนั้นไว้ทั้งหมดในราคาหนึ่งที่ตกลงกัน
5. สภาพคล่อง liquidity :: สภาพที่หลักทรัพย์สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยไม่สูญเสียมูลค่าของหลักทรัพย์นั้น
6. ความผันผวน volatility :: ความเคลื่อนไหวของระดับราคาตลาดของหลักทรัพย์ออกห่างจากระดับราคาที่ควรจะเป็น ณ จุดสมดุล
7. ประสิทธิภาพ efficency :: การที่ราคาหลักทรัพย์สะท้อนถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว
8. ต้นทุนของเงินทุน capital costs :: ต้นทุนต่างๆที่ใช้ในการออกหลักทรัพย์เพื่อจัดหาเงินทุน
9. ผู้ผลิตน้อยราย oigopoly :: เป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมที่มีผู้ผลิดไม่กี่ราย ผลิตสินค้าเหมือนๆ กัน
10. การผูกขาด monopoly :: เป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมที่มีผู้ผลิดเพียงรายเดียว ผลิตสินค้าที่ไม่อาจหาสินค้าอื่นทดแทนได้ง่ายนัก
1. กองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ (general fixed income fund) หมายถึง กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในตราสารแห่งหนี้โดยจะไม่ลงทุนในใบซื้อหุ้นหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ์
2. การปั่นหุ้น (manipulation) หมายถึง การสร้างสภาพการซื้อขายให้ผิดไปจากภาวะที่เป็นจริงโดยเจตนาให้ผู้อื่นซื้อหรือขายหลักทรัพย์ด้วยความเข้าใจผิด
3. การเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน(public offering)หมายถึงการที่บริษัทนำหลักทรัพย์ของตนออกเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป
4.ความเสี่ยงเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ (credit risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้
5.ผู้ค้าหลักทรัพย์ (dealer) หมายถึง บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาติทำธุรกรรมในฐานะผู้ค้าหลักทรัพย์
6. ราคาปิด (close หรือ closing price)หมายถึง ราคาของหลักทรัพย์ใดๆ ที่เกิดจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นรายการสุดท้ายของแต่ละวัน
7. ราคาเพดาน (ceiling price) หมายถึง ระดับสูงสุดที่ราคาหุ้นจะขึ้นไปได้ในแต่ละวัน
8. ผู้ดูแลผลประโยชน์ (trutee) หมายถึง สถาบันการเงินซึ่งทำหน้าที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
9. บริษัทจดทะเบียน (listed company) หมายถึง บริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทเพื่อให้มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
10. ความเสี่ยงจากตลาด (market risk) หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่เกิดจากราคาหรือผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลง
1.นักเก็งกำไร speculator คือนักลงทุนที่ต้องการกำไรสูงสุด
2.นักลงทุนระยะยาว investor คือนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนในระยะยาว จะต้องมีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากการลงทุนระยะยาวจะมีความเสี่ยงตามสภาพเศรษฐกิจ
3.ส่วนแบ่งตลาด [N] market share ; market penetration
Syn. ส่วนแบ่งการตลาด
Def. เปอร์เซ็นต์ยอดขายของสินค้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายทั้งหมดของสินค้าประเภทเดียวกันในท้องตลาด
Sample. ธนาคารและสถาบันการเงินต่างแย่งส่วนแบ่งตลาดกันด้วยการปล่อยสินเชื่อง่ายขึ้น
4.ประสิทธิผลในการดำเนินงาน Effectiveness
5.ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน Efficiency
6.นโยบายการคลัง fiscal policy คือนโยบายเกี่ยวกับการใช้จ่ายของภาครัฐและนโยบายการจัดเก็บภาษี
7.รายได้จับจ่ายใช้สอย disposable income เป็นตัววัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
