ไม่กี่บันทึก การสรุปงานอาสาสมัครของผู้เขียน ก็จะจบลง
การมาอยู่วัด ทำให้ผู้เขียนคิดถึงคำว่าเด็กวัด และก่อนมาคุณพลเดช ได้ให้คำแนะนำว่า ให้ทำตัว เป็นเด็กวัดที่ดี
นั่นซินะ เขาทำกันอย่างไรหรือ เกิดมาก็ไม่เคยเลย แต่ก็ถือเป็นโอกาสแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะได้เก็บเป็นประวัติศาสตรื ชีวิตตนเอง
ก็เริ่มต้น พี่เลี้ยงของผู้เขียน ก็เป็นพระอาจารย์ทั้งสิ้น ตั้งแต่ลงเครื่องบินที่พุทธคยา ผู้มารับ ก็มาตามคำสั่งของพระพี่เลี้ยง พระมหาจูม พอไปถึงก็พระมหาพิรุณ คอยดูแลต่อ เวลาจะไปท่องเที่ยว ก็มีพระอาจารย์ต่างๆ พาไป เป็นคนวัดโดยปริยาย
ขอสรุปชีวิตเด็กวัด ของผู้เขีนไว้ ให้ได้ทราบกันดังนี้
สวดมนต์ทำวัตร เช้า - เย็น แลปฏิบัติธรรม
ช่วยจัดยาจากคณะที่นำมาบริจาค ซึ่งแต่ละวัดมีจำนวนมหาศาล
และเหตุที่ พระที่ท่านอยู่ประจำที่นี่ ไม่มีความรู้เรื่องยา จึงได้ถือโอกาส
จัดยาให้เป็นหมวดหมู่ ตรวจวันหมดอายุ และทำเป็นกล่องๆ ใส่ยาที่จำเป็นหลายชนิด
เตรียมไว้ตามห้องพัก เพื่อให้ผู้มาแสวงบุญ ที่มาพักวัดไทยในแต่ละแห่ง
ได้ใช้ยาพื้นฐาน รักษาขั้นต้น ในยามที่เจ็ยป่วยเล็กน้อย
ในวันที่ว่าง ก็จะช่วยโรงครัว เก็บทำความสะอาด ตู้แช่อาหารสดของวัด
ทุกครั้งที่ไปสถานที่สำคัญ ก็จะสวดมนต์ แผ่เมตตา ให้กับสรรพส่ิ่งทั้งหลาย
เป็นเจ้าภาพ และชักชวนหมู่คณะ เลี้ยงพระ
ด้วยอาหาร และน้ำปานะ พิเศษกว่าวันปกติ
โยมเลี้ยงพระ และพระเลี้ยงพระ





โยคีน้อย
ภาพถ่ายเหล่านี้รายงานเรื่องได้ดี
ทำให้เห็นถึงสภาพและวิถีชีวิตประจำวัน
การรายงานการเงินก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
เพราะพูดไปแล้วก็เหมือนโยคีน้อยเป็นนักเรียนทุนนั่นแหละ
นอกจากรายงานผลการเรียนแล้ว ต้องรายงานผลการเงินด้วย
ยิ่งเป็นเงินจากผู้ร่วมบุญทุกท่าน ถือว่าสำคัญเพราะถ้าไม่มีผู้ร่วมบุญก็คงไม่มีโครงการนี้
รายงานทั้งหมดนี้ จะเป็นข้อมูลที่สำคัญ สำหรับธรรมะจัดสรร ..หากจะมีในอนาคต
สรุปจึงจึงสำคัญ
ซึ่ง ณ สรุปสุดท้าย
พี่จะได้สรุปในส่วนของผู้วาดด้วย
:)
เจริญสุขจ๊ะ