เมื่อคืนแก้ไขเอกสาร เกือบทั้งคืน  ได้นอนพักผ่อนแค่ 3 ชั่วโมง อาทิตย์ที่ผ่านมาใช้งานตัวเองอย่างหนัก เกินกว่าสังขารจะรับไหว วันนี้ ตื่นขึ้นมาทำภารกิจส่วนตัวเสร็จก็เดินทางลงพื้นที่เขตบริการบ้านปูแป้  ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อคัดเลือกแกนนำเด็กและเยาวชนบ้านปูแป้ และเป็นการพบปะเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กในพื้นที่ มีแกนนำเข้าร่วมทั้งหมด 20 คน โดยมีการคัดเลือกแกนนำรุ่นพี่ เป็นตัวแทนช่วยประสานงานระหว่างโครงการฯกับเด็กในความรับผิดชอบของโครงการฯ ใช้ชื่อแกนนำชุดนี้ว่า "แกนนำรุ่นพี่ช่วยดูแลน้อง" มีรับผิดชอบประสานงานระหงว่างโครงการฯกับเด็กในพื้นที่บ้านปูแป้

     หลังจากกลับจากประชุมเชิงปฏิบัติการแกนนำเด็กและเยาวชนบ้านปูแป้เสร็จก็กลับสำนักงาน ระหว่างทางต้องผ่านศาลเจ้าพ่อพะวอ เป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้แวะไหว้เพื่อขอพรปารมีจากท่าน วันนี้จึงได้แวะไหว้เจ้าพ่อพะวอ ดอยพะวอมีหมอกปกคลุมและอากาศหนาวเย็นเกือบทุกฤดู  ดูคล้ายกับปารมีขอเจ้าพ่อพะวอปกห่มเอาไว้  หลังจากราบไหว้ขอพรจากเจ้าพ่อพะวอเสร็จก็กลับมาที่สำนักงาน เขียนบันทึก รู้สึกว่าจะเบลอๆเนื่องจากการพักผ่อนน้อย ใช้แรงเยอะไปหน่อย  นึกคิดเขียนอะไรไม่ค่อยออก คืนนี้ต้องนอนแต่เช้าหน่อย มันล้าจากการใช้งานตัวเองอย่างสมบุกสมบันมาหลายวันแล้ว ถ้าหากเขียนผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วย พักผ่อนเอาแรงแล้วจะมาแก้ไขใหม่

ประวัติเจ้าพ่อพะวอ

                               
          

      ศาลเจ้าพ่อพะวอ ตั้งอยู่บนเนินเชิงเขาพะวอ บนถนนสายตาก - แม่สอด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62-63 ศาลนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองตากและชาวอำเภอแม่สอดเป็นอย่างมาก

       พะ แปลว่า นาย หรือ นาง เป็นคำนำหน้า ส่วน วอ แปลว่า แดง เพราะฉะนั้น ศาลเจ้าพ่อพะวอ แปลได้ว่า  ศาลเจ้าพ่อนายแดง นั่นเอง
     ประวัติความเป็นมาของ เจ้าพ่อพะวอ”  นั้นมีเรื่องเล่ากันมาว่า ท่านเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง สมเด็จพระนเรศวร ทรงแต่งตั้งให้เป็นนายด่านอยู่ที่ด่านแม่ละเมา เพื่อคอยป้องกันข้าศึกมิให้ข้ามภูเขามาได้

       เดิมทีศาลเจ้าพ่อพะวอ อยู่อีกด้านหนึ่งของภูเขา แต่เมื่อทางการได้สร้างถนนตัดผ่านจึงได้มาสร้างศาลขึ้นใหม่ มีผู้เล่าว่า ศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าใครไปล่าสัตว์ในบริเวณเขาพะวอแล้วมักจะเกิดเหตุต่าง ๆ เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือ หลงทาง และเพราะเหตุที่เจ้าพ่อพะวอเป็นนักรบจึงชอบเสียงปืน ผู้ที่เดินทางผ่านนิยมยิงปืนถวายท่านเป็นการแสดงความเคารพ หรือ มิฉะนั้นก็จะจุดประทัด หรือ บีบแตรรถถวาย

      ชาวบ้านเล่ากันมาว่าพอถึงฤดูฝนที่นี่จะได้ยินเสียงอาม๊อก (เสียงปืนใหญ่) เสียงนี้จะดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งเมืองและหุบเขา เชื่อกันว่าเป็นการเตือนจากเจ้าพ่อพะวอว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นต้นฝนก็หมายความว่า ลงพืชไร่ได้ แต่ถ้าเป็นฤดูแล้ง หมายความว่า จะเกิดอาเพศ

ข้อมูลจาก
          http://www.krunes.maepa.org/Webthai/pravo.html
 
กลศึกผนึกแน่น  ศึกไหนแม้นศึกแผ่นดิน    ชีพชนยอมพลีสิ้นเลือดไหลรินมินำพา
  แผ่นพื้นธรณินทร์ศิขรินสูงเสียดฟ้า            ยอมแลกด้วยวิญญาเพื่อลูกหลานข้า องค์พะวอ