8.ดุลการชำระเงิน balance of payments เป็นบัญชีบันทึกรายการการติดต่อทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ระหว่างผู้พำนักอาศัยในประเทศหนึ่งกับผู้พำนักอาศัยใน ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยรายการที่บันทึกนี้บันทึกเป็นหน่วยเงินตรา
9.ตลาดผู้บริโภค (Consumer Market) ประกอบด้วยบุคคลและครอบครัว ทั้งหมดซึ่งซื้อหรือต้องการสินค้า และบริการไปเพื่อใช้ส่วนตัว
10.นโยบายการเงิน monetary policy คือมาตรการต่างๆที่ธนาคารกลางใช้เป็นเครื่องมือควบคุมปริมาณเงินและเครดิตในระบบเศรษฐกิจ
1.ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (Warrant)คือตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหลักทรัพย์
2.ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธุ์ (Derivative Warrants)คือเป็นอีกประเภทหนึ่งของวอแรนท์วึ่งให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหลักทรัพย์
3.ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription)คือตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน
4.ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง (Depository Receipt)คือ ตราสารที่ออกและเสนอขายโดยบริษัทย่อยของตลาด
5.หุ้นกู้(Debentures)คือตราสารหนี้ที่ออกจำหน่ายเพื่อกู้เงินจากผู้ลงทุน
6.พันธบัตร (Bond)คือ ตราสารหนี้ออกโดยรัฐบาล
7.หน่วยการซื้อขาย (Board Lot)คือการกำหนดจำนวนหุ้นในกระดานการซื้อขาย
8.ช่วงราคา (Price Spread)คือ ระดับราคาซื้อ-ขายของแต่ละหลักทรัพย์
9.ระบบงานหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker Operation Services) คือการบริการของศุนย์รับฝากหลักทรัพย์ แก่บริษัทหลักทรัพย์อย่างครบวงจร
10.ตลาดแรก(Primary market)คือตลาดสำหรับหลักทรัพย์ออกใหม่
1.สินทรัพย์ที่มีตัวตน Real Asset
คือสินทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์ประเภทถาวร เช่นเครื่องจักรในโรงงาน
2.สินทรัพย์ทางการเงิน Financial Asset
คือสินทรัพย์ประเภทตราสาทหรือหุ้น เช่น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพนธ์ ตราสารทุน
3.ตัดขาดทุน cut loss
คือการขายห้นที่กำลังขาดทุนอยู่โดยเป็นการขายเพื่อตัดหุ้นที่ขาดทุนเพพื่อไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้
4.ความเสี่ยงทางธุรกิจ business risk
คือการเปลี่ยนแปลงทางด้านกิจการอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
5.กิจการเก็งกำไร speculative company
เป็นการกิจการที่มีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงแต่ให้อัตราผลตอบแทนสูง เช่นกิจการเจาะบ่อน้ำมัน
6.กิจการที่มีความผันผวนสูง cyclical company
เป็นกิจการที่มียอดขายและกำไรที่ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากลักษณะของธุรกิจโดยส่วนร่วม
7.การปัองกันความเสี่ยงด้ายอำนาจซื้อ purchasing power
การที่ต้องการให้เงินทุนมีความมั่นคงและรักษามูลค่าของเงินไว้หลังหักอัตราเงินเฟ้อ
8.ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย interest rate risk
คือการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นกู้เมื่ออัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนต้องการเปลี่ยนแปลง
9.การจ้างงานเต็มที่ full employment
เป็นการจ้างงานที่มีลักษณะการรับคนงานเข้าทำงานแบบเต็มจำนวนโดยที่มีอัตราการว่างงานน้อย
10.การกระจายรายได้ income distribution
เป็นการแบ่งให้รายได้โดยการกระจายงานออกหลายๆด้าน
คำศัพท์การลงทุน
