ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่สะท้อนคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์

หนึ่ง : ไปเยือนพื้นที่แห่งชีวิต

 

วันนี้ถือโอกาสไปเยี่ยมเยียน พี่หน่อย และ  พี่จืด  ที่ เด็กรักป่า 

กว่าล้อจะหมุนออกจากมหาสารคามได้เกือบ ๆ  จะสองโมงเช้าเลยทีเดียว  ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เพราะเรามากันสาย  แต่เป็นเพราะต้องปรับเปลี่ยนพาหนะกันอย่างกะทันหันเพื่อให้สมดุลกับจำนวนคนที่จะร่วมชะตากรรมไปกับเรา

ทีมงานของผมมีคุณสุริยะ  สอนสุระ  พร้อมนิสิตอีก 3 คนติดสอยห้อยตามไปด้วย โดยแวะไปรับหนูนิดและนายบอนที่บุรีรัมย์  รวมถึงน้องนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏสุรินทร์อีก 2  คน  รวมผู้ร่วมชะตากรรมเสร็จสรรพกับการเป็นนักเดินทางเพื่อสร้างฝันให้กับเด็ก ๆ  ในครั้งนี้ก็ 9  คนพอดิบพอดี

 

สำหรับผมแล้ว  การลงพื้นที่ในครั้งนี้ประกอบด้วยเหตุผลหลัก ๆ 3 ประการด้วยกัน  กล่าวคือ (1)  ไปดูพื้นที่การจัดกิจกรรม  ผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า  (2)  ไปสำรวจพื้นที่การออกค่ายอาสาพัฒนา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเด็กรักป่าบ้านแสลงพันธ์ และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสองประเด็นแรกก็คือ (3)  ไปเยี่ยมพี่หน่อยและพี่จืด ...  ผู้ซึ่งมีหัวใจอันยิ่งใหญ่สำหรับการเป็น ผู้ให้  ที่ผมไม่เคยกังขาต่อการน้อมเคารพ !

  

โดยส่วนตัวนั้นผมเคยได้เจอตัวจริงพี่หน่อยมาแล้วครั้งหนึ่ง  แต่สำหรับพี่จืดและพื้นที่แห่งเด็กรักป่านั้น  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้พบเจอและสัมผัสด้วยตัวเอง

 

เหนือสิ่งอื่นใดก็คงต้องยกเครดิตให้ หนูนิด  เป็นหลักสำคัญ  เพราะเธอเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดกิจกรรมผ้าป่าหนังสือ ฯ  ในครั้งนี้ภายใต้ชื่อชมรม ศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล  ซึ่งมีฟันเฟืองสำคัญอีกสองท่านช่วยเคลื่อนงานกันอย่างมุ่งมั่น นั่นคือ นายบอน@kalasin และ น้องสายลม

เช่นเดียวกับพี่หน่อยและพี่จืด  ก็เป็นอีกแรงอันสำคัญของการดำเนินการต่าง ๆ  โดยการประสานงานพื้นที่และอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ผมก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการมาเติมเต็มในสิ่งที่ขาดเล็ก ๆ น้อย ๆ  ด้วยการนำนิสิต, องค์กรนิสิตและงบประมาณส่วนหนึ่งเข้ามาสมทบใน พื้นที่แห่งชีวิต  แห่งนี้  ทั้งในนามสมาชิกหนึ่งของชมรมศึกษาผลงานวิทยากร  เชียงกูล  และอีกหนึ่งก็คือการมาในนามของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งประกอบด้วยกองกิจการนิสิตและชมรมอีกหลายชมรม ฯ

  

 

 

สอง :  พื้นที่แห่งการสานความฝัน

 

ผมไม่ใคร่แน่ใจนักว่าเราไปถึงพื้นที่แห่งชีวิตนั้นกันกี่โมงกี่ยามกันแน่  แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า  น่าจะอยู่ในราว ๆ  เกือบเที่ยงวันนั่นแหละ ...

