ภาคฝึกปฏิบัติ

ประสบการณ์การฝึกอบรม หลักสูตร "ต้นกล้าวิจัย" (ต่อ)

๒.  ภาคปฏิบัติ

ระหว่างวันที่ ๑๔ ๑๘  มกราคม ๒๕๕๑ ประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติเพื่อจัดทำข้อเสนอ

งานวิจัยของรุ่น จำนวน ๑ เรื่อง พร้อมด้วยการดำเนินการตามกระบวนการวิจัย ได้แก่ การทบทวนวรรณกรรม การกำหนดกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย การออกแบบการวิจัย  การพัฒนาเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ การเลือกใช้สถิติในการวิจัย

                   ระหว่างวันที่ ๒๑ ๒๕  มกราคม  ๒๕๕๑  ประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติเก็บข้อมูล  การตรวจสอบคุณภาพข้อมูล  และแปรผลข้อมูลในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง  และอำเภอเมืองจังหวัดตราด เพื่อเป็นผลงานวิจัยของรุ่น

                   ระหว่างวันที่ ๒๘ มกราคม ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑  การวิเคราะห์ข้อมูลและเขียนรายงาน

 

ผลการฝึกปฏิบัติโดยสรุป

                   ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการสร้างนักวิจัยได้กำหนดหัวข้อการวิจัยของรุ่น เรื่อง รูปแบบกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด (ชื่อเรื่องอาจมีการปรับเปลี่ยนหลังจากอาจารย์ที่ปรึกษาของรุ่นตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน)  โดยได้ฝึกปฏิบัติตามกระบวนการวิจัย  และเดินทางทดสอบแบบสอบถาม  ครั้งที่ ๑ ณ  บ้านต้นนา  ตำบลหนองยาวอำเภอพนมสารคาม  จังหวัดฉะเชิงเทรา  ทั้งนี้ก่อนการทดสอบแบบสอบถามได้รับฟังบรรยายแนวคิดและการดำเนินงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพื้นที่โดยมีสถานีอนามัยบ้านต้นมาเป็นแกนหลักในการดำเนินการ  การทดสอบแบบสอบถามครั้งที่ ๒    บ้านเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด  ทั้งนี้เพื่อนำความรู้จากการบรรยายและผลการทดสอบแบบสอบถามมาปรับปรุงแบบสอบถามก่อนการเก็บข้อมูลจริงในพื้นที่บ้านห้วงน้ำขาว  อำเภอเมือง  จังหวัดตราด  ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัย

 

 

 

บทเรียนและประสบการณ์การฝึกปฏิบัติ

                   ๑.  สิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญสูงสุดของการออกเก็บข้อมูลวิจัยในพื้นที่คือ  การวางแผนในการเก็บข้อมูล ทั้งจำนวนกลุ่มเป้าหมายและเส้นทางในการเก็บข้อมูล การกระจายตัวของสมาชิกในทีม  ระยะเวลาที่ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด  การอำนวยการต่าง ๆ ทั้งด้านพาหนะ รับ ส่ง อาหารกลางวัน เย็น ทั้งนี้หากการอำนวยการขาดระบบและความเข้าใจร่วมกันจะเกิดการสับสนทั้งเวลา สถานที่ เส้นทางออกเก็บข้อมูล และการเก็บข้อมูลซ้ำบ้านเป้าหมาย

จากประสบการณ์การฝึกปฏิบัติพบว่า

-หากขาดการวางแผนที่ดีและขาดการทำความเข้าใจร่วมกันของทีมทั้งทีมอำนวยการและผู้

เก็บข้อมูลจะส่งผลให้การเก็บข้อมูลล่าช้า  เกิดข้อผิดพลาดได้มาก 

-พาหนะและผู้นำทางเข้าพื้นที่มีความสำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากการตั้งบ้านเรือนในชนบทแต่ละ

หลังห่างไกลกันมากหากขาดพาหนะและผู้นำทางจะส่งผลให้งานล่าช้า 

-การคาดเคลื่อนเรื่องเวลาจะส่งผลให้ไม่สามารถพบเป้าหมายได้ ทั้งนี้เนื่องจากเป้าหมายอาจ

ไปทำงานนอกพื้นที่ เช่น ไปทำสวน ไปขายของที่ตลาดนัด  ทำให้ต้องเก็บข้อมูลซ่อมในวันต่อไป

-การส่งอาหารกลางวันของทีมอำนวยการหรือการให้ผู้เก็บข้อมูลทานอาหารในพื้นที่ต้องมี

ความชัดเจน    หากไม่ชัดเจนจะส่งผลต่อแผนการดำเนินงานและงบประมาณของงานวิจัยโดยภาพรวมได้   

