เหี้ยแห่งคลองปะเหลียน


วันหนึ่ง กลางปี 2549 มีคำตอบของความงดงามเกิดขึ้น ในระหว่างสะพาน เหนือลำคลองท้องทราย ของ คลองปะเหลียน จังหวัดตรัง มีภาพแห่งความงดงามของธรรมชาติ และ ภาพแห่งความจริงของชีวิต ชีวิตซึ่งยังไม่ผิดรูปผิดรอย และ ยังไม่ผิดที่ผิดทาง ให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าใจในแต่ละแง่มุมของความงดงาม ที่ธรรมชาติได้บอกกล่าว สร้างสรรค์ และแอบกระซิบให้เราได้เรียนรู้ เมื่อมองเห็นลำคลองท้องทราย และ ชีวิตที่ว่ายเวียนเหนือสายน้ำแห่งนั้น

เหี้ยแห่งคลองปะเหลียน

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

ครั้งหนึ่ง

มีเหตุการณ์สำคัญ

ที่สร้างความเชื่อมั่นบางอย่าง

ในงานสัมมนาชาวบ้าน ควนไม้ดำ คลองปะเหลียน จังหวัดตรัง เมื่อสองปีที่ผ่านมา ในงานของกระทรวงยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกระบวนการยุติธรรมชุมชน และการนำเสนอกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงแนวคิด และแนวปฏิบัติใหม่

สำหรับความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

ก่อนเริ่มงานหลายชั่วโมง

หลังจากเตรียมตัว

เตรียมพร้อมในแต่ละสิ่งอย่างที่ลงตัว ชาวบ้านพร้อม ผู้คนพร้อม หน่วยราชการในพื้นที่พร้อม สถานที่พร้อม ขาดแต่ประธาน รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ข้าราชการจากส่วนกลาง ในระหว่างอากาศร้อนอบอ้าวยามเช้า เหมือนฝนจะตก เมื่อหันหลังไปมองทิวเขาซึ่งแบ่งฝั่ง

ระหว่างจังหวัดสตูล

กับฟากฝั่งของจังหวัดตรัง

ผมมองลอยเรื่อยเหมือนหมอกฝน

ที่กำลังปกคลุมห่อหุ้มเขา เหมือนกระซิบ ให้ได้รู้จักกับความละเอียดอ่อนของธรรมชาติ ในเส้นทางถนนที่ปูพื้นซีเมนต์ถนน สลับกับการราดยางอย่างดี สะพานอย่างดีที่ตัดกับดงไม้ยาง และทิวป่าหนาทึบ ผมรู้สึกดีกับการทำงาน ในยามอยู่ท่ามกลางความเขียว และความเงียบ

ขณะเดินไปมาเรื่อยเปื่อย

ยิ้มกับคนที่ผ่านไปมา

จนอยากเดินเที่ยว

ไล่มองผ่านบ้านคน เดินย้อนกลับไปกลับมา จนอยากมองเห็นสายน้ำของเมืองตรัง ผมเริ่มเดินจากจุดกางเต็นท์งานสัมมนาชาวบ้าน เรื่อยไปสักสามสี่สิบเมตร ถึงสะพานที่ขึ้นป้ายชัดเจน ระบุชื่อ คลองปะเหลียน ผมเห็นภาพความสวยงามอย่างมาก สำหรับลำคลองท้องทราย

ลำน้ำท้องทราย

ของลำคลองปะเหลียน

ยังคงมนต์เสน่ห์ของความงดงาม

เหมือนเช่นอ่านบทรำพัน ในถ้อยคำประพันธ์ของ คุณนิคม รายยวา เหมือนเช่นการอ่านผลงานของ คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ในถ้อยคำของเหมืองแร่ แอ่งกระทะของภูเขาซึ่งโอบล้อมชีวิต หรือแม้กระทั่งน้อยครั้งที่จะได้เห็นลำคลองธรรมชาติในหน้าฝนหนัก พร้อมท้องทรายสายน้ำใส

คลองทรายสวยอย่างมาก

น้ำตอนกลางลึกพออก

ให้คนพอยืนเล่น

สีน้ำใสอย่างน่าประหลาด แม้จะรู้สึกว่าฝนคงตกหนักต่อเนื่องก่อนหน้าหลายวัน แต่สำหรับลำคลองที่ยังสวยงาม ร่มเงาไม้หนาทึบ ปกคลุมลำคลองตลอดแนว มีทิวแถวต้นหมาก ต้นมะพร้าว และไม้ใบหนา ทำให้ผมเริ่มต้นหลงรักคลองสายนี้ ผมเริ่มอิจฉาผู้คนในลำคลองใสสายนี้ เมื่อมองข้ามฝั่งสะพาน เห็นบ้านที่ปลูกติดคลอง ทำทางไม้และชานพักจากตลิ่งสูง

