สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำโครงการสร้างนักวิจัย (ต้นกล้าวิจัย) โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑. เพื่อให้นักวิจัยมือใหม่ (ต้นกล้าวิจัย) มีความรู้ ความเข้าใจในหลักและกระบวนการวิจัย
๒. เพื่อให้นักวิจัยมือใหม่ (ต้นกล้าวิจัย) ได้ฝึกปฏิบัติทำวิจัยอย่างมีระบบ และมีแรงบันดาลใจในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาภาคการผลิตและบริการจากการศึกษาดูงานด้านการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
๓. เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยมือใหม่ (ต้นกล้าวิจัย) ระหว่างหน่วยราชการ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
โครงการฯ ดังกล่าวกำหนดจัดการฝึกอบรมเป็น ๔ รุ่น โดยรุ่นที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๗ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ และระหว่างวันที่ ๙ – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ โดย สำนักงาน ป.ป.ส. จัดส่งเจ้าหน้าที่จำนวน ๒ คน ร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย
๑. นางวรรณภา แก้วอยู่ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๗ ว
สำนักงาน ปปส. ภาค ๗
๒. นางมนัญญา ไวอัมภา เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๖ ว
สำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
โครงสร้างหลักสูตร และผลการฝึกอบรม
๑. ภาคทฤษฎี ระหว่างวันที่ ๗ – ๑๑ มกราคม ๒๕๕๑ ประกอบด้วย
-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย ประเภทของการวิจัย รูปแบบการวิจัย
-การกำหนดปัญหา วัตถุประสงค์ และสมมติฐานในการวิจัย
-การทบทวนวรรณกรรมและการพัฒนากรอบแนวคิดในการวิจัย
-เทคโนโลยีสารสนเทศในการวิจัย
-การออกแบบการวิจัย
-การกำหนดกรอบประชากร และการเลือกตัวอย่าง
-การออกแบบพัฒนาเครื่องมือ
-การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
-สถิติที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล
-การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย
การบรรยายพิเศษ
เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (ศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช) ได้
บรรยายพิเศษในพิธีเปิดการฝึกอบรม โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
กระบวนการพัฒนาระบบบริหารงานวิจัยประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญคือ
-นักวิจัย/องค์กรวิจัย
-ความเชี่ยวชาญของนักวิจัย
-ระบบกระบวนการจัดการ และ
-ศาสตร์/สาขาวิชาที่มีการบูรณาการ
โดยองค์ประกอบเหล่านี้นำไปสู่
-ฐานข้อมูลที่ใช้ได้จริงและรวดเร็ว
-ผลงานวิจัยที่มุ่งไปสู่ภาคการผลิต/อุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคประชาชน/มนุษยชาติ
-การจัดการทรัพยากรและโลก
-องค์ความรู้ที่ใช้ประโยชน์ได้ ประมวลภาพองค์รวมได้ชัดเจน และเข้าใจง่าย
การวิจัยเพื่อสร้างเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปัญญา การวิจัยสร้างธุรกิจ การวิจัยสร้างทุนด้านศักยภาพ โดยทั้ง ๓ ประเภทนี้ประกอบไปด้วย การจัดการองค์ความรู้ การสร้างองค์ความรู้ การต่อยอดองค์ความรู้ การสร้างฐานความรู้ การนำไปใช้ประโยชน์ การสร้างองค์ความรู้สู่ผู้อื่น และการจัดการองค์ความรู้สู่ผู้อื่น
