คุณกฤษณา พุทธวงศ์ ... เธอมาจากจังหวัดเชียงรายค่ะ ที่ ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล … แสดงวิสัยทัศน์ไว้ก่อนเลยว่า ... "ตัวเราไม่มีเงิน มีแต่ใจ ในเรื่องของการทำงาน"
การทำงานที่นี่จึงเป็นการทำงานที่ผู้สูงอายุทำ ร่วมกันกับหน่วยงานภาคี และมี อผส. เป็นหลักในการทำงานหลังจากที่เราได้รับงบฯ และการสนับสนุนจากหลายๆ ที่ ... กิจกรรมที่ทำกับงบฯ ของ สปสช. และต่อยอดจากกิจกรรมอื่นๆ ที่เรามีอยู่ เพราะว่า เราทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และชมรมผู้สูงอายุ และพัฒนาเป็นชมรมส่งเสริมสุขภาพ
ประชากรระดับจังหวัดเชียงรายอยู่ในสังคมผู้สูงอายุ ตำบลยางฮอมก็เช่นเดียวกัน ก็จะอยู่ในสังคมผู้สูงอายุแล้ว
หลังจากที่เราได้รับนโยบายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ซึ่งต่อยอดกิจกรรมของผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี เราทำอะไรบ้าง
-
เราประชุมชี้แจงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุทั้งหมด หลายเวที โดยเฉพาะในตัวของชมรมผู้สูงอายุเองทั้งหมด 31 หมู่บ้าน และภาพอำเภอถึง 55 หมู่บ้าน เป็นการพูดคุยทำความเข้าใจว่า
... มีกิจกรรมโครงการนี้ ทำเพื่ออะไร
... สุดท้ายในเรื่องของการดูแลระยะยาว เราฝากแนวคิดว่า จะไม่มีใครดูแลท่าน นอกจากท่านต้องดูแลตัวเอง
... เน้นในเรื่องของครอบครัว เพราะว่าแนวคิดของอำเภอขุนตาล กับเจ้าหน้าที่ ทุกหน่วยงานจะบอกว่า ครอบครัวต้องดูแลกันเอง ซึ่งเราก็พยายามตรงนี้ให้ไปให้ถึงฝั่งฝัน
... หลังจากนั้น เรามีการจัดเวทีประชาคม เพื่อสรรหาอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งได้รับมอบหมายว่า จะต้องจัดอบรม 2 รุ่น ปรากฏว่า ประชาคมก็บอกว่า ต่อยอดเลยจากพัฒนาสังคม ก็จะเหมือนบางสีทอง ที่บอกว่า 1 ปี 6 เดือน อผส. ได้รับค่าตอบแทน และหลังจากนั้นก็ อบต. ก็รับช่วงต่อ ก็เป็นที่โชคดีที่ อบต. ของตำบลยางฮอมได้สานงานต่อ
... สรุปว่า ทั้ง 21 หมู่บ้าน ก็กำหนดให้ อผส. ต่อยอดไปเลยนะ เพราะว่ามีทักษะ และประสบการณ์ เราก็มาเพิ่มเติมความรู้เรื่องการดูแลระยะยาวอีกเล็กน้อย
... มีการอบรม ติดอาวุธในเรื่องของทักษะความรู้เกี่ยวกับงานการดูแลด้านสุขภาพ -
ในเรื่องของการคัดกรองสภาวะสมองเสื่อม ที่เราได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ 3,000 ราย ก็เป็นที่หนักอกหนักใจ เพราะว่ามารับนโยบาย แต่เราไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้ ก็มีเรื่องของการสนับสนุนวิทยากรจาก รพ.ประสาทเชียงใหม่ มาอบรมให้ และมีการฝึกปฏิบัติงาน รพ.เป็นพี่เลี้ยงให้ 1 อาทิตย์ ก็สามารถเป็นที่คัดกรองผู้สูงอายุได้
-
หลังจากนั้น จากภาคีความร่วมมือของพัฒนาสังคม ก็มีการพูดคุยกัน วางแผนก่อนที่จะดำเนินงาน เรามีการเก็บแบบสอบถาม ข้อมูล เพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน มีการสอบถามสวัสดิการของผู้สูงอายุ โดย อผส. สอบถามความต้องการว่า ต้องการอะไร และมีพฤติกรรมเรื่องสภาวะสุขภาพ ทั้งหมด 3,000 ราย