 

พี่หน่อยและพี่จืด  หอบพาหัวใจและรอยยิ้มแห่งมิตรภาพมาต้อนรับถึงหน้าประตูบ้าน 
สัมผัสแรกที่เจอนั้น  ผมเห็นพี่หน่อยดูสดชื่นและมีพลังอย่างเห็นได้ชัด  ไม่หลงเหลือร่องรอยของคนที่เพิ่งบอกลาออกมาจากโรงพยาบาลเลยแม้แต่น้อย  ขณะที่พี่จืดก็ดูเป็นกันเอง , เรียบง่าย  แต่ท่วงท่าก็เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างน่าสนใจ

 

นายบอนกับหนังสือผลงานของเด็ก ๆ ขณะที่อีกกลุ่มกำลังชื่นชมสารคดีอย่างเปี่ยมสุข

 

ภายในตัวบ้านอันเงียบงามหลังนี้  เต็มล้นไปด้วยภาพศิลปะ (เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นผลงานของพี่จืดและพี่หน่อย)   และผลงานการรังสรรค์ของเด็กรักป่าอยู่หลายอย่าง  โดยเฉพาะสมุดบันทึกของเด็ก ๆ ก็เรียงรายอยู่ในชั้นอย่างหลากหลายและดูมีประกายชีวิตอย่างเห็นได้ชัด  จนผู้มาเยือนหลายคนอดไม่ได้ที่จะหยิบจับมาพลิกอ่าน, พลิกดูและชื่นชมอยู่หลายตลบ 

 

หลังมื้อเที่ยงอันเรียบง่ายและแสนอร่อย 
พี่หน่อยและพี่จืดพาเราทุกคนเดินทอดเท้าเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ที่รอรองรับการจัดกิจกรรมผ้าป่าหนังสือ พร้อมกับการรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ  อันเป็นสายธารชีวิตของ
เด็กรักป่า  โดยมีพี่จืดทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องเหล่านั้นอย่างลุ่มลึก มีพลัง และน่าฟังเป็นที่สุด...จนผมรู้สึกได้ทันทีว่า  ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่สะท้อนคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์  ได้อย่างน่ายกย่อง  รวมถึงจุดยืนของเด็กรักป่าที่พี่หน่อยและพี่จืดได้ขับเคลื่อนนั้น  ก็ถือได้ว่าเป็น การงานแห่งชีวิต  อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งการเชื่อมประสานให้ชุมชนรักและหวงแหนป่า   การสร้างเยาวชนให้เติบกล้ามาเป็นคนรักท้องถิ่น  และนั่นรวมถึงการเพียรพยายามที่จะสร้างเสริมรายได้เล็ก ๆ  น้อย ๆ  ให้กับชุมชนเท่าที่กำลังและศักยภาพอันบริสุทธิ์จะพึงกระทำได้  บนแนวคิดการกระตุ้นให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มกำลัง  หรืออื่น ๆ อีกมากมายที่ผมไม่สามารถบอกกล่าวได้ด้วยบรรทัดอันจำกัดนี้ 

 

และครั้งนี้   เราก็ได้คุยกันหลายเรื่อง    โดยเฉพาะเรื่องกิจกรรมที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่  27 – 28  มิถุนายน 2551  ซึ่งเบื้องต้นพี่หน่อยและพี่จืดได้เป็นแม่งานในการดำเนินการไปก่อนแล้วนั่นก็คือ  การประกวดภาพวาดและเรียงความของนักเรียนที่สะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนของพวกเขาเอง

 

นอกจากนี้ยังได้ข้อสรุปที่แน่นหนักแล้วว่าในกิจกรรมผ้าป่าหนังสือในครั้งนี้จะมอบหนังสือให้กับโรงเรียน 3 แห่ง  ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการสานฝันของเด็ก ๆ  อันได้แก่  โรงเรียนบ้านแสลงพันธ์ โรงเรียนบ้านสำโรง โรงเรียนบ้านทัพกระบือ โดยทั้งหมดอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

และอีกแห่งหนึ่งที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นานก็คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเด็กรักป่าบ้านแสลงพันธ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ตั้งเด็กรักป่าของพี่หน่อยและพี่จืด

 

 

 

พี่จืด..กำลังบอกเล่าเรื่องราวของเด็กรักป่าให้แก่ทีมงานของเราได้รับรู้อย่างมีพลัง..