-การเข้าถึงประชากรที่ได้ทำการสุ่มไว้ตามสูตร Yamaneและการสุ่มตามบ้านเลขที่ อาจ

พบว่าบุคคลตามทะเบียนบ้านไม่ได้อยู่ที่บ้านแต่ให้ผู้อื่นพักอยู่แทน โดยที่บุคคลที่อาศัยตามบ้านเลขที่ ณ ปัจจุบันไม่อาจเป็นตัวแทนในงานวิจัยนั้นได้ ผู้เก็บข้อมูลต้องสุ่มบ้านอื่นโดยยังคงต้องยึดหลักทางสถิติโดยเน้นถึงความเป็นตัวแทนให้ถูกต้องที่สุดมิเช่นนั้นงานวิจัยนั้นจะไม่ถูกต้องและขาดความแม่นตรงในการอ้างอิงสู่ประชากรภาพรวม

                   ๒.  สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการทำความเข้าใจ เครื่องมือ หรือ แบบสอบถาม ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ระหว่างทีมเก็บข้อมูล  และการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลที่เก็บมาว่าครบถ้วน/ถูกต้องหรือไม่ ก่อนออกจากพื้นที่ 

                   จากประสบการณ์การฝึกปฏิบัติพบว่า

-เมื่อกลับออกจากพื้นที่และตรวจสอบคุณภาพข้อมูลที่ได้เก็บมาพบข้อผิดพลาดจำนวนมาก

เช่น การกรอกข้อมูลในแบบสอบถามไม่ครบ  การอ่านลายมือผู้กรอกข้อมูลคลาดเคลื่อนเนื่องจากลายมืออ่านยาก การต้องตีความข้อมูลจากการที่กรอกข้อมูลไม่ชัดเจน   

-แนวทางการเก็บข้อมูลของสมาชิกในทีมมีความหลากหลาย เช่น อ่านแบบสอบถามให้

เป้าหมายฟังแล้วผู้เก็บข้อมูลเป็นผู้กรอกแบบสอบถาม  หรือให้แบบสอบถามแก่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้กรอกเอง ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพของข้อมูลไม่แน่นอน ทีมจึงต้องตกลงให้ชัดเจนถึงรูปแบบที่จะกรอกข้อมูลลงแบบสอบถาม

              ๓.  การทำงานเป็นทีมคือหัวใจของการฝึกปฏิบัติและการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากต้องมีการ

แบ่งงานกันทำที่ชัดเจน และต้องมีการแบ่งเบาภาระของทีมเมื่องานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

 

 

 

๔.     ข้อคำถามบางข้อในแบบสอบถามเมื่อใช้เก็บข้อมูลในพื้นที่อาจก่อให้เกิดความ

คลาดเคลื่อนของข้อมูลได้ง่าย เนื่องจากผู้ตอบไม่สามารถให้ข้อมูลที่ตรงกับคำถามได้ เช่น รายได้ และ รายจ่ายด้านพลังงาน : ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า เป็นต้น การถามรายได้กับผู้ที่มิได้มีเงินเดือนประจำเกิดข้อคำถามในการตอบแบบสอบถามมาก เช่น  การทำสวนหรือร้านค้าไม่สามารถระบุรายได้ที่แน่ชัดได้ 

                   ๕.  การทำงานเป็นทีมในระยะเวลาเร่งรัด เช่น  การทบทวนวรรณกรรม  การออกแบบเครื่องมือ  การแปรผลข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย ต้องแบ่งงานตามความถนัด แต่ขาดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกในทีมส่งผลให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังขาดความรู้ และทักษะด้านอื่น ๆ ที่มิได้ลงมือปฏิบัติ 

๖.  การทบทวนวรรณกรรมที่ยังไม่ตกผลึก นำมากำหนดกรอบความคิดที่ไม่ชัดเจน นำไปสู่

การออกแบบเครื่องมือวิจัยไม่มีคุณภาพ  ส่งผลให้งานวิจัยที่เก็บข้อมูลไปแล้วย่อมขาดคุณภาพด้วย ดังนั้นการวิจัยคือการศึกษาปรากฏการณ์ที่เป็นระบบดังนั้นถ้าเกิดข้อผิดพลาด เช่น เลือกใช้ทฤษฎีกำหนดกรอบแนวคิดที่ผิด  การใช้รูปแบบการวิจัยที่ผิด จะนำไปสู่เครื่องมือการวิจัยที่ผิดพลาด ส่งผลต่อผลงานวิจัยในภาพรวม