ต้องให้ทุกคนมีเวลาอ่าน รู้ว่าทำไมถึงต้องทำโครงการ ทำไมคุณถึงถูกเ

 

เอกสารแนะนำสำหรับอาสาสมัคร ที่ได้ อ.นพ.ปกรณ์ ได้สรุปมานำเสนอก็คือ

  • เอกสารนี้ ควรให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจน และกระชับ ภาษาที่ควรใช้เป็นภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่าย ถ้าจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ ควรใช้เพื่อเสริมความเข้าใจแก่ผู้อ่าน โดยควรเขียนไว้ในวงเล็บ
  • กรณีที่อาสาสมัครเป็นชนส่วนน้อยที่อ่านภาษาไทยไม่ได้ ควรแปลเป็นภาษาท้องถิ่น ของอาสาสมัครด้วย
  • เพื่อความมั่นใจว่า ข้อความและภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ควรทดสอบโดยให้ผู้ที่มีความรู้ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ลองอ่าน
  • เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน อ่านง่าย ควรแยกหัวข้อตามแบบ โดยเนื้อหาควรมีครบทุกหัวข้อ
  • เอกสารแนะนำ (Participant Information Sheet) และแบบใบยินยอม (Informed Consent Form) อาจแยกกัน หรือรวมกันเป็นฉบับเดียวก็ได้
  • กรณีรวมกันเป็นฉบับเดียว ควรเริ่มต้นด้วยเนื้อหาในส่วนของเอกสารแนะนำ และมีข้อความในส่วนของการแสดงความยินยอมอยู่ตอนท้าย แยกส่วนกันชัดเจน
  • เอกสารแนะนำ ควรมอบให้อาสาสมัครทุกคน ส่วนใบยินยอม ผู้วิจัยควรเก็บฉบับเจริงไว้ แล้วมอบสำเนาแก่อาสาสมัคร

"ในเรื่องเอกสารแนะนำอาสาสมัคร หลักการคือ ต้องเขียนเอกสารที่อ่านรู้เรื่อง ผู้วิจัยก็ต้องรู้ว่า อาสาสมัครของคุณระดับไหน ถ้าเป็นระดับชาวบ้าน ก็ต้องเป็น ป.6 คือ การศึกษาขั้นต่ำ ต้องอ่านออก เขียนได้ รู้เรื่อง ถ้าเป็นระดับข้าราชการสูงขึ้นก็ได้ไม่ว่า"

"ต้องให้ทุกคนมีเวลาอ่าน รู้ว่าทำไมถึงต้องทำโครงการ ทำไมคุณถึงถูกเลือก และเมื่อเลือกมาแล้ว เพราะว่าคุณเป็นโรคนี้โรคนั้น ก็ต้องบอกว่า ในการวิจัยเราจะใช้อะไรทำ มาตรฐานการดูแลเป็นอย่างไร เราจะทำอะไร คุณจะต้องทำอะไรบ้าง และผู้วิจัยจะทำอะไร มาตรการในการดูแลความปลอดภัย มาตรการในการรักษา ต้องบอกให้เขาเข้าใจ แล้วจึงทำ Informed consent ไม่ต้องลอก พยายามจับ Keywords ให้ได้"

"Keywords ของ Consent process ก็คือ

  • ต้องมีข้อมูลซึ่งให้จนเขาสามารถเข้าใจได้ ในทุกรายละเอียดที่จำเป็น
  • ตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง ถ้าเขียนไปแล้วให้รู้ว่า เราทำตาม Consent process"

รวมเรื่อง "Ethic Committee" เรื่อง ลปรร. ในเครือข่ายวิจัยระบบสุขภาพ