คำว่าคนลาวนั้นผู้เขียนสามารถแยกออกเป็นสามกรณีด้วยกันเช่น

ประการแรก คนลาวโดยสัญชาติลาว

       หมายความว่า คนลาวที่มีเชื้อสายต่างประเทศ ซึ่งบิดามารดาที่มีสัญชาติต่างประเทศหรือเป็นไร้รัฐไร้สัญชาติหรือบุคคลที่ไม่มีสัญชาติลาวมาก่อน ซึ่งอาจเป็นบุคคลที่เกิดในดินแดนหรือนอกดินแดนของสาธารณะรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาวหรือไม่ ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้สัญชาติลาวหลังการเกิดหรือมีสัญชาติลาวโดยการแปลงสัญชาติก็ถือว่าเป็นคนลาวโดยกฎหมายที่กำหนดตามมาตรา14ของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาว

          ตัวอย่าง  ในกรณีของนาย เจียงชาย ชื่อลาว นาย ชาย หลวงปะเสีด  เกิดเมื่อวันที่ 01มกราคม ค.ศ 1982 ที่ประเทศเวียดนาม สัญชาติจีน เชื้อสายจีน สานาพุธ อาชีพค้าขาย เข้ามาในประเทศลาวปี ค.ศ. 1994 ที่ บ้านหนองพยา อำเภอเมืองไชฐานี นครหลวงเวียงจันท์  

ประการที่สอง คนลาวโดยเชื้อชาติลาว

         คนลาวโดยเชื้อชาติลาว หมายความว่า คนที่มีเชื้อชาติลาว มีสัญชาติลาว เกิดอยู่ในประเทศลาวหรือเกิดนอกประเทศลาวก็ตาม ซึ่งบิดามารดาปู่ ตาย่าทวดที่เป็นคนลาวบุคคลที่เกิดขึ้นมาก็จะเป็นคนลาวโดยเชื้อชาติลาว

         ตัวอย่าง ในกรณีของนางแสงเดือน ทานะสมบัติ เกิดเมื่อวันที่๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๖ ที่จังหวัดไชยบูรี(แขวงไชยะบูลี)ประเทศลาว

 

         ในกรณีที่คนเชื้อสายลาว ที่ไม่มีสัญชาติลาว ซึ่งเสียสัญชาติลาวการที่ทำให้คนเชื้อสายลาว ที่ไม่มีสัญชาติลาว มีเหตุผลด้วยกันหลายประการอย่างเช่น ด้วยตัวเขาเสียเองซึ่งเป็นคนเลื่อนลอยไปมาไม่อยู่ที่เดิมไปอยู่ต่างจังหวัดต่างอำเภอไม่มีหลักฐานที่จะแฉดงตนได้ว่าเป็นคนลาว หรือหนีไปอยู่ต่างประเทศโดยไม่มีเอกสารทางหลักฐานใดๆเลยที่จะยืนยันได้ว่าเป็นคนลาวและไม่มีพยานทางบุคคลที่รู้เห็นไม่มีญาติพี่น้องไม่รู้ที่มาของตัวเอง

         ตัวอย่าง ในกรณีของนาย บุญ สันติสุก เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่บ้าน นาเงิน อำเภอธุระคม จังหวัดเวียงจันท์ ซึ่งได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ที่ บ้าน หัดสดีเหนือ อำเภอ จันทบูรี นครหลวงเวียงจันท์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ซึ่ง นาย บุญไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนที่จะสามารถแฉดงหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นคนที่มีสัญชาติลาวได้ ซึ่งได้กลายเป็นคนตกร่นจากทะเบียนราษฏรลาวจนมาถึงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2547จึ่งสามารถมีบัตรประจำตัวประชาชนได้

         ในกรณี บุคคลที่หนีไปอยู่ต่างประเทศเกินเจ็ดปี โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ไปอยู่ต่างประเทศได้รับอนุญาตแต่หากเกินกำหนด และ ไม่ได้อยู่ในความคุ้มคลองของสถานทูต หรือ กงศูลลาวประจำประเทศนั้น และ ขาดความพัวพันธ์ทางกฎหมายกับรัฐสาธารณรัฐ  ประชาธิปไตย  ประชาชนลาว เกินสิบปีก็จะเสียสัญชาติลาวตามมาตรา20ของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาว

        ตัวอย่าง ในกรณีของนายคำตุ่น ไชยสี เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1988 ที่ บ้าน หัวน้ำสร้าง เมืองจำพอน แขวงสะหวันเขตประเทศลาว มีพี่น้องด้วยกัน สามคน นายคำตุ่น เป็น บุตรคนที่ สอง ได้เรียนอยู่มัธยมต้นห้วยชาย แต่นายคำตุ่น ไม่มีโอกาสที่จะเข้าเรียนต่อเพราะย้อนความยากจน จึงได้ออกโรงเรียน เพื่อหางานทำและไม่มีทำงาน จึงได้เข้ามาหางานทำกับเพื่อน ซึ่งได้เข้ามาในประเทศไทย ในปี ค.ศ. 2002 ซึ่งตอนที่เข้ามาในประเทศไทยนายคำตุ่นไม่มีหนังสืออันใดเลยที่ติดตัวมาเช่น ไม่บัตรประจำตัว ไม่มี passport เป็นต้น ซึ่งจากดูสถานะภาพของนายคำตุ่นแล้วไม่สามารถที่จะยืนยันได้ว่านายคำตุ่นเป็นคนลาวได้ นายคำตุ่น ไชยสี จึงกลายเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย

 

ประการที่สามคนลาวโดยนโยบายของรัฐและหลักสิทธิมนุษยชน

        หมายความว่า ความว่าบุคคลที่ไม่มีสัญชาติลาว ที่ได้เข้ามาในสาธารณะรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาวโดยถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายและกลุ่มคนที่หนีภัยความตายจากสภาวะที่มีสงคามมีความขัดแย้งต่อสู้กับฝ่ายกงกันข้าม และยังอนุญาติให้การลี้ภัยได้สำหรับกลุ่มคนชาวต่างประเทศที่ถูกปราบปรามด้วยเหตุผลที่ทำการต่อสู้เพื่ออิดสารภาพ ความเป็นธรรม สันติภาพ[1]เป็นต้น

      ( ตัวอย่าง ในกรณี นายหลบหนีเสี่ยงภัยความตาย?         ในช่วงสงครามกัมพูชา)



[1]มาตรา ๕๑,รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว,ค.ศ. ๒๐๐๓.