 

สาม :  กิจกรรมสานฝันเพื่อเด็กรักป่า

 

เป็นที่แน่ชัดว่าวันที่ 27 – 28  มิถุนายนนี้  กิจกรรมผ้าป่าหนังสือ ฯ  จะมีขึ้น ณ  พื้นที่เด็กรักป่าอย่างแน่นอน   โดยเป็นความร่วมมือกันหลายภาคส่วน  ทั้ง ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร  เชียงกูล  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทั้งในส่วนของงานพัฒนานิสิต  และชมรมต่าง ๆ  ที่พร้อมใจนำงบประมาณมาลงขันจำนวนหนึ่ง  รวมไปถึงเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาใกล้เคียง  เป็นต้นว่า ม.ราชภัฏสุรินทร์  และ ม.ราชภัฏบุรีรัมย์

 

กิจกรรมครั้งนี้  ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือการระดมทุนเพื่อจัดซื้อหนังสือ สารานุกรมสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ประมาณ 30  ชุด  ในวงเงินประมาณ  3  หมื่นเศษ ๆ ...  รวมถึงทุนการศึกษาที่เกี่ยวกับการประกวดภาพวาดและเรียงความก็ในราว ๆ เกือบสองหมื่น  ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า  เราต้องระดมทุนครั้งนี้ให้ได้ไม่น้อยกว่า 6 หมื่นเลยทีเดียว ...

และนั่นก็เป็นโจทย์อันสำคัญที่ผมเองก็ครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบ ๆ ...  แต่ในความเงียบนั้นก็ไม่เคยสิ้นความหวังและถอดใจ  เพราะเชื่อว่าในที่สุดแล้ว, ทุกอย่างจะคลี่คลายและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

หนังสื่อส่วนหนึ่งที่รอการจัดระบบในห้องสมุด

 

นอกจากนี้ก็ยังเปิดรับบริจาคหนังสือต่าง ๆ   จากผู้มีจิตศรัทธา  รวมถึงอุปกรณ์กีฬาและเครื่องเขียนอื่น ๆ  ก็เปิดรับเพื่อนำไปมอบให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ดังกล่าว ... ซึ่งจากการไปดูพื้นที่ด้วยตนเองนั้น  ต้องยอมรับว่า  ปริมาณหนังสือที่ปรากฏในห้องสมุดนั้นไม่เพียงพอจริง ๆ .. บางแห่งนับจำนวนเล่มได้  บางแห่งเป็นหนังสือเรียนล้วน ๆ  ไม่มีหนังสืออ่านนอกเวลา  ไม่มีหนังสือภาพดี ๆ พอที่จะดึงดูดให้เด็ก ๆ  ได้เข้าไปเรียนรู้ในห้องสมุด 

 

 

ส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่เป็นพื้นที่เป้าหมายของโครงการผ้าป่าหนังสือ

 

ไม่เพียงแต่การจัดหาหนังสือและสื่อการเรียนรู้เหล่านี้เท่านั้น  แต่  หนูนิด  ก็ยังได้ประสานความร่วมมือไปยัง มรภ.บุรีรัมย์  เพื่อจัดหาวิทยากรมาช่วยอบรมเชิงปฏิบัติการให้คณะครูได้มีความรู้ในการซ่อมแซมหนังสือ, จัดหมวดหมู่  หรือแม้แต่การให้บริการ  เพื่อประโยชน์อันสูงสุดของผู้เรียนเป็นสำคัญ 

