16 ปีแห่งความหลัง ทั้งรักทั้งชังทั้งหวานและขมขื่น.

14 ปีแห่งความหลัง..?ที่ยังจดจำในมิตรไมตรีที่แสนดีต่อกัน...ถึงแม้กาลจะผ่านผันวันเดือนปีไม่รอคอย  แต่ใจดวงน้อยกับผูกพันมั่นเกลียว  เมื่อเหลียวมองพบสบแววตาไง..ฮิ ฮิ ฮิ

ช่วงขับรถมุ่งตรงไปที่ทำงานวันนี้ดูสีหน้าผู้คนตามรายทางและนั่งรถต่าง ๆ โดยเฉพาะรถ 3 แถวแล้วรู้สึกได้ว่ามีความสุขน้อยนิดนะคงเป็นเรื่องข้าวของแพงน้ำมันก็ขึ้นไปเรื่อย 

สิ่งของก็หายแปลก ๆ เมื่อวานดูข่าวก็ใครชักดาบหายไปเหลือแต่ด้ามและแผ่นทองเขียนประวัติก็แกะเอาไปหมดที่พระรูปของกรมหลวงลพบุรีราเมศที่เขาน้อยสงขลานะ

 เฮ้อ...เปิดฟังเพลงดีกว่า...16 ปีแห่งความหลัง  ทั้งรักทั้งชังทั้งหวานและขมขื่น...เสียงราชาเพลงลูกทุ่งนี่ยังฟังเพราะดีนะคุณ ฮิ ฮิ ฮิ

 เลยหวนคิดถึงเมื่อวันวานเจอรุ่นพี่นักศึกษาไทยในอินเดีย 3 ท่านโดยไม่ได้นัดหมายมาเจอกัน  เพียงแรกเห็นมีมุมยิ้มที่มุมปากรู้กันรู้ภาวะจิตใจนับถือกันสนิทนะ

ท่านแรกเป็นรุ่นพี่ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับสังคมพอได้ใกล้ชิดท่านถามสนใจวิถีความเป็นอยู่ครบเลย  ท่านที่สองเคยทำงานร่วมกันช่วงที่ผมเป็นสามเณรตอนปลายแล้ว

และท่านที่สามเรียน ป. เอกอยู่อาศัยด้วยกันในเมืองนอกเกือบ 3 ปีเลยละพึ่งรู้ว่า...ท่านทั้ง 3 ทำงานระดับรองอธิการบดีทั้งนั้นเลย

คือท่านแรกอยู่ฝ่ายกิจการนิสิต  ท่านที่สองอยู่ฝ่ายบริหารท่านที่สามอยู่ฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ครับ 

 ท่านทั้งสามยังครองโสดเพราะเป็นพระคุณเจ้านะส่วนผมแยกทางเดิน...นี่เราจากกันกว่าจะมาพบที่สงขลาเพียงชั่วแวบก่อนทั้ง 3 ท่านจะขึ้นเครื่องกลับ กอทอมอก็ 14 ปีแห่งความหลังแล้วละ  ฮิ ฮิ ฮิ...