-
การคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันสูง เราคิดเกณฑ์บัตรสี เพื่อให้ง่ายต่อการดู อธิบาย และนัดมาเพื่อทำการรักษาต่อ ทำให้เราสามารถติดตามเฉพาะที่มีปัญหา คือ คะแนนความเสี่ยงที่สูงๆ เป็นการฝึกอบรม อผส. ให้มีการคัดกรองแทนเรา
-
ก็พบว่า ผู้สูงอายุทั้งอำเภอเรามี 3,347 ราย เราคัดกรองได้ 3,066 ร้อยละ 90
-
การคัดกรองโรคเบาหวาน อผส. เราสามารถคัดกรอง และส่งต่อได้ พบภาวะเสี่ยงร้อยละ 14.84 นี่แยกจากผู้ป่วยเบาหวานไปแล้ว ... เราเตรียมข้อมูลไว้ให้เพื่อช่วยในการคัดกรองทั้งหมดไว้แล้ว (รายละเอียดอยากรู้ ถามตรงไปที่คุณกฤษณานะคะ)
-
มีการบริการวัดความดัน มีการค้นหา คัดกรอง เราไม่ได้ทำครั้งเดียว ทำเวลามีการประชุมชมรมสร้างสุขภาพ ตอนนี้ที่อำเภอขุนตาลจะไม่มีชมรมผู้สูงอายุ จะมีแต่ชมรมสร้างสุขภาพ เพราะว่าประกอบด้วยทุกเพศ ทุกวัย แต่มีผู้สูงอายุเป็นแกนนำ
-
เมื่อเราคัดกรองไปแล้ว พบภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูงร้อยละ 27.56
-
มีการตรวจสุขภาพช่องปาก พบว่า ร้อยละ 80 มีปัญหาสุขภาพช่องปาก
-
ในการคัดกรองสมองเสื่อม พบว่า เราคัดกรองพบความผิดปกติ จาก 3,066 เราคัดกรองได้เพียง 2,058 ราย มีความผิดปกติ หรือสงสัยว่าจะมีสภาวะสมองเสื่อม ร้อยละ 6.85 อันนี้เราก็มีการนำเสนอ และดำเนินการประสานต่อไปยัง รพศ.เชียงราย ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาคัดกรอง เราก็ได้แบ่งเป็น 3 ตำบล ตำบลแรกทำงานไปแล้ว 79 คน เราพบว่า มีภาวะสมองเสื่อมที่จะต้องส่งต่อ รพศ. 13 คน
-
มีกิจกรรมการวัดรอบเอว
-
มีการชั่ง นน. วัดส่วนสูง เพื่อประเมินภาวะโภชนาการ
-
พบ BMI ต่ำกว่า 18.5 ถึงร้อยละ 22 (ผอม) ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง
-
มีภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน) เราใช้ค่าที่มากกว่า 25 ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง
สำหรับการคัดกรองผู้สูงอายุที่ผ่านมา เราทำอะไรต่อ พบว่า
- อันดับแรกคือ ปัญหาสุขภาพในช่องปาก เราได้สะท้อนปัญหา และทางฝ่ายทันตกรรมของ รพ. ก็ได้ทยอยนัดคนไข้ไปทำ
-
ส่วนภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง กับวัดรอบเอว เราได้บรรจุเข้าไปในกิจกรรมเรื่องของความเสี่ยงในแผนปฏิบัติการ ใช้งบฯ PP Community, PP Area Based และ PP Express Demand ซึ่งเราก็ซอยย่อยไป
-
หลังจากนั้น อผส. ก็มีการสำรวจเพื่อค้นหาข้อมูล ออกเป็นทีมไปที่บ้านทุกหลังคาเรือน 3,000 กว่าหลัง ก็พบผู้ป่วยที่นอนติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็มีอยู่ เพราะว่าผู้สูงอายุที่พิการ เป็นภาระของครอบครัว ไปไหนไม่ได้ ก็มีคนมาส่งข้าวส่งน้ำเป็นเวลา บางคนก็ยังต้องดูแลลูกพิการอีก ...
