เล่าเรื่องครูวิทย์ (2)

       ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการประจักษ์  น้องเจิดและน้องศิษย์เก่ามัธยมใกล้ ๆ โรงเรียนดาราคาม ที่เข้ามาให้กำลังใจนะคะ  มือใหม่หัดเล่าก็ต้องการกำลังใจอย่างนี้แหละค่ะ

เล่าเรื่องของคุณครูสง่า ทรัพย์เฮง ต่อดีกว่านอกจากคุณครูจะสรุปความรู้ที่ได้จากการเตรียมการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก สุขใจ และได้ความรู้แล้ว คุณครูยังมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เรามักเข้าใจผิดกันอีกมากและควรทำความเข้าใจกันใหม่ ได้แก่

"......เต่า  จระเข้ มีเกล็ดและหายใจด้วยปอด  จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครั้งน้ำ

 - จิ้งจกน้ำหรือสลามานเดอร์ ไม่มีเกล็ด หายใจด้วยเหงือก ในประเทศไทยพบมากที่ดอยอินทนนท์  จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่นเดียวกับกบ

 - ในพืชมีสารสีเขียวของคลอโรฟิลล์  ยังมีสารสีเหลืองของแคโรทีน มีสารสีแดงและน้ำตาลของโรโดฟิลล์ และแซนโทฟิลล์อีกด้วย  ต้องใช้วิธีแยกสีด้วยวิธีโครมาโทกราฟฟี่

 - หน่วยการวัดน้ำหนัก เป็นหน่วยของแรง ใช้หน่วยเป็นนิวตัน

 - ค่ามวลเป็นเนื้อวัตถุ มีค่าคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่น้ำหนักมีค่าไม่คงที่เป็นค่าแรงดึงดูดของโลก เปลี่ยนไปตามสถานที่ของวัตถุ

 - วาฬ  โลมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไม่ใช่ปลา

 - ม้าน้ำ เป็นปลาชนิดหนึ่ง

 - ค้างคาว ไม่ใช่นก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

 - เสียงเดินทางผ่านสุญญากาศไม่ได้  เสียงเดินทางผ่านอากาศด้วยความเร็ว 1,100 ฟุตต่อวินาที

 - แสงเดินผ่านสุญญากาศด้วยความเร็ว 186,000 ไมล์ต่อวินาที..."

เมื่อคุณครูสง่า ได้ให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่หลาย ๆ คนอาจเข้าใจผิดแล้ว คุณครูก็พูดถึงเรื่อง

ขั้นตอนการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งครูต้องเตรียมแผนการสอนที่จะจัดกิจกรรมการสอนให้เหมาะสม สอดคล้อง ตรงกับมาตรฐานของหลักสูตรและเนื้อหาสาระที่นักเรียนจะเรียนรู้  ทำให้กิจกรรมการเรียนการสอนสนุกสนาน น่าสนใจ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง จากการปฏิบัติกิจกรรมและนักเรียนสามารถสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 

ขั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ครูต้องสอนทักษะการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนและให้นักเรียนเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย เป็นการเพิ่มพูนทักษะการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์

ขั้นกำหนดจุดประสงค์  ครูจะต้องมีจุดประสงค์ และเป้าหมายว่าจะสอนนักเรียนอย่างไร ให้มีความรู้ มีทักษะ มีจิตวิทยาศาสตร์ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ด้านใดบ้าง  และดำเนินกิจกรรมตามจุดประสงค์ให้บรรลุตามจุดประสงค์นั้น

ขั้นการทดลองและปฏิบัติกิจกรรม  ครูต้องกระตุ้นความสนใจด้วยปัญหา  ให้นักเรียนเกิดความตระหนักในปัญหาและร่วมกันวางแผนแก้ปัญหา  ออกแบบทดลองอย่างมีขั้นตอนด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์  โดยอาศัยทักษะวิทยาศาสตร์ ลงมือปฏิบัติกิจกรรม มีการบันทึกผลและวิเคราะห์ผล  ลงความเห็นเพื่อสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง

ขั้นประเมินผลครูจะต้องประเมินผลของการจัดกิจกรรมทุกครั้ง  โดยประเมินผลตามจุดประสงค์ที่ครูกำหนดไว้  การประเมินผลทำได้หลายแบบ ดังนี้คือ ก่อนทำกิจกรรม ขณะทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม 

    ถ้าครูวิทยาศาสตร์ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามขั้นตอนเหล่านี้  นักเรียนก็จะต้องประสบความสำเร็จในการเรียนรู้  มีทักษะทางวิทยาศาสตร์  มีจิตวิทยาศาสตร์  และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์  ทำให้นักเรียนเรียนรู้อย่างสนุกสนาน มีความสนใจในเรื่องที่เรียน ทำให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้  ในอนาคตประเทศไทยเราก็จะมีทรัพยากรมนุษย์ที่ช่วยพัฒนาชาติไทยของเราอีกมากมาย..."

และทั้งหมดนี้  คือ เรื่องเล่าของคุณครูสง่า  ทรัพย์เฮง  หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนดาราคาม ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้อีกนะคะ