ไม่ใช่การโอ้อวดหรือแสดงแสนยานุภาพทางวิชาการแต่อย่างใด 

ผู้เขียน ครูอ้อย...เป็นเพียงครูเล็กๆคนหนึ่งที่ตั้งปณิธานไว้ว่า.....จะมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการเรียนรู้สู่การจัดทำผลงานและเผยแพร่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

เริ่มจากการเขียนบันทึกลงในบล็อกต่างๆ  ในเว็บไซต์ต่างๆ  เขียนบทความ  เขียนวารสาร  ลงตีพิมพ์เพื่อเป็นวิทยาทาน 

เนื่องมาจากความเชื่อเรื่องพระธรรมชาติ  ที่ได้รับความสุขจากการให้นั่นเอง  ตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่ไม่เหมือนกัน 

ครูอ้อยไม่ใช่เศรษฐีที่จะให้เงินทอง 

แต่ครูอ้อยจะให้และได้ให้ในสิ่งที่ให้ได้  นั่นคือ  ความคิดและสติปัญญาที่แปลงโฉมมาเป็นผลงานทางวิชาการ 

ครูอ้อยจะรู้สึกว่า  สิ่งที่ได้ให้นั้นมีค่ายิ่งสมควรแก่การให้เมื่อ  ผู้รับได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมใกล้ชิด 

 

Vi1

 

เมื่อวานนี้  ครูอ้อยมีเพื่อนต่างโรงเรียนที่สอนอยู่โรงเรียนใกล้เคียงมาหา  มาเยี่ยมยาม และชมผลงานเท่าที่ทำแล้ว   อีกทั้งได้ซักถาม 

ซึ่งมีข้อซักถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ  ที่ใกล้เข้ามาแล้ว  จะต้องจัดทำส่ง 

หลายๆท่านยังไม่เข้าใจ  เกี่ยวกับการจัดทำนวัตกรรม  ว่า  จะจัดทำในช่วงใด  ไม่รู้ว่า  จะมีขอบเขตของเวลา  ในการหาประสิทธิภาพ และการนำมาใช้ เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ทั้งๆที่ได้ผ่านการเข้ารับการพัฒนามาบ้างแล้วระยะหนึ่ง 

หลายๆคนฟังมาจาก กูรู  หลายๆท่าน จึงไขว้เขวกับการลงมือทำ

เมื่อท่านผ่านการประเมิน ด้านที่  และด้านที่ 2 แล้ว  ท่านก็ต้องจัดทำแผน  ที่ประกอบด้วย  แผนการจัดการเรียนรู้ ควบคู่กับนวัตกรรม  มีนวัตกรรมที่หาประสิทธิภาพ  จัดการใช้นวัตกรรมในการสอน  เสร็จแล้วท่านก็ต้องหาสัมฤทธิผลทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้นวัตกรรม 

เมื่อเสร็จสิ้น  ก็ต้องเขียนรายงานที่นอกเหนือจากการเขียนวิจัยของนวัตกรรม  ตัวนวัตกรรมเอง  ก็ต้องเขียนคู่มือการใช้นวัตกรรมด้วย  แบบแผนของการจัดการนั้น 

ท่านผ่านการพัฒนามาแล้ว  น่าจะเข้าใจและจัดทำเองได้โดยไม่ต้อง  ไปฟัง กูรูมากนัก 

ท่านสอนจริง  คิดหานวัตกรรมมาแก้ปัญหาให้กับนักเรียนจริงๆ  ท่านย่อมทำได้  

ท่านต้องศึกษาหลายๆสิ่ง ประกอบกัน  เช่น การเขียนรายงานวิจัย  การเขียนคู่มือนวัตกรรม การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้  ซึ่งแต่ละชิ้นมีวิธีการเขียนอย่างหลากหลาย  แต่ต้องครบองค์ประกอบของผลงานทางวิชาการนั้นๆ 

 

Vi8

 

การที่ท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้  จะมีผลที่เกิดกับท่าน 2 ประการ  คือ  กลับมาเพิ่มเติมงานของตนให้มีสาระมากขึ้น  กับ  ไขว้เขว 

ประการหลัง  ไม่อยากให้เกิดกับท่านเลย

เพราะจะเป็นบ่อเกิดของการเสียกำลังใจ  ท่านควรเพิ่มความเป็นตัวของตัวเอง  เพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเอง  เพิ่มความศรัทธาในตัวเอง ว่า  งานของท่าน  ใช้ได้  มีคุณค่า  เกิดประโยชน์  มีการพัฒนานักเรียน  ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้เขียนไว้  

ดังนั้น   การที่ท่านไปศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้มา  ท่านก็ต้องมีวิจารณญาณ  ไม่สับสนกับสิ่งที่เรียนรู้มา  แยกแยะให้ได้ว่า  สิ่งใดควรเก็บมาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงงานของตน  สิ่งใดไม่เหมาะสมกับงานของตน  ซึ่งเมื่อท่านทำผลงานไปนานๆ  ท่านจะเกิดความเชื่อมั่น  สามารถอธิบายงานของตนเองได้ครบถ้วน  มีที่มาที่ไปอย่างถูกต้องตามหลักวิธีวิจัยของงานนวัตกรรม

สิ่งที่เพื่อนครูมาศึกษา  และต้องการได้ไปเป็นตัวอย่างนั้น  ก็คือ การวางแผนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้  การวางแผนการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม

สิ่งที่เพื่อนครูมาศึกษา  และต้องการได้ไปเป็นตัวอย่างนั้น  ก็คือ การวางแผนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้  การวางแผนการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม  หากท่านไม่ได้จัดทำทะเบียนคุมไว้  ท่านอาจจะสับสน และหลงทาง หลงประเด็น จนกระทั่ง  เบี่ยงเบนวัตถุประสงค์ 

การวางแผนตามปฏิทิน ก็เป็นสิ่งที่ท่านต้องจัดทำ  แผนความก้าวหน้าการจัดทำผลงาน ท่านก็ต้องทำควบคู่กันไป  เริ่มต้นที่การส่ง วฐ 1 เลย  ว่าท่านได้ทำอะไร  ทำควบคุมไว้  ทำทะเบียนการไปดู การไปศึกษา  และการมีคนมาเยี่ยมชมผลงาน อย่างที่ครูอ้อยได้ทำ  อย่างน้อยก็มีประโยชน์สำหรับท่าน.....ไม่มาก ก็น้อย......

โชคดีทุกท่าน

ประสบกับความสำเร็จทุกท่านนะคะ