> ทั้งโลกต้องหยุดการใช้น้ำมัน ก้าซ และถ่านหิน โดยทันที

 

 

 ตอนนี้ สถานการณ์มันรุนแรงกว่าที่เราคาดไว้เยอะครับ 
> ต้นเหตุนึงก็คือ นักวิทยาศาสตร์ พยายามปิดข่าว 
> 
> สหรัฐไม่ยอมร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโต ที่ทุกๆชาติร่วมกัน ลดการใช้พลังงาน 
> และการปล่อยของเสีย เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อน 

Ø     เนื่องจาก จอร์จ w บุช เนี่ย ตระกูลแกค้าน้ำมันตั้งแต่รุ่นพ่อ 
> เลยไม่สนใจจะร่วมลงนาม ทั้งๆที่นานาชาติต่างพยายามร่วมมือกัน
> 
> อัลกอร์ ที่แพ้เลือกตั้งให ้บุช ก็เดินสายบอกความจริงแก่คนทั้งโลก 
> ถ้าสนใจลองไปหา The Inconvenient Truth มาดูครับ 
> 
> สหรัฐก็พยายามดิ สเครดิต อัลกอร์ โดยกล่าวว่า เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ 
> ตามที่คำนวณแล้ว เหตุการณ์น้ำท่วมโลก จะเกิดอีกเป็นร้อยปี 
> แล้วพยายาม แฉค่าใช้จ่ายการใช้พลังงานของอัลกอร์ ในการออก งานต่างๆ 
> ว่ามันก็เปลืองเหมือนกันแหล่ะ ยังจะมาพูดดี 
> 
> ทีนี้ ต้นปีที่เพิ่งผ่านมา มีข่าวที่ช๊อคคนทั้งโลก แต่ไม่ยักจะดัง 
> ก็คือ นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐ หลังจากที่ปกปิดมานาน 
> ตอนนี้ชักทนไม่ไหวแล้ว ได้ออกมาบอกว่า สถานการณ์ตอนนี้ 
> เลวร้ายกว่าที่คาดไว้เยอะมาก จากการตรวจน้ำแข็งที่ขั้วโลก 
> พบว่า มีพื้นที่น้ำแข็งหายไปจากปีก่อน ราวๆ 5 เท่า ของประเทศอังกฤษ 

 

 

Ø     > ทางแก้ มีทางเดียวคือ 
> 
> ทั้งโลกต้องหยุดการใช้น้ำมัน ก้าซ และถ่านหิน โดยทันที 
> หยุดนะครับ ไม่ใช่ลดการใช้
 

 

 

Ø      ทุกวันนี้ เหมือนเคาท์ดาวน์แล้วครับ นับถอยหลังว่ามันจะท่วมเมื่อไหร่เท่านั้นเอง 
> 
> ถ้าน้ำแข็งละลายจะเกิดอะไรขึ้น 
> 
> อันแรกก็คือ การแปรปรวนของภูมิอากาศ กระแสน้ำไหลเปลี่ยนทิศทาง เกิดพายุประหลาดๆ หรือที่เรา 
> เคยเรียกว่า เอลนิญโญ่ น่ะครับ 

 

 

