อยากเห็นสังคมที่มีคนชิมเยอะๆ โดยไม่ต้องปรุง เพราะยิ่งปรุง ก็ยิ่งวุ่นวายครับ

ชีวิตริมน้ำตามประสาเด็กต่างจังหวัดในช่วงที่เรียนชั้นประถม-มัธยม ทำให้ผมได้กินก๋วยเตี๋ยวเรืออร่อยๆ ชนิดที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย  ตอนเด็กๆผมจะบอกแม่ค้าว่า..."เส้นเหลืองต้มยำ" เป็นอันรู้กันว่าผมสั่ง..."บะหมี่ต้มยำ" ที่ต้องเรียกอย่างนี้ก็เพราะบางวันแม่ค้าฟังไม่ชัด ผมหันไปหันมาตามประสาเด็กๆแป๊บเดียว แม่ค้าก็ยื่นชามเส้นหมี่ขาวต้มยำให้ผมเฉยเลย  ผมเลยต้องเปลี่ยนวิธีสื่อสารเพื่อให้ได้กินบะหมี่ต้มยำจริงๆ

ทันทีที่ผมรับชามก๋วยเตี๋ยวจากมือแม่ค้าและวางลง

มีคำพูดหนึ่งตามมาเสมอ

ชิมก่อนปรุงนะลูก !!!

แม่ค้าเตือนผมด้วยความหวังดี กลัวว่าผมจะไม่ได้ทานของอร่อย

แม้ว่าคนเราจะชอบอะไรไม่เหมือนกัน แต่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำของแม่ค้าคนนี้ก็มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดผสมกันอย่างลงตัวซึ่งใครต่อใครต่างก็ยอมรับว่าอร่อย

ผมสังเกตเห็นเพื่อนของผม และอีกหลายๆคนในสังคมชอบปรุงก่อนชิม

ยังไม่ทัน..รู้..เลยว่ารสที่ขาดคืออะไร บางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องปรุงด้วยซ้ำไป 

ชิมก่อนปรุง ก็หมายถึง มีสติก่อนปรุงแต่ง

การรู้รสชาติของก๋วยเตี๋ยว ก็เป็นการฝึกสติอย่างหนึ่ง เป็นสติเล็กๆ

"ชิมก่อนปรุง" อาจมีความหมายลึกซึ้งกว่านี้ก็ได้

ทุกครั้งที่ทานอะไร อย่าลืมสร้างตัวรู้ด้วยการ "ชิมก่อนปรุง" นะครับ

ขอขอบคุณแม่ค้าทุกๆคนที่แอบสอนวิชาสติให้ผมและทุกท่านด้วยคำว่า... "ชิมก่อนปรุง" 

ผมอยากเห็นสังคมที่มีคนชิมเยอะๆ โดยไม่ต้องปรุงเพราะยิ่งปรุง ก็ยิ่งวุ่นวายครับ : )