ต่อไปนี้เป็นข้อสรุปจากการนำเสนอของ รองศาสตราจารย์ศันสนีย์ ไชยโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ ต่อสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ ๒๑ พ.ค. ๕๑
          เมื่อปี ๒๐๐๗ ของมหาวิทยาลัยมหิดล มีอาจารย์และนักวิจัย รวมจำนวน ๓,๒๑๘ คนโดยมีผู้รับทุนวิจัย ๑,๓๗๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๓    มีจำนวนเงินทุนวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนมากกว่า ๑,๒๐๔ ล้านบาท คิดเป็นงบประมาณต่อนักวิจัย ประมาณ ๓๗๔,๓๔๒ บาท/คน ซึ่งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจากแหล่งทุนภายในประเทศ เป็นจำนวนสูงสุด ในช่วง ๓ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๐ ได้รับทุนวิจัยรวม ประมาณปีละ ๑,๒๐๐ ล้านบาท

          มีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ จำนวน ๑,๓๒๒ เรื่อง คิดเป็น ๐.๔๑ เรื่อง/คน/ปี คณะ/สถาบันที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์สูง เรียงตามลำดับ ๑๐ สถาบัน มีดังนี้ คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์

          มหาวิทยาลัยมหิดลมีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งพบว่า ตั้งแต่ปี ๒๐๐๑-๒๐๐๕ มีผลงานที่ขอรับการจดทะเบียนสิทธิบัตร ๕๖ ชิ้น และอนุสิทธิบัตร ๖๔ ชิ้น โดยได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตร ๗ ชิ้น อนุสิทธิบัตร ๑๘ ชิ้น และจดสิขสิทธิ์ทางทรัพย์สินทางปัญญา ๙ ชิ้น

          แม้ว่าจะได้รับงบประมาณแผ่นดินเงินทุนวิจัย ระหว่างปี ๒๕๔๗-๒๕๕๐ สูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่ปัญหาที่พบคือ งบประมาณที่ได้รับในแต่ละปีจะไม่ค่อยเพิ่มขึ้น (ปี ๒๕๔๙ ได้รับ ๒๐๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ได้รับ ๒๐๒ ล้านบาท และปี ๒๕๕๑ ได้รับ ๒๐๗ ล้านบาท)

          สำหรับเรื่องผลงานทางวิชาการของสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปศาสตร์ นั้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ ได้ส่งรูปแบบผลงานทางวิชาการ ซึ่งจำแนกตามระดับคุณภาพ และสามารถจะนำมาเป็นตัวชี้วัดได้ จำนวน ๒๒ รูปแบบ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการ

          ทั้งนี้ ปัญหาของนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล คือ ลืมส่งรายงานการวิจัย , มีผลงานตีพิมพ์น้อย และไม่ได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ อาจทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต   โดยเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนวิจัย ซึ่งสภาวิจัยแห่งชาติเป็นผู้จัดสรรเงินงบประมาณประเภทเงินอุดหนุนการวิจัย

          ส่วนการจัด Ranking ในมหาวิทยาลัยไทย เมื่อปี ๒๐๐๗ ของ Times Higher, QS Ranking มหาวิทยาลัยมหิดลถูกจัดอยู่ในอันดับ ๑๑๘ ทางด้าน Life Science และอันดับ ๒๙๕ ทางด้าน Natural Science ทั้งนี้ ในภาพรวม QS World Ranking จัดมหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับ ๒๘๔ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ ๒๒๓
 
ผมมองว่าสภาพความเข้มแข็งของงานวิจัยควรมีแว่นส่องอีกแว่นหนึ่ง    คือแว่น Application Impact หรือ แว่น Social Impact    ในขณะที่ข้อมูลข้างบนสวมแว่น Academic Impact น่าจะได้รวบรวมว่า ม. มหิดล ทำงานวิจัยอย่างมีน้ำหนักต่อสังคมไทยในด้านใดบ้าง    รวบรวมมาสัก Top 10, Top 20, Top 100 ของมหาวิทยาลัยมหิดล    และลอง Benchmark กับของมหาวิทยาลัยอื่น    และ Benchmark กับโลก    นี่คือแนวทางที่ ม. มหิดลจะเดินสู่ World Class Research University และติดอันดับ Top 100 ของ World University Ranking อย่างสมภาคภูมิ
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มิ.ย. ๕๑