Ø     น้ำแข็ง มีความเย็น ไหลลงผสมกับน้ำในมหาสมุทร ทำให้ กระแสลมเปลี่ยน ตามปกติ น้ำแข็งขั้วโลกจะ 
> ทำงานสะท้อนแสงอาทิตย์ออกสู่บรรยากาศด้วย พอน้ำแข็งน้อยลง แสงอาทิตย์ก็กระทบผิว โลกมากขึ้นเมื่อ 
> รวมกับปริมาณโอโซน ที่ช่วยกรอง ความร้อนและรังสีลดลง ทำให้โลกได้รับพลังงานความร้อนจากดวง 
> อาทิตย์เต็มๆ ทำให้ร้อนตับแตกไงครับ 
> 
> สิ่งที่นักสิทยาศาสตร์กลัวที่สุดคือ โลกของเรา ถ้าเปรียบเป็นสิ่งมีชีวิต กระแสน้ำ ก็เหมือนกับ กระแส 
> เลือด ที่หล่อเลี้ยงร่างกายน่ะครับ น้ำตรงเส้นศูนย์สูตร มีอุณหภูมิสูง ก็จะไหลขึ้นไปทิศเหนือ ที่มีอากาศเย็น 
> เมื่อน้ำเย็นลง ก็จะไหลกลับลงทิศใต้ ระบบมันเป็นแบบนี้ มาตลอด 
> โดยเรียนสั้นๆว่า สายพานแอตแลนติค 
> 
> ถ้าเกิดน้ำแข็งขั้วโลก ละลายลงมหาสมุทรทั้งหมด สายพานตัวนี้จะหยุดทำงาน และโลกจะกลับเข้าสู่ยุคน้ำ 
> แข็ง ดังในอดีต ที่น้ำแข็งตรงกรีนแลนด์ละลายไหลลงมหาสมุทรน่ะครับ 
> 

Ø    
> ความแปรปรวนของอากาศจะเริ่มหนักขึ้นครับ เมื่อกระแสน้ำอุ่นไม่ทำงาน ลมจะเริ่มคลั่ง ก่อตัวเป็นพายุ 
> หมุนขนาดใหญ่ มากๆ ตรงแกนของพายุ จะดึงเอาความเย็นยะเยือกจากชั้นอวกาศ ลงมาสู่พื้นโลกโดยตรง 
> เรียกได้ว่า โดนอะไรก็จะแข็งทันที แบบในหนัง ที่นักบินแข็งตายน่ะครับ 
> แล้วก็ตอนที่พระเอกหนีตายจากการโดนแช่แข็ง เข้าไปหลบในห้องสมุด 
> 
> ตอนจบของ the day after tomorrow โลกเรากลายเป็นยุคน้ำแข็ง นั่นก็คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นนับต่อ 
> จากนี้ไปครับ 
> 
> จริงๆ มันไม่นานหรอกครับ ตอนนี้ เรารู้สึกแปลกๆ บ้างแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน 
> 
> จริงๆ แล้ว พายุแคทารินา ที่ถล่มสหรัฐ ก็เพราะ ปรากฎการณ์โลกร้อนน่ะครับ เกิดจากกระแสน้ำที่เปลี่ยน 
> ไปของมหาสมุทรแอตแลนติค 

 

 Ø      ตามที่ ดร.อาจอง คำนวณไว้ เมื่อสองสามปีก่อน แกบอกว่า ไม่เกิน 12 ปี 
> 
> ตามที่ครูบาอาจารย์ และ หลายๆ คนที่ศึกษาธรรมได้บอกไว้ 
> เขาว่า ภายในปี 2553 กรุงเทพจะโดนน้ำทะเลท่วม 

 

 

Ø      และ ในปี 53 ใครจะไปญี่ปุ่น อย่าไปนะครับ มีญาติก็ให้รีบกลับมา 
> เพราะอาจจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่น่ากลัวที่สุด 
> 
> อันนี้ มีคนบอกผมมาอีกทีเหมือนกัน ( แต่ยืนยันความแม่น ) 
> 
> จะอย่างไร จะเกิดอะไร เราก็หนีไม่พ้นหรอกครับ 
> ใครจะหาว่าผมเพ้อเจ้อเลอะเทอะ ก็ลองไปหาข้อมูลมาอ่านดูนะครับ 
> ทางแก้ ตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว ถ้ามันไม่เกิดก็ดี แต่มีแนวโน้มจะเกิดสูงจริงๆ 
> 
> เราทำร้ายโลกมามากแล้ว โลกกำลังจะเยียวยาตัวเองน่ะครับ 

 

Ø     ที่มา. rcdcwk.multiply.com  ขอบคุณค่ะ