1.วาณิชธนกิจ (merchant banking) คือ ธุรกรรมทางการเงินที่ให้บริการโดย investment banker (ธนาคารการลงทุน) เช่น การให้บริการปรึกษาและเจรจาต่อรองแก่ลูกค้า ที่ต้องการควบรวมกิจการหรือซื้อกิจการ รวมถึงบริการจัดการลงทุนในหลักทรัพย์ให้ลูกค้า เป็นต้น
2.ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (share depository)คือ หน่วยงานที่ให้บริการเป็นศูนย์กลางรับฝากและถอนหลักทรัพย์ให้สมาชิก รวมทั้งบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การโอน และงานทะเบียนผู้ถือหุ้น การทำหน้าที่ดังกล่าวช่วยอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ที่ซื้อ ขายกัน เนื่องจากสมาชิกทุกรายต่างก็มีบัญชีฝากหุ้นอยู่ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ การส่งมอบหุ้นที่ซื้อขายกันสามารถ กระทำได้โดย ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ทำการโอนจำนวนหุ้นในบัญชีของสมาชิกผู้ขายไปเข้าบัญชีของสมาชิกผู้ซื้อ ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องเสียเวลาและมีภาระในการส่งมอบรับมอบใบหุ้นระหว่างกัน สถาบันที่ทำหน้าที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในประเทศไทย คือ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Thailand Securities Depository Co., Ltd. หรือ TSD ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
3.ระบบไร้ใบหุ้น (scripless system) คือ ระบบไร้ใบหุ้นหรือไร้ใบหลักทรัพย์ เป็นวิธีการระบุความมีอยู่ในครอบครองซึ่งหลักทรัพย์ โดยการบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ โดยมิต้องมีใบหุ้นหรือใบหลักทรัพย์ที่เป็นกายภาพซึ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยลดความสูญหาย การถูกทำลาย และการปลอมแปลงของใบหุ้น นอกจากนี้ ยังสะดวกต่อการส่งมอบหลักทรัพย์หลังการซื้อขาย โดยไม่ต้องมีการส่งมอบหรือรับมอบใบหุ้นจริง เพียงแต่เป็นการโอนและรับโอนหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันทางบัญชีเท่านั้น
4.ราคาพื้น (floor price) คือ ระดับราคาต่ำสุดของแต่ละหลักทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้สำหรับวันทำการหนึ่ง ๆ ซึ่งคำนวณขึ้นจาก daily price limit ของตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันระดับที่เป็น floor price คือระดับราคาที่ต่ำลง 30% จากราคาปิดของวันก่อน เช่น วันก่อนปิดที่ราคา 50 บาท ราคาพื้นวันนี้จะเป็น 35 บาท วันนี้จะมีการซื้อขายในราคาต่ำกว่า 35 บาทไม่ได้
5.ตลาดกระทิง (bull market) คือ ภาวะตลาดหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์โดยทั่วไปมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า 2-3 เดือน และมีปริมาณการซื้อขายที่มาก มีสภาพคล่องสูง ภาวะตลาดดังกล่าวมีความคึกคักเสมือนอาการเคลื่อนไหวของวัวกระทิง
6.ตลาดหมี (bear market) คือ ภาวะตลาดหุ้นที่ราคาหลักทรัพย์โดยทั่วไปมีระดับที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และปริมาณการซื้อขายก็มีน้อย เปรียบเสมือนการเคลื่อนไหวของหมีที่อืดอาดเชื่องช้า
7.เซอร์กิตเบรกเกอร์ (circuit breaker) คือ มาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์นำมาใช้หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราวในยามที่การซื้อขายโดยรวมในตลาดหลักทรัพย์เกิดตกต่ำลงอย่างมากมายผิดปกติ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ลงทุนโดยทั่วไปได้มีเวลาตรวจสอบข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ ระยะหนึ่งก่อนที่จะเปิดให้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ต่อไป ในปัจจุบันนี้ระบบ circuit breaker ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดว่า หากระดับ SET Index ลดต่ำลงเท่ากับหรือเกินกว่า 10% จากจุดปิดของวันก่อน ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดพักการซื้อขาย 30 นาที เมื่อเปิดซื้อขายใหม่แล้วหาก SET Index ลดต่ำลงอีก จนมีระดับที่ลดลงเท่ากับหรือเกินกว่า 20% จากจุดปิดของวันก่อน ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดพักการซื้อขายอีก 1 ชั่วโมง แล้วเปิดให้ซื้อขายต่อจนสิ้นวัน ในการหยุดพักการซื้อขายกรณีใดกรณีหนึ่งข้างต้น ถ้าระยะเวลาในรอบการซื้อขายนั้นเหลือไม่ถึง 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงแล้วแต่กรณี จะพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบดังกล่าวเท่านั้น แล้วเปิดซื้อขายรอบใหม่ตามปกติต่อไป
8.การถือหุ้นไขว้ (cross holding) คือ การที่บริษัทตั้งแต่สองบริษัทขึ้นไปถือหุ้นซึ่งกันและกัน วิธีการถือหุ้นไขว้มักจะถูกนำมาใช้เพื่อการเกาะกลุ่มทางธุรกิจ หรือเพื่อสร้างโครงสร้างของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะโครงสร้างในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้งที่มีบริษัทหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมนโยบายการบริหาร การเงิน การจัดการ ตลอดจนดูแลการถือหุ้นของบริษัทในเครือให้มีบุคคลนอกกลุ่มเข้ามาครอบงำกิจการได้ นอกจากนี้การถือหุ้นไขว้ก็อาจจะเป็นโอกาสและช่องทางให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายจัดการบริษัทนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ได้ เช่น นำวิธีการถือหุ้นไขว้มาใช้เพื่อสร้างภาพ สถานะทางการเงินของบริษัทให้ดูดีโดยบิดเบือนจากความเป็นจริง หรือนำมาใช้เพื่อรักษาอำนาจในการควบคุมบริษัทของฝ่ายจัดการเองโดยให้บริษัทในเครือซึ่งตนเป็นผู้ควบคุมอยู่เข้าแย่งการครอบงำกิจการจากการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือนำมาใช้เพื่ออำพรางการเป็นเจ้าของบริษัทในเครือ ซึ่งทำให้ยากแก่การตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทในเครือ เป็นต้น โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้กำหนดห้ามมิให้บริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหุ้นของตนเองต่อประชาชน เสนอขายหุ้นของตนเองให้แก่บริษัทในเครือ แต่การห้ามนี้ก็เป็นการห้ามเฉพาะบริษัทมหาชนที่ขออนุญาตเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนเท่านั้น ดังนั้น ถ้าเป็นบริษัทจำกัดที่แม้จะมีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก หรือบริษัทมหาชนที่ไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชนจะไม่ตกอยู่ภายใต้เกณฑ์นี้
9.การตรวจสอบภาวะตลาด (surveillance) คือ การเฝ้าดูภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ต่าง ๆ ในตลาดหลักทรัพย์หากพบภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ใดผิดไปจาก สภาพปกติที่ผ่านมา ก็จะทำการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าความผิดปกติดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎ การซื้อขายหลักทรัพย์หรือไม่ เช่น Insider Trading หรือ Price Manipulation เป็นต้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีส่วนงานหนึ่งในฝ่ายห้องค้า และกำกับการซื้อขายรับผิดชอบงานด้านนี้ และมีระบบคอมพิวเตอร์ ชื่อ ATOMS ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านนี้
