...เดือนสามนกกาเหว่ามันฮ้อง ยูงทองมันมาฮ้องไหว้วอน จากไปสวีวี่วี จากไปสวีวี่วี ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน...
เพลงรำวงสาวบ้านแต้ ลอยลมมาให้ได้ยินยล
เลยค้นเจอภาพ และตามหาไฟล์เพลงมาแปะกระดานบันทึกไว้ ใช้เป็นยาลดความคิดถึงวัยเด็กของตัวเองลง...
วัยเด็กของช้าน (ฉันเอง)...วัยหนูทดลองชัด ๆ
เมื่อสมัยเป็นเด็ก เราเองก็เป็นมนุษย์บ้านจัดสรรค่ะ แต่บ้านเราอยู่ในสวนดอก สวนดอกของด็อกเตอร์ที่แปลว่าหมอ และเพื่อนร่วมงานคุณหมออีกหลายตำแหน่ง หลายครอบครัว อาณาจักร เด็กลูกสวนดอกจะมาเป็นแก๊งค์ เป็นรุ่นๆ ไม่รู้สมัยนี้จะยังมีแก๊งเด็กลูกสวนดอกอยู่อีกไหมนะ
วัยเด็กในสวนดอกยุคแรกๆ ไม่ได้ต่างอะไรกับหนูทดลอง เราได้ลองทั้งยา... (เตรตะไซคลีนน่ะเบอร์หนึ่งเลย แบล็กลิสต์ของพวกเราเอง) อ้อ! และทั้งระบบการศึกษา (เด็กโรงเรียนสาธิต มช. ไงคะ ห้องทดลองของนักศึกษา...โรงเรียนที่ไม่มีรั้ว ก็คงเพื่อทดลองหนูๆ อย่างเราจะหนีเรียนอย่างไร!) ค่ะ...
สงสัยไหมคะว่าบันทึกนี้มาด้วยเรื่องอะไร....
บ้านฉันนะ พี่น้องสี่คน สมัครใจเป็นหนูทดลองกันทั้งตระกูลเลยค่ะ
นี่ใช่ นวัตกรรมไหม?
พี่ปิ๊กเวียง พี่สาวฉันยิ่งร้ายใหญ่ เธอเป็นหุ่นยนต์คอตั้งตรงเดินได้เมื่อสมัยแรกๆ ที่คุณหมอทดลองสร้างเฝือก สร้างแข้งขาเทียม แต่พี่สาวฉันได้ของเล่นใส่ไว้ที่ตัวเอง (ยกเว้นเวลานอน) ไปโรงเรียนให้เพื่อนแซวเละเทะ (ว้าว พี่เราเป็นเหยื่อหวานของพ่อ) ที่บ้านเรามีของเล่นขนาดย่อมๆ แต่ก็วางเกือบเต็มพื้นที่สนามนะคะ เย็นๆ เด็กลูกสวนดอกก็จะแวะเวียนมาเฮฮาปาร์ตี้ หลังจากรถเบนซ์สองประตู ยี่สิบหน้าต่างประจำหมู่บ้านสวนดอกไปขนรับพวกเรากลับจากโรงเรียน เราจะสังสรรค์กันเป็นประจำถึงสองทุ่มโดยประมาณ เพราะบรรดาพ่อหมอแม่หมอแก๊งผู้ใหญ่จะกลับจากรับจ๊อบนอกสวนดอกน่ะค่ะ พวกเราก็จะเป็นแบบนี้ประจำ
แต่สาเหตุที่พี่สาวได้เข้าห้องทดลองของแก๊งผู้ใหญ่ ก็เพราะว่าพวกเราไม่ชอบเล่นของเล่นที่มันตั้งอยู่แล้วดี ดี ขอเล่นแบบแผลง ๆพิเรณ ๆ ค่ะ เครื่องเล่นที่มีให้โหน เอามาหงายเล่นแทนชิงช้า ม้ากระดก ส่วนม้ากระดกที่มีก็สมมุติมันเป็นใบพัดเครื่องบินที่ต้องหมุน ๆ ๆ ให้แรงสุดขีด คิดแล้ว สยอง..พี่สาวตกลงมาแอ๊ก กระดูกสันหลังคด อดสูงเดี๋ยวนั้น พ่อเห็นไม่ได้การ จับใส่เหล็กรอบตัวยกเว้นเวลานอนซะเลย...แต่ยุคนั้นมือใหม่มั้งคะ พี่ก็เลยสูงน้อยกว่าน้องๆ ไปเสียนี่

พี่ปิ๊กเวียงอดสูงของฉัน กับ เจ้าโอเลี้ยง หมาโหลดเตี้ยค่ะ