การที่จะการสร้างระบบวิจัยที่สมดุลและยั่งยืน ต้องสร้างความสมดุลระหว่างการวิจัยที่เกิดขึ้นตามอุปทาน(Supply Side)ซึ่งเป็นความต้องการเกิดขึ้นจากนักวิจัยเป็นผลงานวิจัยส่วนย่อยๆ ก่อให้เกิดผลกระทบในระดับต่ำ กับงานวิจัยตามความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ และก่อให้เกิดผลกระทบสูง (Demand Side)ซึ่งต้องใช้งบประมาณต่อโครงการที่สูงเพื่อให้เกิดผลกระทบอย่างแท้จริง และปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือการมีโจทย์วิจัยที่ดีที่สามารถใช้งบประมาณที่น้อยเพื่อก่อเกิดผลกระทบที่สูงได้
ระบบวิจัยที่ดีประกอบด้วย
๑. Unityต้องเป็นองค์รวม/เอกภาพ
๒. Equivalence and sustainabilityเกิดความสมดุล และยั่งยืน
๓. Accelerating Input การจัดสรรงบประมาณ และกระบวนการทำให้เกิดตัวเร่ง
๔. Real time Real situation Holistic collectionสืบค้นได้ทันเวลา สถานการณ์
๕. Multidisciplinary approachสหวิทยาการ
๖. Marker of movementตั้งความสำเร็จเป็นช่วงๆ
๗. Synergyมีแรงเสริมเพิ่ม (๑+๑ ต้องเพิ่มขึ้นมากกว่า ๒)
๘. Strategic direction สร้างทิศทางการวิจัยไปสู่การพัฒนา
๙. Cost effectivenessความคุ้มค่าของงบประมาณ
ทั้งนี้ โครงสร้างของหน่วยในระบบวิจัยประกอบด้วย หน่วยนโยบาย หน่วยด้านการสนับสนุน หน่วยปฏิบัติการวิจัย และผู้ใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย/ประชาชน
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย
การฝึกอบรมตามโครงการสร้างนักวิจัยนี้เป็นการให้ความรู้ภาคทฤษฎีเกี่ยวกับการวิจัยเชิง
ปริมาณ โดยรายละเอียดภาคทฤษฎีเพิ่มเติมศึกษาได้ทาง www.researchwisdom.com โดย รศ.ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการสร้างนักวิจัย (ต้นกล้าวิจัย) และ www.novice-researchers.netเว็บไซต์เครือข่ายต้นกล้าวิจัย พัฒนาโดย ผศ.ประชิด ทิณบุตร สมาชิกต้นกล้าวิจัยรุ่นที่ ๑
วิพากษ์ภาคทฤษฎี
๑. การบรรยายภาคทฤษฎีมีเนื้อหาเป็นขั้นตอนต่อเนื่องกัน โดยเชิญวิทยากรหลายท่าน บรรยายให้ความรู้ส่งผลให้ขาดความต่อเนื่องในหลายประเด็น เช่น หลักการตั้งสมมติฐานการวิจัย และการตั้งสมมติฐานทางสถิติ รวมทั้งการวิพากษ์ผลการฝึกปฏิบัติของคณาจารย์แต่ละท่านมีความเห็นหลากหลายในประเด็นเดียวกันทำให้กลุ่มฝึกปฏิบัติต้องแก้ไขงานหลายครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการที่นักวิจัยจะเลือกกรอบความคิด การออกแบบการวิจัย การกำหนดกลุ่มตัวย่าง และการกำหนดเครื่องมือ ซึ่งการเลือกรูปแบบวิจัยแบบใดต้องมีความถูกต้อง สอดคล้องเป็นระบบและอธิบายได้ในทุกขั้นตอนเมื่อมีผู้วิพากษ์ผลงานวิจัย
๒. ควรมีเวลาในการทบทวนรายวิชาก่อนเข้าเรียนในวิชาต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากหากขาดความเข้าใจในรายวิชาในขั้นต้นของกระบวนการวิจัย จะส่งผลให้ขาดความเข้าใจทั้งระบบ
๓. การตั้งชื่อหลักสูตรสร้างนักวิจัย “ต้นกล้าวิจัย” โดยกำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีประสบการณ์ด้านการวิจัยอย่างน้อย ๑ ปี แต่เมื่อมีการประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมพบว่าผู้ร่วมอบรมเกือบร้อยละ ๙๐ มีพื้นฐานความรู้ด้านการวิจัยมาแล้วอย่างดี ส่วนหนึ่งเป็นนักวิจัยอาชีพ ส่งผลให้การบรรยายในชั้นเรียนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีพื้นฐานน้อยจะติดตามชั้นเรียนได้น้อย และต้องใช้เวลาทบทวนหลังชั้นเรียนมากขึ้น
......มีต่อเรื่องภาคปฏิบัติและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น