เปิดพินัยกรรมก่อนตายทำได้หรือ

          ยังอารมณ์ค้างมาจากตอนที่แล้ว สังคมเรามีแต่ความเครียด หากมีใครมากวนอารมณ์เรา อย่าทำให้คนๆนั้นมาทำลายความสุขในชีวิตเรา เพราะถ้าเราเครียดกับมัน เราจะต้องใช้กล้ามเนื้อถึง ๔๒ ส่วน แต่ถ้าคุณทำอย่างนี้คุณจะใช้กล้ามเนื้อเพียง ๔ ส่วน รู้ไหมว่าทำไง.......

          เงื้อมือให้สุดแขนแล้วตบอีเวรนั่นสักเปรี้ยง  ก๊ากๆ   ตะแหร่ม ตะแหร่ม.....

          เมื่อคืนปรากฏว่าละครเรื่องนี้จบไปเสียแล้ว ผมพลาดกับการกะประมาณว่าพอเขียนถึงตอนที่สี่ละครจะจบพอดี ตอนที่หนึ่งเขียนไว้เป็นอาทิตย์แล้วแต่ไม่ได้เอาลงบันทึกเพราะวุ่นวายหลายเครื่อง พอเอาลงก็บังเอิญครบ ๓ ปี G2K ก็เลยแวะไปฉลองวันเกิดซะอีก ๑ บทความ พอลงตอนที่สอง ละครกำลังจะจบ ยังไม่ทันเขียนตอนสามเลยมันจบซะแล้ว ฮ่าๆ

          ในความผิดทางอาญาหากเขียนต่อไปมันก็จะเป็นข้อกฎหมายที่ซ้ำๆกับบทความเดิมที่ผมเคยเขียน เช่น ฆ่าคนตาย(ฆ่าดวงรัตน์,ดวงถวิล,กลอย) พยายามฆ่า(ใช้ด้ามเสียมตีหัวยรรยง)  ตัวการร่วม จ้างวานใช้ (กรณีที่เสาวรสสั่งให้คนไปจัดการกิมเน้ยหรือใครต่อใคร เป็นต้น) เอาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเสาวรสผิดกฎหมายอาญาทั้งนั้น และโทษก็ถึงขั้นประหารชีวิต แต่เรื่องนี้น่าสนใจที่พินัยกรรมของยรรยงที่ทำให้ต้องมีคนตายเสียมากมาย จึงเห็นว่าน่าจะเอามาเขียน

          เสาวรสอยากได้ทรัพย์สมบัติของตระกูล สิงหบดี จึงไปค้นหาพินัยกรรมของยรรยง เพราะอยากรู้ว่ายรรยงยกทรัพย์สมบัติให้ใคร แต่แล้วดวงรัตน์มาเห็นจึงฆ่าดวงรัตน์ ดวงถวิลมาเห็นเสาวรสเข้ามาค้นหาพินัยกรรมในห้องก็ฆ่าดวงถวิลอีกคน และเอาพินัยกรรมไปเปิดดูพอรู้ว่าบ้านสิงหบดีได้แก่ไวภพ ตัวเองได้น้อยก็ปรึกษากับศรัทธา(พ่อของเสาวรส)ซึ่งก็แนะนำให้ปลอมพินัยกรรม ต่อมาเมื่อยรรยงรู้ว่านัยนาเป็นลูกของนิธานและได้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว จึงปรึกษากับนิธานและเสาวรสเรื่องจะแก้พินัยกรรมเพื่อแบ่งสมบัติให้ได้เท่าเทียมกัน เสาวรสคัดค้าน แต่ยรรยงไม่ยอม เมื่อเสาวรสไปปรึกษาพ่อ ก็ได้รับคำแนะนำให้ฆ่ายรรยง แล้วเสาวรสก็หาจังหวะที่จะพูดกับยรรยงเมื่อยรรยงอยู่ในสวน แล้วใช้เสียมตีศีรษะยรรยงจนสลบไปแต่บังเอิญว่าไวภพมาเห็นเข้าจึงพายรรยงไปโรงพยาบาลทันแต่ยรรยงเป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็น แล้วเสาวรสประสงค์จะใช้พินัยกรรมที่ปลอมมาให้เป็นประโยชน์เข้าไปค้นหาพินัยกรรมของยรรยงในห้องของยรรยงแล้วพูดจาเยาะเย้ยเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ตนเองทำ แล้วเอาพินัยกรรมมาให้นิธานอ่านเพื่อให้รู้ว่าบ้านสิงหบดีถูกจำนองอยู่กับพ่อของเสาวรสแล้วยกทรัพย์สมบัติให้จิตรากับวิรัชลูกของนิธานที่เกิดกับเสาวรสโดยไม่เหลือให้ไวภพเลย นิธานอ่านพินัยกรรมก็รู้ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม เสาวรสก็เลยท้าให้ไปถามยรรยง  แต่ยรรยงกลับแสดงตัวว่าตนไม่ได้เป็นอัมพาตและพินัยกรรมฉบับนั้นปลอม ตนแกล้งทำเป็นอัมพาตเพื่อจะได้รู้ความจริง  เล่นลูกนี้ก็ทำเอาเสาวรสก็ช้อคนะสิครับ...

