วันนี้โรงเรียนครนพิทยาคมจัดกิจกรรมไหว้ครู เป็นวันที่นักเรียนจะได้แสดงคุณธรรมในจิตใจ คือไหว้ครู คำว่า “ ไหว้ครู” นั้น เป็นถ้อยคำธรรมดาสามัญที่เข้าใจกันอยู่ และทราบถึงความหมายกันเป็นอย่างดี แต่ก็จะขอขยายความคำว่า “ ไหว้ครู” เพื่อประกอบความรู้และประดับสติปัญญาตามสมควร “ ไหว้ครู” เป็นคำไทย 2 คำ นำมาเชื่อมกัน คือคำว่า “ ไหว้” กับคำว่า “ ครู” แต่ละคำมีความหมายอยู่ในตัว คำว่า ไหว้ ก็หมายถึงการแสดงสัมมาคารวะ การบูชา การแสดงความนับถือ การแสดงความเทิดทูน นี่เรียกว่า “ ไหว้” เป็นคำกิริยาที่ใช้กันเป็นประเพณีนิยมของไทย และในบางกรณีคำนี้ ก็ย่อมจะกินความคลุมไปถึง กราบซึ่งในความหมายว่ายอมตนลงราบคาบด้วย เพราะฉะนั้นไหว้ก็ดีกราบก็ดี รวมอยู่ในความหมายอันเดียวกัน คือ แสดง ความยกย่อง แสดงอาการเชิดชูบูชานับถือ ดังนั้น การไหว้ครู คือการที่ศิษย์แสดงออกถึงความอ่อนน้อมย่องย่องเชิดชูครูผู้ชี้แนะทางสว่างแห่งปัญญา ในสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กเมื่อถึงวันไหว้ครูจะต้องเตรียมอุปกรณ์ไหว้ครูที่ขาดไม่ได้นอกจากธูปและเทียนก็คือ ดอกมะเขือ ดอกเข็ม และหญ้าแพรก ซึ่งมีความหมายอันเป็นคติที่ชวนคิดและนำไปปฏิบัติกล่าวคือ (http://www.act.ac.th/knowledge/teacher/index.asp)
ดอกมะเขือเป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่บานแล้วคว่ำดอกลงสู่พื้นดินไม่หงายขึ้นรับแสงอาทิตย์เช่นดอกไม้ชนิด อื่น ๆ เป็นเครื่องสักการะที่เตือนให้ศิษย์ระลึกได้อยู่เสมอว่าศิษย์จักต้องก้มหน้าและน้อมรับคำสั่งสอนของครูเสมอ การโต้เถียงครูด้วยความโกรธเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ดอกเข็มมีลักษณะแหลมมีความหมายว่า ศิษย์จะมีสติปัญญาเฉียบแหลมและฉลาดรอบรู้ได้ ก็ด้วยอาศัยครูเป็นผู้ฝึกฝนเช่นเดียวกับการทำของที่แหลมคมย่อมต้องมีการฝนหรือลับซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ครูเป็นบุคคลที่มีความพยายามและอดทนในการให้การฝึกฝนศิษย์จึงสมควรที่ศิษย์จะ
ต้องบูชาและเคารพยกย่อง
หญ้าแพรกเป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งและการเหยียบย่ำและขยายพันธุ์ได้ดีในพื้นที่ทุกชนิดหญ้าชนิดนี้จึงมี อยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง แม้ถูกเหยียบย่ำก็ไม่ตายได้รับน้ำฝนก็จะแตกใบขยายพันธุ์ขึ้นอีก มีความหมายว่า ศิษย์จะต้องอดทนต่อการเคี่ยวเข็ญดุว่า เฆี่ยนตีของครูโดยไม่ถือโกรธดุจดังหญ้าแพรกที่ถูกเหยียบย่ำ ฉะนั้น การมีความอดทนต่อ การเคี่ยวเข็ญดุว่าเฆี่ยนตีของครูนั้น จะทำให้ศิษย์เป็นคนมีมานะอดทน รู้จักปรับตัว และแก้ไขความประพฤติที่บกพร่องให้ดีขึ้นเมื่อเติบโตขึ้นย่อมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดีในทุกหมู่ชนและทุกสถานที่ดุจดังหญ้าแพรกที่สามารถเจริญและขยายพันธุ์ได้ในพื้นที่ทุกแห่ง
และถ้ายึดถือตามโบราณประเพณีวัสดุที่ใช้ในการไหว้ครูอีอย่างหนึ่งก็คือ ข้าวตอกซึ่งทำมาจากข้าวเปลือกโดยนำข้าวเปลือกไปแช่น้ำให้นิ่มแล้วนำไปคั่วด้วยความร้อนจนเม็ดข้าวแตกและบานออกมีสีขาวบริสุทธิ์มีความหมายว่า ครูย่อมสอนศิษย์ทั้งด้วยวิธีปลอบโยนเปรียบได้กับน้ำที่ทำให้ข้าวเปลือกนิ่มและวิธีการเคี่ยวเข็ญที่เข้มงวด มีการลงโทษเมื่อศิษย์ไม่ประพฤติปฏิบัติตามเปรียบได้กับความร้อนที่คั่วข้าวเปลือกทั้งนี้เพื่อให้ศิษย์มีความขยันขันแข็งและเอาใจใส่ในการเล่าเรียนจะได้เป็นผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์ปราศจากความ
ประพฤติชั่วทั้งปวงเปรียบได้กับสีขาวของข้าวตอกและมีความเจริญเฟื่องฟูในการประกอบสัมมาอาชีพเปรียบได้กับการแตกบาน ของข้าวตอก
ในโอกาสซึ่งเป็นวันอันเป็นมงคลผู้เขียนหวังว่าทุกคนที่จะเจริญก้าวหน้าในชีวิตย่อมมีครูทั้งสิ้น ขอให้นักเรียนใช้โอกาสนี้ตั้งสติระลึกถึงพระคุณครูและปฏิบัติตนเป็นศิษย์ที่ดีสืบไป

วันสิ่งแวดล้อมโลก : 5 มิถุนายน ของทุกปี