10.การบังคับซื้อ (forced buy)คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์นำเงินประกันของลูกค้าที่วางเป็นประกันการยืมหลักทรัพย์ (securities borrowing account) ไปซื้อหุ้นคืน บริษัทหลักทรัพย์จะบังคับให้ลูกค้าซื้อหุ้นคืนต่อเมื่อหุ้นที่ยืมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จนทำให้สัดส่วนหลักประกันต่อมูลหนี้มีค่าต่ำกว่าระดับ maintenance margin ที่เข้าเกณฑ์ forced buy ซึ่งจะต่ำกว่าระดับ margin call (เช่น ระดับ forced buy เท่ากับ 30% ขณะที่ระดับ margin call เท่ากับ 40% เป็นต้น) หลักเกณฑ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้ลูกค้าแต่ละรายมีภาระหนี้เกินตัวจนไม่อาจแบกรับได้ (ซึ่งจะเห็นได้จาก การที่ถูก margin call แล้วไม่สามารถนำทรัพย์สินมาวางเป็นหลักประกันเพิ่มเติมได้) หากปล่อยค้างไว้ ถ้าหุ้นที่ยืมมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีก อาจทำให้มีหลักประกันไม่คุ้มมูลหนี้ จนกระทบถึงฐานะการเงินของบริษัทหลักทรัพย์และกระทบถึงความเชื่อมั่นต่อบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งระบบได้
1. Electronic board = กระดานซื้อขายหุ้นด้วยคอมพิวเตอร์
2. Offer = ราคาที่ผู้ขายเสนอขาย
3. Exec = ราคาที่ตลงซื้อขายกัน
4. Board lot = จำนวนหุ้นในหนึ่งหน่วย
5. Fiscal policy = นโยบายการคลัง
6. Support = แนวรับ
7. Channel lines = เส้นแนวทาง
8. Price patterns = การเครื่อนไหวของรคาหุ้น
9. call Feature = สิทธิในการเรียกคืนหุ้น
10. Taxstatus = ภาษี
1.ทฤษฎีเสี่ยงสูง-ผลตอบแทนสูง (High Risk – High Return)คือ ทฤษฎีในการลงทุนที่แสดงให้ทราบถึงหลักการลงทุนว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง และ หากการลงทุนประเภทใดมีความเสี่ยงสูง ก็ย่อมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสสูญเสียเงินต้นเช่นกัน
2.กำไรจากส่วนเกินทุน (Capital Gain)คือ ผลกำไรตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนกำไรเท่านั้น ไม่นับส่วนเงินต้นที่ลงทุนไป
3.ขาดทุนจากส่วนเกินทุน (Capital Loss)คือ ผลขาดทุนที่เกิดจากการลงทุน ซึ่งไม่นับส่วนเงินต้นที่ลงทุนไป
4.การผิดสัญญา(Default)คือ การไม่ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามกฎระเบียบที่ตลาดกำหนด เช่น ไม่ส่งเงินประกัน หรือไม่ทำการส่ง - รับมอบสินค้า ฯลฯ
5.แถลงการณ์การเปิดเผย(Disclosure Statement) คือ เอกสารซึ่งมีข้อความที่ระบุถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า
6.กำลังเครื่องล้อม (Hedging)คือ วิธีการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดข้อตกลง และตลาดปัจจุบันโดยการเข้าไปซื้อหรือขายใน ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ผู้เข้ามาลดความเสี่ยงในตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้า เรียกว่า "ผู้ประกันความเสี่ยง" (Hedger) ผู้ประกันความเสี่ยงนี้จะใช้ตลาดลดความเสี่ยงจากราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจของตน
7.ช่วงสุดท้ายแลกเปลี่ยนวัน (Last Trading Day)คือ วันสุดท้ายที่ตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้า กำหนดให้มีการซื้อขายสินค้าล่วงหน้าสำหรับเดือนส่งมอบใด ผู้ถือสัญญา ล่วงหน้าหลังจากวันดังกล่าว จะต้องดำเนินการรับและส่งมอบสินค้าตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
8.ชำระหนี้(Liquidate) คือ เป็นวิธีการยกเลิกภาระผูกพันตามสัญญาการซื้อขายล่วงหน้า โดยการซื้อสินค้าล่วงหน้าในเดือนส่งมอบที่เคยขาย ไว้ หรือขายสินค้าล่วงหน้าในเดือนส่งมอบที่เคยซื้อไว้ ซึ่งมีผลทำให้ภาวะผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสิ้นสุดลง
9.การลงทุนในธุรกิจ(Business or Economic Investment) คือ การซื้อทรัพย์สินเพื่อประกอบธุรกิจ หารายได้โดยหวังอย่างน้อยที่สุดรายได้ที่ได้นี้เพียงพอที่จะชดเชยกับความเสี่ยงในการลงทุน
10.การลงทุนในหลักทรัพย์(Financial or Securities Investment) คือ เป็นการซื้อสินทรัพย์ในรูปของหลักทรัพย์ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หรือหุ้นทุน