          ผมเคยเขียนอธิบายถึงแบบของพินัยกรรมไว้แล้วในเรื่องบ้านทรายทองลองไปเปิดอ่านดูนะครับจะได้เข้าใจยิ่งขึ้น แต่ที่น่าสนใจก็คือการปลอมพินัยกรรมมันจะมีโทษอย่างไร

          มาตรา ๒๖๔ ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความหรือแก้ไขด้วยประการใดๆในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ผู้ใด กรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งทีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชนให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสารต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

          นี่ผมยกเรื่องการปลอมเอกสารมาให้อ่านทั้งแท่งเลยนะครับ เพื่อเป็นการปูพื้นให้รู้ว่าการปลอมนั้น เขาลงลายมือชื่อไว้แล้ว เราไปกรอกข้อความโดยเจ้าตัวเขาไม่รู้เรื่องก็เป็นการปลอม ไปเติมข้อความบางส่วน ไปตัดข้อความบางส่วน ก็เป็นการปลอม ทำมาใหม่ทั้งฉบับก็เป็นการปลอม หรือลงลายมือปลอมลายมือชื่อผู้อื่นก็เป็นการปลอม  แต่การจะเป็นผิดกฎหมายนั้นต้องได้ความด้วยว่ามันน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และผู้กระทำนั้นมีเจตนากระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ด้วย

          ที่นี้ลองมาดูต่อว่า ถ้าเอกสารที่ปลอมเป็นพินัยกรรม ผลจะเป็นอย่างไร

          มาตรา ๒๖๖ ผู้ใดปลอมอกสารดังต่อไปนี้

(๑)เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

(๒)            พินัยกรรม

(๓)ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้

(๔)ตั๋วเงิน หรือ

(๕) บัตรเงินฝาก

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทหรือสองแสนบาท

เห็นไหมครับว่าถ้าเอกสารนั้นเป็นพินัยกรรมโทษคนละเรื่องเลย และตามท้องเรื่องก็เป็นการปลอมพินัยกรรมทั้งฉบับและปลอมลายมือชื่อยรรยงด้วย

ในเรื่องนี้ มีการเอาพินัยกรรมมาเปิดอ่านกันก่อนที่เจ้ามรดกคือยรรยงถึงแก่ความตาย ถ้าถามว่าทำได้ไหม ก็ไม่เห็นมีกฎหมายไหนห้ามนี่ครับ เพราะเจ้ามรดกจะทำพินัยกรรมเมื่อไหร่ก็ได้ พินัยกรรมที่มีผลบังคับคือพินัยกรรมฉบับล่าสุดของเจ้ามรดก เพราะฉะนั้นจะเปิดก็เปิด ถ้าเจ้ามรดกมิได้ทำพินัยกรรมฉบับใหม่ ฉบับที่ถูกเปิดก็ยังใช้ได้อยู่ แต่ที่เขาไม่เปิดกันก่อนหรือให้ทายาทรู้ก่อนกลัวลูกมันจะไปเลี้ยงหรือมันจะทะเลาะกันให้เจ้ามรดกนอนตายตาไม่หลับนั่นแหละ อิอิ แต่ถ้าพินัยกรรมนั้นเจ้ามรดกประสงค์จะทำเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ซึ่งต้องทำตามขั้นตอนตามกฎหมายคือต้องนำพินัยกรรมที่ทำไปที่ที่ว่าการอำเภอไปแจ้งให้นายอำเภอทราบว่าต้องการทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับเขาจะลงทะเบียนเอาไว้และต้องบอกด้วยว่าเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายจะให้มอบพินัยกรรมให้กับใคร ซึ่งมันก็มีข้อดีคืออำเภอเขาจะเก็บพินัยกรรมไว้ให้อย่างดี  เราก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าลูกหลานจะทะเลาะกันเพราะจะไม่มีใครรู้ว่าเรายกทรัพย์สมบัติให้ใคร

ถ้าถามว่าผมทำพินัยกรรมไหม

ตอบได้เลยว่า ไม่ทำ

ถามว่าทำไม

ตอบ ไม่มีทรัพย์สินอะไรจะทำ อิอิ เป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ มีก็แต่ใจซึ่งใหญ่มาก เอ๊า..ทำพินัยกรรมยกให้ชาว g2k ก็แล้วกันนะ ฮ่าๆ