และผมก็เชื่อว่า  ในอนาคตทางโรงเรียนคงจะยังสามารถสร้างแกนนำนักเรียนขึ้นมาสักชุดได้อย่างไม่ยากเย็นโดยกำหนดบทบาทและหน้าที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการต่าง ๆ ของห้องสมุด   รวมถึงการทำหน้าที่เป็นเสมือนบรรณารักษ์น้อย ๆ  ที่ร่วมสร้างบรรยากาศของการเขียน การอ่านและการค้นคว้าในโรงเรียนให้คึกคักขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ 

และที่สำคัญก็คือ  ในค่ำคืนของวันที่ 27  นั้น ทีมงานเด็กรักป่าของพี่หน่อยฯ  ก็พร้อมที่จะเนรมิตในพื้นที่แห่งชีวิตตรงนั้นให้กลายเป็น "งานวัด" เล็ก ๆ  เพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนาน ม่วนซื่นโฮแซวกันอย่างถ้วนหน้า  พอถึงรุ่งเช้าของวันที่  28  มิถุนายน  อ.วิทยากร  เชียงกูล  ในนามผู้แทนคณะทำงาน ฯ  ก็จะทำพิธีส่งมอบหนังสือ ฯ  ดังกล่าวต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง  พร้อม ๆ กับการถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์  รวมถึงการร่วมเรียนรู้กระบวนการทำงานของเด็กรักป่าด้วยเช่นกัน

 

 

ส่วนหนึ่งของผลงานที่เด็กนักเรียนส่งเข้าประกวด ..

 

สำหรับผมแล้ว ก็ยังครุ่นคิดอยู่ว่าจะนำพากิจกรรมใดไปร่วมกับเขาบ้าง  เพราะเท่าที่ดูก็ดูเหมือนว่า  กิจกรรมจะอัดแน่นอยู่มาก   การระดมทุนในภาคส่วนของมหาวิทยาลัยก็เคลื่อนไปได้ในระดับหนึ่ง  หนังสือหนังหา และเสื่อต่าง ๆ ก็ยังรอการประเมินสถานการณ์ว่าจะได้กี่มากน้อย  แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ ... ภายใต้ดวงใจอันเต็มไปด้วยพลังของกลุ่มคนเล็ก ๆ  ที่ยังอยากจะทำอะไรเพื่อใครสักคน

 

และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันไปเยือนพื้นที่แห่งชีวิตของเด็กรักป่า ....

และนี่คือเรื่องราวของความฝันที่ยังรอใครต่อใครได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเราและเรา ...

 

ใครมีหนังสือเรียน หนังสือภาพ  หนังสือนิทาน  ดินสอสี  ดินสอดำ  สมุด  ปากกา ยางลบ  ไม้บรรทัด  อุปกรณ์กีฬา  หรือแม้แต่ทุนทรัพย์  และอื่น ๆ ก็ใคร่ขอเรียนเชิญด้วยใจ  มาเป็นส่วนหนึ่งกับเรา, ..เพื่อให้ความฝันของเด็ก ๆ ได้รับการแต่งเติมกันอีกสักครั้ง

 

.................................................................................................................... 

1. สำหรับกัลยาณมิตรท่านใดมีความประสงค์บริจาคทุนทรัพย์ ฮวมบุญ  นั้น  สามารถโอนเงินเข้าตามบัญชีนี้ได้  โดยมหาวิทยาลัย ฯ  จะมีหนังสือขอบคุณไปยังท่านอีกครั้ง

ชื่อบัญชี  ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล
ธนาคาร ทหารไทย สาขาย่อย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เลขที่บัญชี 5172108648
   

2. กรณีหนังสือหรือสิ่งของใด ๆ  สามารถส่งมายัง นายแผ่นดิน (พนัส  ปรีวาสนา) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ.กันทรวิชัย  จ.มหาสารคาม  หรือด้วยวิธีอื่นใด ๆ  ก็ยินดีให้ความร่วมมือทุกประการ

 

3. ขอขอบพระคุณและขออภัย  G2K ในการใช้พื้นที่สื่อสารเรื่องราวเพื่อสังคมนี้โดยมิได้ขออนุญาตอย่างเป็นการทาง ..