เรื่องเล่าจาก Kuching

       ได้เข้าร่วมประชุมในโครงการ ที่รัฐSarawak เมือง Kuching  ประเทศมาเลเซีย   ซึ่งป็นโครง

การที่ British Council ร่วมกับ สพฐ.   และดิฉันมีโอกาสได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ที่ Kuching  ร่วมกับ UK.   ซึ่งในไทย มี ๓ เขตพื้นที่  ที่เข้าร่วมกิจกรรม คือ เขต ๑  เชียงใหม่  เขต ๑  ลพบุรี  และ เขต ๑ นครศรีธรรมราช   เป็นการจัดการศึกษาร่วมกันและสร้างพลเมืองโลกโดยดึงเยาวชนอายุ 11-13  ปี   เข้ามาสู่เวปนี้   ถ้าใครสนใจลองเข้ามาศึกษาดูนะคะใน   www.asiandialogues.com  

         ในการจัดการอาจยากนิดหนึ่งสำหรับเด็กไทย แต่สิ่งที่ได้คือการพัฒนาทางภาษา  ในกลุ่มดิฉัน เราจับกลุ่มกับ โรงเรียน ๑๐ โรงเรียนใน Kuching  และ  10   โรงเรียนใน Birmingham   โดยมีหัวข้อหลักที่กำหนดการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้  แลกภาพ และประสบการณ์ในประเทศของตน  เป็นโครงการทดลอง ๓ ปี  แต่สิ่งที่เป็นอุทาหรณ์  ของเรา คือ ทักษะทางภาษาอังกฤษ  จำเป็นจริงๆที่ระดับผู้บรหารและครูต้องมีความรู้และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในเวทีนานาชาติ

        อีกส่วนที่อยากพูดถึงคือ ที่ Kuching  ต้นไม้มากจริงๆ  มีฝนตกตลอดวัน อากาศคล้ายนครศรีธรรมราชเมือ ๕๐  ปีที่แล้ว   อยากให้เมืองไทยเหมือนเดิม คนรักกัน ไม่เห็นแก่ตัว  ใครนะทำลายประเทศขนาดนี้ เราคนไทยหรือเปล่า....คลองนำดำ  ป่าไม้เบาบาง อากาศร้อน  ในกรุงเทพ ฝุ่นละเอียดเต็มฟ้า  พื้นบ้านมีฝุ่นละอองเล็กๆ ตลอดวันทั้งๆที่อยู่ไกลถนน  แสดงว่าอากาศของเราแย่มากๆ 

โรงเรียนที่ไปดูงาน  จะสร้างอาคารเป็น ๒ ชั้น  ไม่มีอาคารเรียนสูงๆ เพราะกลัวนักเรียนเป็นอันตรายและครูจะปวดเข่า   เวลาสอบอิจฉานักเรียนมาก  มีเพลงเบาๆให้ฟัง ห้องเรียนจำนวนไม่มากเกินไป  วิชาสัมัญจัดกลุ่มน้อยๆ เพื่อให้เรียนอย่างทั่วถึง งานปฏิบัติเรียนกลุ่มใหญ่เพื่อมห้มีการทำงานเป็นกลุ่มช่วยเหลือกัน   ...การจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียน ประโยชน์และคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูขยันมาก ครูจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นจากการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  เช่น  ครูคนหนึ่งสอนคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ  ครูอีกคนหนึ่งสอนคณิตศาสตร์เป็นภาษามลายู  ถ้าครูที่สอนภาษามลายูต้องการสอนคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ   ครูที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ จะช่วยและนิเทศเพื่อนครูจนสอนได้เหมือนกัน   ทั้ง ๒  คนจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นทั้ง ๒ คึน คนละ ๕ %   ดังนั้นทุกคนจึงช่วยกันที่จะพัฒนา  แต่ของเรา ใครอยากได้เงินวิทยฐานะเพิ่ม   กลับยิ่งวทำยิ่งเห็นแก่ตัว  ได้โดยทิ้งนักเรียน  จ้างทำ  ได้แล้วอยู่เฉยๆ ขาดนำใจ   ที่จริง รัฐต้องมอบหมายให้คนที่ได้เงินเพิ่มพัฒนาผู้เรียนและเพื่อนครูโดยใช้ผล NT  หรือ  ฯO-NET  เป็นตัวตั้ง  .....ดีกว่าให้แล้วไม่มีผลงานอะไรอีกเลย.