ครูคือขุนพลที่จะช่วยพัฒนานักเรียนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ การพัฒนาครูจึงเป็นงานหลักของผู้บริหาร

               เมื่อได้รับแจ้งจากสภาการศึกษาว่าโรงเรียนได้รับเลือกให้นำผลงานการจัดการความรู้ไปแสดงที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ในงานตลาดนัดการจัดการความรู้ระดับประเทศครั้งที่ ๑ มีความรู้สึกดีใจมาก  โดยเฉพาะนอกจากร่วมจัดนิทรรศการแล้ว ยังได้ขึ้นเสวนาบนเวที ถึง ๔ รายการ อันได้แก่ "เพาะชำโมเดล"  การจัดการความรู้ผ่านบล็อก  และเรื่องเล่าเร้าพลัง  นับว่าโรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) มีบุคลากรที่เก่งมาก   และการจัดการที่เหมาะสม  (เพาะชำโมเดล)  ที่สำคัญคือการทำงานที่ต่อเนื่อง  การมองให้ออกว่าเราทำ KM เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร  เราใช้ KM เป็นเรื่องมือในการพัฒนางาน  ผมได้มีโอกาสร่วมในการเสวนาบนเวที  พิธีกรถามว่าโรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) ทำKM แล้วได้อะไร  เราก็ตอบว่า เราได้กระบวนการทำงานที่ดี  วัฒนธรรมในการรู้จักLearn Care Share Shine  อย่างเหมาะสม เป็นการสร้างวัฒนธรรมในการทำงาน ซึ่งผมถือว่าสำคัญมากถ้าเราสามารถสร้างให้หยั่งรากลึกเป็นวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรแล้วจะได้ความยั่งยืน  ความสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรมคือเรามีนวัตกรรมหลายเรื่อง  เช่นกระบวนการบริหารการจัดการความรู้"เพาะชำโมเดล"  ในเรื่องการเรียนการสอน เช่นเกิดนวัตกรรมรูปแบบการสอนของแต่ละกลุ่มสาระวิชา สื่อการสอนแบบFlip Album ครูได้รับรางวัลมากมาย  ที่สำคัญที่สุดคือนักเรียนสามารถสอบได้เหรียญทองแดงเป็นตัวแทนนักเรียนระดับจังหวัดไปแข่งขันในระดับประเทศถึง ๒ คน และสอบติด สสวท. เป็นครั้งแรก  ยังไม่นับถึงรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย  ผมเชื่อว่าเกิดจากการที่เราใช้KM มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนางานแน่นอน                 

                                         ผอ.ศักดิ์เดช