คนที่ตายข้ามเดือนต้องรีบนำศพไปป่าช้า หากไม่ทำจะเกิดขึ้ดอาเพศแก่คนในครัวเรือน หมู่บ้าน

ก่อนที่จะเสนอเรื่องตายข้ามเดือนต้องบอกกล่าวถึงการนับวันเดือนทางล้านนาก่อนว่า  ผู้คนล้านนาจะนับเดือนวันตามจันทรคติคือข้างขึ้นและข้างแรม โดยนับเอาวันแรม 15 ค่ำเป็นเกณฑ์หมดเวลาในเดือนนั้นๆ และจะขึ้นเดือนใหม่ในวันขึ้น 1 ค่ำ

การตั้งเงื่อนไขประเพณีฮีตฮอยคนล้านนาเกี่ยวกับศพมีมากมายดังกล่าวมาแล้ว ดังที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เป็นอีกเงื่อนไขในวิถีชีวิตที่ต้องกระทำตาม นั่นคือห้ามตั้งศพข้ามเดือน

การตายนับว่าเป็นวงจรของชีวิตทุกผู้ทุกคนที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ช้าก็เร็ว  ไม่วันนี้ก็วันพรุ่งนี้ หรือวันต่อๆไปภายในเจ็ดวันหรือหนึ่งสัปดาห์แน่นอนต้องมีวันใดวันหนึ่ง เพราะว่าเราเกิดได้ก็ต้องตายได้ตามธรรมชาติสร้าง  แม้จะมียาอายุวัฒนเลิศล้ำปานใดมารักษาที่สุดก็ต้องตายตามอายุขัย เพราะฉะนั้นเวลาที่มีชีวิตเหลืออยู่ต้องสร้างสิ่งที่ดีๆไว้ให้แก่สังคม เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสที่ได้เป็นคนกับเขาในชาตินี้

เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าชาติหน้าจะไปเกิดเป็นสัตว์นรกขุมใหน  หรือหากมีบุญอาจไปอยู่สวรรค์ชั้นใดเพื่อมิให้เกิดความประมาทจึงทำดีไว้เท่านั้น

แม้ว่าจะทำดีไว้แล้วอย่างไรก็ตามหรือเป็นผู้ที่เลวร้ายสุด ๆอย่างที่ผู้คนล้านนาเขาเรียกกันว่าเลวสุดเสี้ยงกะลิงกะลาดหากเกิดตายลงในวันแรม  15 ค่ำถือว่าเป็นวันสิ้นสุดของเดือนนั้นๆ ต้องรีบนำศพไปฝังหรือเผาในป่าช้าให้เสร็จ  ห้ามนำศพตั้งไว้ข้ามคืนวันไปจนถึงวันขึ้น 1 ค่ำของเดือนถัดไปถือว่าตั้งศพข้ามเดือนถือว่าขึ้ดจะเกิดอาเพศ อาถรรพ์ เกิดเหตุร้ายแก่คนในครอบครัวนั้น หรือชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน

หรือแม้แต่มีคนตายในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันกลางเดือนก็ต้องรีบนำศพไปเสียยังป่าช้าห้ามตั้งศพไว้จนข้ามไปในวันข้างแรมหรือแรม  1 ค่ำ หาไม่แล้วความหายนะ จะเกิดขึ้ด  ความอาถรรพ์จะเกิดแก่คนในครัวเรือนหรือผู้คนชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน   แม้ว่าญาติๆจะมีความห่วงหาอาลัยสุดปิ้มปานใจจะขาดรอนๆ ก็ต้องนำศพไปเสียจนได้   เมื่อกระทำหรือเสียศพไปแล้วจึงจะทำพิธีทานตุงเหล็กตุงตอง  กรวดน้ำ  ทำบุญไปให้  จึงจะพ้นภัย  พ้นความหายนะทั้งปวง......แล

ตำนานผีล้านนาตอนตายข้ามเดือนก็จบลงเพียงเท่านี้  เท่าอี้เสียก่อนแล