ผมอิจฉาชีวิตผู้คน

เมื่อเขาอยู่ในที่ทางอันงดงาม

อยู่ในสถานที่ซึ่งโอบล้อมความเขียว

ผมรู้สึกว่า ในท่ามกลางความงดงามของชีวิต มนุษย์ยังต้องการสิ่งใดมากมายกว่านี้ ระหว่างคิดฝันไปเรื่อยเปื่อย ถ่ายรูปไปเรื่อยเรื่อย คิดเองเออเองกับความสุขของชีวิต กับสิ่งที่ชีวิตควรจะเป็น หรือควรจะดำเนินผ่านไป ผมเริ่มต้นทำความเข้าใจกับบางสิ่งในกองหญ้าข้างคลอง

 

 

แรกเมื่อเห็นกอหญ้าข้างคลอง

เริ่มต้นสั่นไหวไปมา

ผมกำลังนึก

คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าอาจเป็นงูเหลือมงูหลามตัวใหญ่ แต่พอยืนมองเงียบเงียบ ผมกลับเห็นตัวเหี้ยตัวใหญ่ เกร็ดขึ้นเงางดงาม หากนับจากหัวถึงหาง ก็น่าจะเกือบขนาดมาตรฐานชายไทย เดินอย่างเชื่องช้า ไม่มั่นใจและไม่ค่อยแน่ใจ ค่อยลงจากตลิ่งสูง เพื่อลงน้ำลงคลอง

ผมยิ่งนึกถึงฉาก

ในบทพรรณาถึงความชัน

และตลิ่งซึ่งสูงอย่างมากมาย

นึกภาพบรรยายในวรรณกรรม ตลิ่งสูงซุงหนัก ของคุณนิคม รายยวา หนุ่มบ้านหาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย เมืองสุโขทัย มีภาพบางอย่างของการเยื้องย่าง และความไม่เหมาะสมของที่ทาง เมื่อเหี้ยตัวใหญ่ เดินอย่างเชื่องช้า และค่อยไถลตัวไปกับตลิ่งชันเบื้องล่าง ผมค่อยค่อยสังเกตุ

จนเมื่อเหี้ยตัวใหญ่ลงสู่สายน้ำ

ผมกลับเห็นความประหลาด

เหี้ยเริ่มหดขาหน้าหลัง

หางเริ่มทำหน้าที่สำคัญ สะบัดหางอย่างงดงาม ตลอดแนวช่วงกลางลำตัว ขาหน้าหลังลู่ไปกับลำตัวที่อ่อนช้อย เหมือนเหี้ยตัวใหญ่กำลังเลื้อยไหลไปกับสายน้ำ งดงามและยิ่งใหญ่อย่างมาก ผิดกับฉากแรกในการลงจากตลิ่ง กับฉากเอกฉากสำคัญ ยามอยู่ในสายน้ำสวยงาม

ผมชะงักงัน

พร้อมลืมถ่ายภาพ

ในแต่ละท่วงท่าอันสวยงาม

พอนึกขึ้นมาว่าจะถ่าย ก็คิดถึงกล้องที่ติดมืออยู่ ไม่มีความสามารถจับความงามของท่วงท่า ที่เหี้ยตัวใหญ่ทำได้งดงามพอ ยิ่งยามเห็นการไหลตัวเหมือนสายน้ำ คล้ายจังหวะการเลื่อนไหล ผมยิ่งรู้สึกได้ทันที ว่าที่ทางอันสวยงามของเหี้ยตัวนี้ ช่างเป็นความงดงามของชีวิตที่แท้จริง

ที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคำประณามหยามหยัน

หรือต้องทนอยู่ในที่แออัดยัดเยียด

คับแคบทั้งสถานที่และใจคน

ยิ่งยืนมองความยิ่งใหญ่ จากการว่ายวน จากจังหวะของสายน้ำ และท่าทางเชื่องช้าเงอะงะของเหี้ยตัวใหญ่ ก่อนลงจากตลิ่งสูง ไล่แหวกดงหญ้าอย่างงุ่มง่าม ไม่สง่าไม่งดงาม จนกระทั่งเมื่อลำตัวทั้งหมดอยู่ในสายน้ำ ก่อนแหวกว่ายอย่างทรนง ผมรู้สึกได้ทันที ถึงคำว่าที่ทางอันเหมาะสม

ผมเริ่มรู้สึก

เคารพในตัวตนของเหี้ย

ยิ่งในยามเห็นเหี้ยแหวกว่ายสายน้ำ

ผมยิ่งเห็นความงดงามเบื้องหน้า

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 188537เขียนเมื่อ 17 มิถุนายน 2008 12:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 00:35 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี