ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการประจักษ์ น้องเจิดและน้องศิษย์เก่ามัธยมใกล้ ๆ โรงเรียนดาราคาม ที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ มือใหม่หัดเล่าก็ต้องการกำลังใจอย่างนี้แหละค่ะ
เล่าเรื่องของคุณครูสง่า ทรัพย์เฮง ต่อดีกว่านอกจากคุณครูจะสรุปความรู้ที่ได้จากการเตรียมการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก สุขใจ และได้ความรู้แล้ว คุณครูยังมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เรามักเข้าใจผิดกันอีกมากและควรทำความเข้าใจกันใหม่ ได้แก่
"......เต่า จระเข้ มีเกล็ดและหายใจด้วยปอด จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครั้งน้ำ
- จิ้งจกน้ำหรือสลามานเดอร์ ไม่มีเกล็ด หายใจด้วยเหงือก ในประเทศไทยพบมากที่ดอยอินทนนท์ จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่นเดียวกับกบ
- ในพืชมีสารสีเขียวของคลอโรฟิลล์ ยังมีสารสีเหลืองของแคโรทีน มีสารสีแดงและน้ำตาลของโรโดฟิลล์ และแซนโทฟิลล์อีกด้วย ต้องใช้วิธีแยกสีด้วยวิธีโครมาโทกราฟฟี่
- หน่วยการวัดน้ำหนัก เป็นหน่วยของแรง ใช้หน่วยเป็นนิวตัน
- ค่ามวลเป็นเนื้อวัตถุ มีค่าคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่น้ำหนักมีค่าไม่คงที่เป็นค่าแรงดึงดูดของโลก เปลี่ยนไปตามสถานที่ของวัตถุ
- วาฬ โลมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไม่ใช่ปลา
- ม้าน้ำ เป็นปลาชนิดหนึ่ง
- ค้างคาว ไม่ใช่นก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
- เสียงเดินทางผ่านสุญญากาศไม่ได้ เสียงเดินทางผ่านอากาศด้วยความเร็ว 1,100 ฟุตต่อวินาที
- แสงเดินผ่านสุญญากาศด้วยความเร็ว 186,000 ไมล์ต่อวินาที..."
เมื่อคุณครูสง่า ได้ให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่หลาย ๆ คนอาจเข้าใจผิดแล้ว คุณครูก็พูดถึงเรื่อง
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งครูต้องเตรียมแผนการสอนที่จะจัดกิจกรรมการสอนให้เหมาะสม สอดคล้อง ตรงกับมาตรฐานของหลักสูตรและเนื้อหาสาระที่นักเรียนจะเรียนรู้ ทำให้กิจกรรมการเรียนการสอนสนุกสนาน น่าสนใจ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง จากการปฏิบัติกิจกรรมและนักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง
ขั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ครูต้องสอนทักษะการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนและให้นักเรียนเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย เป็นการเพิ่มพูนทักษะการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
ขั้นกำหนดจุดประสงค์ ครูจะต้องมีจุดประสงค์ และเป้าหมายว่าจะสอนนักเรียนอย่างไร ให้มีความรู้ มีทักษะ มีจิตวิทยาศาสตร์ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ด้านใดบ้าง และดำเนินกิจกรรมตามจุดประสงค์ให้บรรลุตามจุดประสงค์นั้น
ขั้นการทดลองและปฏิบัติกิจกรรม ครูต้องกระตุ้นความสนใจด้วยปัญหา ให้นักเรียนเกิดความตระหนักในปัญหาและร่วมกันวางแผนแก้ปัญหา ออกแบบทดลองอย่างมีขั้นตอนด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยทักษะวิทยาศาสตร์ ลงมือปฏิบัติกิจกรรม มีการบันทึกผลและวิเคราะห์ผล ลงความเห็นเพื่อสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ขั้นประเมินผลครูจะต้องประเมินผลของการจัดกิจกรรมทุกครั้ง โดยประเมินผลตามจุดประสงค์ที่ครูกำหนดไว้ การประเมินผลทำได้หลายแบบ ดังนี้คือ ก่อนทำกิจกรรม ขณะทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม
ถ้าครูวิทยาศาสตร์ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามขั้นตอนเหล่านี้ นักเรียนก็จะต้องประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ ทำให้นักเรียนเรียนรู้อย่างสนุกสนาน มีความสนใจในเรื่องที่เรียน ทำให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ ในอนาคตประเทศไทยเราก็จะมีทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยพัฒนาชาติไทยของเราอีกมากมาย..."
และทั้งหมดนี้ คือ เรื่องเล่าของคุณครูสง่า ทรัพย์เฮง หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนดาราคาม ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้อีกนะคะ
มายิ้มๆๆมาให้กำลังใจอาจารย์ด้วยคน คาดว่าไปได้สวย มาเล่าอีกนะครับ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ได้เจอตัวจริงที่แอมบาสซาเดอร์แล้ว ต้องปรับปรุงวิธีเรียกแขกเข้าห้องเสวนานะคะ (แซวค่ะ) ทราบว่าสอนที่เกษตรฯ กำแพงแสน แล้วอาจารย์เป็นลูกพระพิรุณด้วยรึเปล่าคะ
วันสิ่งแวดล้อมโลก : 5 มิถุนายน ของทุกปี
สวัสดีค่ะ..
แวะมาให้กำลังใจค่ะ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ^___^
ขอบพระคุณที่แวะไปทักทายหนูค่ะ มีความสุขกับการทำงานนะคะ
ตามมาขอบคุณครับ ด้วความยินดีครับผมที่จะแนะนำให้ครู กทม รู้จักบล็อกครับ
มีคุณครูสอนภาษาอังกฤษอีกเยอะค่ะ ที่ต้องการเทคนิค วิธีการสอนและแบบฝึกที่หลากหลาย เพราะเวลาในการเตรียมการสอนน้อยค่ะ บล็อกของอาจารย์เป็นประโยชน์มาก ๆ ค่ะ ช่วยให้คุณครูมีทางเลือกในการใช้เทคนิคและสื่อประกอบการสอนได้ดีค่ะ