นี่ค่ะของเล่นที่บ้าน ขนาดเจ้าโอเลี้ยง หมาพันธุ์ดัชชุนที่ว่าเตี้ยแสนเตี้ยแล้ว ยังโดนพวกเราจับเล่นชิงช้าสวรรค์กระดกด้วยค่ะ
ส่วนฉันหรือคะ ฉันน่ะเดือนไหนไม่ต้องฉีดยา เดือนนั้นผิดปกติค่ะ เข้าแถวมากันเลยทั้งยาเข็ม ยาเม็ด(แคปซูน) บำรุงกันแทบเป็นแทบตาย ฉันก็จะนอนฝันร้ายรู้สึกเหมือนตู้จะล้มตกลงมาทับทุกทีที่ป่วย แม่ฉันนะเบิกค่ารักษาพยาบาลฉันเสียคุ้มเลย...อย่างเครื่องที่เค้าใช้รักษาอาการเป็นไซนัส ฉันก็ได้ไปทดสอบลองเสียง กอ กอ กอ มาแล้วเหมือนกัน (สมัยนั้นเครื่องยังใหม่ แหมพี่ๆ นักศึกษามามุงดูกันเชียว มีคุณหมอคนชอบวิ่งด้วยหรือเปล่าเนี่ย!)

พ่อฉันแน่ะค่ะ ชอบทำกิจกรรม เวลามีงานอะไรๆ พวกเราและแก๊งเด็กๆ จะถูกจับมารวมกันให้ทำนั่นทำนี่เป็นที่สนุกสนานของแก๊งผู้ใหญ่เค้าล่ะค่ะ ดูอย่างภาพนี้สิคะ กีฬาๆเป็นยาวิเศษ ฮ้าไฮ้ๆ เอ้า! หนูๆ มาทดสอบทดลองกันมา ถ้าเป็นสมัยนี้ สอบผ่านตัวชี้วัดไหมนะคะ
เด็กๆ บางคนอย่างเช่นฉันเป็นต้น อมโรคปานนั้นไม่อยากร่วมมือ แต่ก็ต้องถูกขุดจากที่นอน เพราะสนามรวมพลพวกเราอยู่หน้าบ้านเลยค่ะ...ดูสภาพการแต่งตัวอย่างสวยงามของเด็กๆ สมัยนั้นค่ะ เช้ยเชย
งานปีใหม่ ก็พวกเราอีกเหมือนกันค่ะ ที่จะถูกจับมารวมกันให้ทำอะไรบางอย่างเป็นที่เพลิดเพลินเจริญหูเจริญตาของท่านผู้ใหญ่ เลยเป็นที่มาของภาพแรก (รำกันแต้แต๊ๆ)ไงคะ แต่ก็เป็นเรื่องดีค่ะ ทำให้เด็กลูกสวนดอกยุคนั้น ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด นอกหรือในเมืองสวนดอก หรือจะต่างโรงเรียนกันก็ตาม ได้รู้จักกันทั่วถึง แม้ว่าวันนี้เจอหน้ากันในสังคมก็อาจมีเหล่ๆ มองๆ เอ๊ะ คุ้นๆ ค่ะ เหมือนสังคม Hi5 สมัยนี้เลยนะคะ

เวลาจัดงานวันเด็ก แก๊งเด็กอย่างเราชอบค่ะ สมัยพ่อเป็นนายกสโมสรสวนดอก พ่อมอบอำนาจให้พวกเราและชาวแก๊ง บริหารจัดการกิจกรรมระดมชวนเด็กตัวเล็กกว่าทั้งหมดทั้งเมืองสวนดอกให้ไปรวมตัวกัน พวกเราตอนนั้นอายุซักเท่าไรเอง เจ็ดถึงสิบเอ็ดสิบสองเห็นจะได้ค่ะ จะตระเวณในชุดแฟนซีไปทั่วเมืองแล้วก็หลอกล่อเด็กจากแต่ละบ้านให้ตามกันไป เหมือนในนิทาน The Pied Piper of Hamelin ที่ชายเป่าปี่แล้วพาหนูๆ ออกจากบ้านจากเมืองไปนั่นเลยค่ะ ไปไหนหรือคะ ก็ไปสนุกสนานร้องรำฮัมเพลงกันที่สโมสรสวนดอก จุดกึ่งกลางหมู่บ้านของเราค่ะ สมัยก่อนกิจกรรมวันเด็กเป็นกิจกรรมของเด็กลูกสวนดอกอย่างแท้จริง เดี่ยวนี้คงไม่มีบรรยากาศแบบนั้นแล้วค่ะ

อันนี้งานวันเกิดค่ะ บ้านไหนมีใครเกิด แก๊งเด็กก็จะยกโขยงไปกัน (นี้เป็นเด็กบางส่วนค่ะ)