คำศัพท์การลงทุน
1.ช่วงเวลา (Price Spread) คือ
การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์สำหรับการเสนอซื้อและเสนอขายบนกระดานหลักและกระดานหน่วยย่อย
2.หนังสือชี้ชวน (Prospectus) คือ
เอกสารที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไป ต้องจัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทหรือกองทุนรวม และการเสนอขายหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุนทราบ
3.การเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน (Public Offering) คือ
การที่บริษัทมหาชนจำกัดนำหลักทรัพย์เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อระดมเงินทุนไปขยายกิจการ และเพื่อกระจายการถือครองหลักทรัพย์ให้แก่ประชาชน
4.สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิม (Subscription Right) คือ
สิทธิที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์มอบให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท
5.ระบบไร้ใบหุ้น (Scripless System) คือ
เป็นวิธีการระบุหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในครอบครองโดยการบันทึกข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีใบหุ้นที่เป็นกายภาพ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง
6.กองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ (Securities Investor Protection Fund (SIPF)) คือ
เป็นกองทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับบริษัทสมาชิก (โบรกเกอร์) จำนวน 28 ราย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านสมาชิกของกองทุน
7.การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (Securitization) คือ
เป็นกระบวนการนำสินทรัพย์ของบริษัทหรือสถาบันการเงิน ประเภทลูกหนี้เงินกู้ต่าง ๆ ที่สร้างรายได้ประจำปีแต่มีสภาพคล่องต่ำ
8.การขายชอร์ต (Short Sell) คือ
การขายหุ้นโดยที่ผู้ขายได้ยืมหุ้นนั้นมาจากบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่ให้บริการยืมหุ้น ผู้ขายชอร์ตจะต้องวางเงินประกันไว้กับบริษัทผู้ให้ยืมหุ้นในจำนวนไม่ต่ำกว่าอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด
9.ดัชนีราคาหลักทรัพย์ (Stock Price Index) คือ
ผู้ลงทุนสามารถติดตามภาพรวมความเคลื่อนไหวของระดับราคาซื้อขายหลักทรัพย์ได้จากดัชนีราคาหุ้นต่างๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดหลักทรัพย์ไทย เป็นดัชนีราคาหุ้นชนิดถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด
10.การปั่นหุ้น (Manipulation) คือ
การซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เพื่อสร้างสภาพการซื้อขายให้ผิดไปจากภาวะที่เป็นจริง โดยเจตนาให้ผู้อื่นซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความเข้าใจผิด
1.Near-Term hight Priority Gold หมายถึง การลงทุนที่มีจุดมุ่งหมายระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ของการลงทุนนั้นมีความสำคัญในอันดับสูง
2.Long-Term High Priority Goal หมายถึง การลงทุนที่มีจุดมุ่งหมายระยะยาว แต่ผลลัพธ์ของการลงทุนนั้นมีความสำคัญในอันดับสูง
1.Near-Term hight Priority Gold หมายถึง การลงทุนที่มีจุดมุ่งหมายระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ของการลงทุนนั้นมีความสำคัญในอันดับสูง
2.Long-Term High Priority Goal หมายถึง การลงทุนที่มีจุดมุ่งหมายระยะยาว แต่ผลลัพธ์ของการลงทุนนั้นมีความสำคัญในอันดับสูง
3.Short-Term Low Priority Goal หมายถึง การลงทุนที่มีจุดมุ่งหมายระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ของการลงทุนนั้นมีความสำคัญน้อย
