เมื่อเร็วๆนี้  มีรายงานผลจาก สทศ.ที่จัดลำดับสถานศึกษาที่ได้คะแนน O-NET ใน 2 มิติ คือ รวม 5 วิชา 3 ปี ซึ่งลำดับ 1 คือ ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์  ลำดับ 2. คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วก็โรงเรียนสาธิตและโรงเรียนดังต่างๆเป็นลำดับต่อมา  มิตินี้ผมไม่ค่อยสนใจอะไร เพราะรู้คำตอบล่วงหน้าแล้ว 
          แต่ผมสนใจอีกมิติหนึ่งคือ รวม 5 วิชา ระหว่างปี 2548-2550 ที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น 20 อันดับต่างหาก ชื่อโรงเรียนก็คือ
         1.ลำหยังวิทยามูลนิธิ    2.เหล่าใหญ่นาข่าวิทยาคม   3.ขัวเรียงศึกษา  4.รัตนราษฎร์บำรุง   5.อิสลาฮียะห์   6.ชีลองวิทยา   7.จำปาหลวงวิทยาคม   8.กระดุมทองวิทยา   9.กาวิละอนุกูล  10.บงเหนือวิทยาคม  11.ยางคำพิทยาคม  12.แคทรายวิทยา  13.ผักแพววิทยา  14.สีชมพูศึกษา  15.หัวดงรัชนูปถัมภ์  16.ตาลสุมพัฒนา  17.หนองจอกประชานุสรณ์  18.นะห์ฎอดุลสุบาน  19.อุดมพัฒนศึกษา  20.บูกิตประชาอุปถัมภ์
         ดูชื่อแล้วผมรู้จักเพียง 3 โรงเรียน  ข้อมูลนี้ให้ข้อคิดอะไรแก่เราบ้าง?
         สิ่งหนึ่งที่พอทำนายได้คือ  โรงเรียนเหล่านี้ ผลการประเมินก่อนหน้านี้คงต่ำมาก  แล้วเขาก็ปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้น จนเห็นผล
มูลค่าเพิ่ม ที่เป็นตัวเลขสูง  ข้อมูลนี้น่าจะเป็นข้อคิดและเป็นพลังให้โรงเรียนต่างๆที่คิดว่าตนเองอ่อนด้อย ขาดความพร้อมได้เป็นอย่างดี 
เพราะถ้าหากเราจะนำปัญหา(วิกฤติ)ให้เป็นโอกาสก็อาจใช้สถานการณ์ผลสัมฤทธิ์ตกต่ำในปีที่ผ่านมา เป็นสภาพปัจจุบันที่ท้าทายให้เราคิดกลวิธีการสอนให้เกิดมูลค่าเพิ่มที่เห็นเด่นชัดขึ้น  ในปีการศึกษาต่อๆไป และมีโอกาสติดอันดับเหมือนโรงเรียนข้างต้นได้เช่นกัน
     
และผลพลอยได้จากการที่โรงเรียนพัฒนาคุณภาพให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้น  ผู้บริหารและครูก็มีโอกาสผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเลื่อนวิทยฐานะตามแนวทางใหม่ที่จะใช้ใน 1 ตุลาคม 2551นี้ด้วย