พออายุย่างเข้าสิบสาม เข้าสู่วัยเรียนระดับมัธยม เรามีโรงเรียนให้เข้าไปเป็นหนูทดลองค่ะ เริ่มกันมาตั้งแต่เด็กลูกสวนดอกเกิดปี พ.ศ. 2499 คนไหนสมัครใจเข้าไป ได้สิทธิ์เดี๋ยวนั้นแน่นอนค่ะ เรียนไม่เก่งก็เก่ง เรียนเก่งก็เก่งมาก เก่งมากๆ ก็มากๆๆๆ ...แต่ที่เก่งพอใช้ได้ก็อย่างเช่นฉันนี่เลยคนหนึ่งละค่ะ...
บทสรุปหนูทดลอง?
เล่าเรื่องมาตั้งยาวยังจับประเด็นบันทึกที่เขียนนี้ไม่ได้เลยค่ะว่าเขียนเรื่องอะไร เริ่มต้นมาจากฟังเพลงรำวงสาวบ้านแต้ แล้วนึกขึ้นได้ว่าเราเคยเป็นสาวรำวงบ้านแต้ แล้วเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่าทำไมไปรำแต้ๆแบบนั้นล่ะ น่าอายออก ก็ได้คำตอบว่า เป็นตัวช่วยของพวกผู้ใหญ่นั่นเอง ตัวช่วย ก็คือตัวช่วย เพราะได้ช่วยไปตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องในโรงหมอ แล้วก็โรงเรียน เออแน่ะ ฉันสรุปเรื่องแบบนี้พอไหวไหมคะ...อ้าวไม่เห็นสาระอะไร อ่านเอาเรื่องเพลินๆ ก็พอค่ะ
อีกนิดค่ะ ได้คุยกับแม่ เพราะมีอีกภาพสงสัยจังว่าเด็ก ๆ อย่างหนู ๆ ไปสวีวี่วีกันทำไม และยืนเรียบร้อย...จังเลย
แม่บอกว่าเป็นงานฉลองความสำเร็จของแก๊งผู้ใหญ่ ๆ (เฉลิมฉลองตำแหน่งศาสตราจารย์ของคุณหมอสวนดอก) ด้วยค่ะ หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมสวีวี่วี หรือร้องระบำรำเป็นเพลงตามแต่ใจผู้ใหญ่จะจัดให้แต่ละปี มานี่เลยค่ะ บทสรุปหนู ๆ ทดลองของฉันและเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน.
...จากไปสวีวี่วี จากไปสวีวี่วี ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน...
*สวนดอก คือชื่อเรียกโฮงยา หรือโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ปัจจุบัน
เอาเว็บไซต์ทนี้มาฝากด้วยค่ะ

ปิดท้ายภาพนี้ ดิฉันเองค่ะ กะว่าจะเอาลูกหลานเจ้าโอเลี้ยงไปโหนบาร์ให้ตัวมันยืดขึ้นอีกซักหน่อย ของเล่นที่พ่อหาไว้ให้ตั้งแต่เด็ก ยังอยู่มาจนป่านนี้เลยค่ะ

สวัสดีค่ะ
แหะๆ แวะมาเยี่ยม ค่ะ ขอทำความรู้จักด้วยคนนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ...
สวัสดีค่ะ
* มาดูความหลังวัยเด็ก
* เป็นกำลังใจให้ค่ะ
อ้าวน้อง กล้วยแขก
สวัสดีค่ะคุณ นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
555+ พี่ดาวลูกไก่ ขออภัยอย่างมากเลยค่ะ
กำลังสับสนกับชีวิต อิอิ ขอโทษนะค่ะ
อยู่สวนป่าจ้า
รูปดาวลูกไก่เหมือนเก่า ๆ ก๊ากส์
บ่งบอกถึงอายุนะ
เดี๋ยวค่อยเข้ามาให้ความเห็นอย่างจริงจัง
กำลังทำกิจกรรมเด้ก นักศึกษาแพทย์ อยู่ค่ะ
น้อง กล้วยแขก
น้าอึ่งอ๊อบ เจ้าค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ...