4.Pervasive Risk หมายถึง ความเสี่ยงที่กระทบทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ลงทุนหรือไม่
5.Private Placement หมายถึง การเสนอขายหลักทรัพย์แบบเฉพาะเจาะจง
6.Political(Country)Risk หมายถึง ความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
7.Currency(Exchange)Risk หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากความแปรผันของอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศเกิดขึ้นกับเฉพาะกรณีของการลงทุนข้ามประเทศ
8.Systematic Risk หมายถึง ความเสี่ยงที่ไม่สามารถลดลงได้
9.Interest Rate Risk หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากความแปรผันของดอกเบี้ย
10.Foreign Funds หมายถึง กองทุนจากต่างประเทศ
1.ปริมาณซื้อขาย (value)
หมายถึง ปริมาณซื้อขายจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ราคาหุ้นสูงขึ้นเเละปริมาณจะลดลงเมื่อราคาลดลง ในภาวะที่ตลาดมีเเนวโน้มใหญ่ในทิสทางลง ปริมาณซื้อขายจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ราคารหุ้นมีระดับลดต่ำลงเเละจะลดปริมาณเมื่อหุ้นมีการขยับราคาสูงขึ้น
2.หุ้นเก็งกำไร(speculative stock)
หมายถึง เป้นหุ้นที่มีโอกาสสูงที่อัตราผลตอบเเทนจะต่ำมากๆหรือขาดทุน เเละมีโอกาสน้อยทีอักตราผลตอบเเทนจะสูง
3.รายได้ต่อบุคคล(per capita income)
หมายถึง เป็นรายได้ถัวเฉลี่ยของประชากรในประเทศ อย่างไรก็ตาม เเม้ว่ารายได้ต่อหัวดดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น เต่ช่องว่างระหว่างรายได้ของผุ้มีรายได้สูงยิ่งห่างจากรายได้ของผุ้มีรายได้ต่ำ
4.ผลิตภัณฑ์มวลรวม(gross domestic product sinv GDP)
หมายถึง การเเสดงถึงผลผลิตหรือรายได้เฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทสเท่านั้น ไม่รวมรายได้สุทธิที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ กล่าวคือ ไม่รวมเงินปันผลอันเกิดจากการลงทุนในต่างประเทศ เเรงงานในต่างประเทศ เป็นต้น
5.ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ(unsystematic หรือ unique Risk)
หมายถึง เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายในบริษัท
6.การขายหุ้นยืม(Short dale)
หมายถึง เป้นวิธีการจำหน่ายหุ้นโดยที่ผู้ขายไม่มีหุ้นอยู่ในครอบครอง เเต่ยืมหุ้นจากบุคคลอื่นมาจำหน่ายโดยคาดหมายว่า ณ เวลาที่ซื้อหุ้นเพื่อส่งคืนเจ้าของเดิม จะซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าในขณะที่ขาย
7.คำสั่งซื้อขายเเบบให้ระบบการซื้อขายส่งให้โดยอัตโนติ(Publish volume)
หมายถึง เป้นคำสั่งซื้อขายเเบบบพิเศษที่ช่วยให้ผู้ซื้อหรือขายที่ต้องการซื้อขายจำนวนมาก เเต่ไม่ต้องการให้เเสดงปริมาณการซื้อขายทีดียวทั้งหมด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงต้องการเสนอขายทีละส่วน
8.กระดานซื้อขายหุ้นด้วคอมพิวเตอร(Electronic board)
หมายถึง เป็นเครื่องมือคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้งไว้ตามที่ทำการของบริษทสมาชิกเพื่อบริการลูกค้าของบริษัทสมาชิกนั้นๆ ให้มีดอกาสได้ติดตามสถารการณ์หุ้นในการลงทุนอย่างใล้ชิด
9.วิธีประกันผลการขาย(firm commitment basis)
หมายถึง การใช้วิธีมที่ผู้ประกันการขายตกลงกับผู้ออกหลักทรัพย์ว่าจะซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายนั้นไว้ทั้งหมดในราคาหนึ่งที่ตกลงกันไว้
10.วิธีขายที่ดีที่สุด(best efforts basis)
หมายถึง ผู้จัจำหน่ายหลักทรัพย์ทำสัญยากับผุ้อออกหลักทรัพย์ว่าจะพยายามขายให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เเต่ไม่รับประกันว่าจะขายหมดเเน่นอน ถ้าขายไม่ไหมด ผุ้จัดจำหน่ายก็ไม่ภาระที่จะต่องรับซื้อหลักทรัพย์ส่วนที่เหลือ