เช้าวันอาทิตย์นี้ตื่นเช้าเป็นปกติ กิจวัตรที่ทำสิ่งแรกคือออกไปที่ศาลาเพื่อปิดไฟที่เปิดไว้ให้แสงสว่างที่ทางลงท่าน้ำ พอเริ่มเปิดประตูบ้านเท่านั้นแหละ กลิ่นหอมฟุ้งกำจายของ ดอกรสสุคนธ์ นั้นเข้มข้นในบรรยากาศมากจนต้องหันหน้าไปดูเพื่อทักทายและขอบใจที่มอบความสุขหอมหวานนี้ให้

 

โอ้โฮ ต้องตะลึงกับดอกที่พร้อมใจกันบานฟูทั้งซุ้ม แปลกใจที่เธอบานพร้อมๆกันจนดอกเบียดกันเช่นนี้ ทั้งๆที่เมื่อหลายวันก่อนยังเป็นดอกตูมๆกลมๆอยู่ทั้งต้น ตอนที่ผลิดอกอ่อนนั้น ผู้เขียนก็ทึ่งที่ปีนี้ดอกไม้หลายชนิดที่บ้านออกดอกอย่างสุดสวิงไม่ไว้จริต กิริยามารยาท แบบไม่รู้จักคำว่าพอเพียง ทั้ง มะลิซ้อน มะลิลา พุดซ้อน พุดจีบ ประยงค์ โมกสารพัดชนิด อัญชัน หรือแม้แต่ ศรีมาลา แต่ภาพ ดอกรสสุคนธ์บานฟูทั้งกออย่างนี้แสนตื่นตาจนอยากเล่าและนำภาพมาให้ชมกันเลย ราวกับว่าหากเล่าช้ากลิ่นหอมจะจืดจางไปหมด

 

ผึ้งมากมาย ตัวใหญ่ๆด้วยพากันมาบินว่อนจนแม้ยืนห่างๆยังได้ยินเสียงหึ่งๆ ดูเขามีความสุขเหลือล้น กลีบเลี้ยงพากันร่วงพร่างพราวบนพื้น มองดูราวหิมะโปรยปราย ผีเสื้อหางติ่งนางละเวง และ ผีเสื้อหนอนใบรักฟ้า สองสามตัวคงถูกความหอมดึงดูดมา แต่พอเห็นฝูงผึ้ง ยึดพื้นที่อยู่เลยจำใจจากไป

 

กลีบดอกที่ร่วงนั้นมากมาย เพราะดอกจะบานพร้อมกันเกือบทั้งช่อ และบานวันเดียวแล้วโรย เลยนำผ้าสะอาดไปรองไว้ ยังไม่แน่ใจว่าจะนำมาทำอะไรได้ คิดว่าจะลองนำไปคั่วไฟอ่อนๆในกระทะทอง เอาไว้ผสมเพื่อแต่งกลิ่นกับชาที่มีอยู่ แล้วจะรายงานผลให้ทราบค่ะ