มาแอบดูรูปค่ะ......
เห็นแล้วนึกถึงความสนุกในวัยเด็กนะคะ เล่นๆๆๆๆๆๆและเรียน ไม่ต้องคิดอะไรมาก..สุขจัง
เพลงเพราะดีค่ะ คึกคัก จำได้ว่าเคยฟังตอนเด็กๆ ได้ฟังอีกทีตอนนี้ดีจัง..
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่
บันทึกนี้น่ารักจังเลยค่ะ คนเขียนเขียนได้น่าอ่านจริงๆสนุกด้วย ทำให้นึกถึงวัยเด็กๆ เหมือนกันเลย เอ..นี่ไม่ได้แปลว่าเราแก่ใช่ไหมค่ะ 55 เค้าว่าคนแก่ชอบรำลึกความหลังนะคะ แต่เราไม่เข้าข่ายหรอกเนอะๆๆ
มาอ่านแล้วหายคิดถึงเจ้าของบันทึกแล้วล่ะ ....ไปก่อนค่ะ
คิดถึงๆๆๆ
อ. ธ.วั ช ชั ย
ภาพแห่งความหลังมาเป็นริ้วๆ เป็นฉากๆ เลยนะคะ นี่ล่ะหนาเขาว่า.. อุ๊บ!
มาแอบดูใครบางคน "รำลึกความหลัง" วัยเยาว์ค่ะ น่ารักดี เสียแต่..เดี๋ยวนี้แก๊งค์นี้จะมีใครเป็นเหมือนพี่จ๊ะบ้าง? ก็ความเป็นเด็กในตัวหนังสือและตัวตนไง ทั้งๆ ที่ก็.. อุ๊บ! (อีกแล้ว) เออ..หมายถึง ทั้งๆ ที่ก็สวยน่ะ
น่ารักสุดสุด ไม่ผิดหวังเลย ที่แวะมาอ่าน มาชมภาพ แห่งความหลัง ที่มีความสุข
เอาอีกนะ ชอบค่ะ
น้องจ๊ะ...จ๊ะ
พี่ว่ามีพี่เพี้ยนคนเดียวมั้ง...
ในแก๊งเนี่ย เค้าเป็นใหญ่เป็นโต เป็น ดร. เป็นคุณหมอ เป็นผู้พัน เป็นผู้บริหาร กันไปหมดแล้ว...มีพี่เป็นแค่คนตัวโตเป็นผู้ใหญ่...แต่ววว
สวัสดีค่ะคุณครูพี่สาว ครูอ้อย แซ่เฮ
เป็นใหญ่ เป็นโตก็ช่างใครต่อใครสิ เป็น "พี่จ๊ะ" ที่แสนจะน่ารักน่ะ ดีออก ^^
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่
เปลี่ยนรูปน้องจำไม่ได้ค่ะเลยเพิ่งตามมา
บันทึกนี้อ่านแล้วน่ารักดีค่ะ ^_^
เอาภาพดอกไม้มาฝากนะคะ ไว้ดูเวลาคิดถึงกันค่ะ
เห็นรูปเก่าๆ นึกถึงวันก่อนๆของตัวเองเหมือนกัน ขอบคุณครับ
น้องจ๊ะ...
ว้า...เมื่อไรเราจะมักใหญ่ใฝ่สูงกับเขาได้มั่ง อิ๊ๆ หุหุ
น้องแจ๋วค่ะ...
เห็นดอกที่เอามาฝาก ทำให้บันทึกของพี่นี้ เย็นขึ้นเห็นๆ เลยค่ะ แค่เม็ดน้ำฝนที่ค้างพราวอยู่บนใบมันเท่านั้นเอง...ขอบคุณค่ะ
คุณจรคะ...
มีเรื่องวัยเด็กมาเปิดโปงมั่งไหมคะ
อืม....เด็กๆหรอ รู้ว่า ไม่อวบอ้วน เหมือนตอนนี้ กินเท่าไรก้ไม่อ้วน
จบมหาวิทยาลัย มาด้วย นน 55 kgs แต่ พออยู่ไปอยู่มา จะ 90 kgs แล้วนี่