-
เราก็เลยคิดว่า ตำบลยางฮอมต้องมาแบ่งประเภท ตอนนั้นเรายังไม่เข้าใจว่า ADL คือ อะไร เราก็แบ่งตามที่เราเห็น และเราก็แบ่งใช้หลักการ และวิชาการ แบ่งผู้ป่วยเป็น 3 ประเภท โดยเฉพาะผู้ป่วย ประเภทที่ 3 เรามีสูงถึงร้อยละ 16.19 จำนวน 208 คน ก็ให้ อผส. ทั้ง 40 คนเป็นคนดูแล ก็ใช้ อผส. 1 คน ต่อผู้สูงอายุ 5 คน
-
มีการทำงานพันธมิตรเครือข่ายของผู้สูงอายุ จะมีทุกหน่วยงานเข้ามา และรวมกลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ และช่วยเหลือตัวเองได้ เราจะสร้างช่องทาง แนวทางให้ ว่าไปชมรมสร้างสุขภาพ ไปในเรืองของความรู้ เราจะมีกิจกรรมให้ทุกเดือน
-
สำหรับประเภทที่ 3 ที่เราสนใจมากหน่อย คือ การดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ว่า เราทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะกิจกรรมเรื่องการดูแลที่บ้าน เราก็ให้ อผส. ไป แล้วก็มีแบบฟอร์มให้ คล้ายกับทาง รพ.พระนั่งเกล้า แต่เราปรับประยุกต์ให้เข้ากับในพื้นที่เรา ถ้าเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ก็ประสานกับพัฒนาสังคม มอบเงินช่วยเหลือไปดูผู้สูงอายุที่มีปัญหาในเรื่องต่างๆ ก็มีการมอบของเยี่ยมให้
-
มีผู้สูงอายุที่ดูแลผู้พิการปัญญาอ่อน
-
แม้กระทั่งเรื่องปัญหาสุขาภิบาล ก็คือ ส้วม 100% ก็จริง ก็คือมีส้วม แต่ไม่ถูกสุขลักษณะ เราก็ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำส้วม และดูแลให้ดีขึ้น
-
ในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านพักที่อยู่อาศัย อผส. ก็ประสานกับ อบต. ผู้นำชุมชน โดยมี อผส. เป็นหลักในการดำเนินงานตรงนี้ ก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณมา
-
ในเรื่องของเยี่ยม เขตเราไม่มีเงิน ไม่เหมือนบางสีทอง เราก็ใช้ในเรื่องวัฒนธรรม วิถีเรา ก็คือ การฮอมข้าวสาร เป็นการทำบุญช่วยเหลือผู้สูงอายุ เพื่อที่จะมอบของเยี่ยม
-
นอกจากนั้นผู้สูงอายุเอง ก็เป็นที่ทราบว่า ต้องดูแลหลาน ก็จำเป็นต้องให้ อผส. เข้าไปช่วยสอนในเรื่องของการขีดเขียน ผู้สูงอายุอ่านหนังสือไม่ค่อยออก เขียนไม่ได้ เราก็ต้องไปสอนทั้งผู้สูงอายุด้วย และเด็กด้วย ต้องส่งเสริมพัฒนาการ เด็กต้องเล่านิทานต่างๆ อะไรมากมาย อันนี้ก็เป็นการไปติดตามที่ อผส. ต้องทำ
ในแต่ละเดือน มีการประชุมสัญจร และพุดคุยปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา และนำปัญหาตรงนั้นมาแก้ไขว่า เราจะต้องทำอย่างไรต่อไป และในเรื่องของทักษะความรู้ที่ขาด เราก็มีการประชุม และเพิ่มเติมความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทักษะที่เราต้องใช้กับผู้สูงอายุโดยตรง
สำหรับ อผส. รุ่นที่สอง พบว่า ปัญหาของเราคือ พบภาวะผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เราก็เอาญาติของเขามา อบรมเป็น อผส. รุ่นที่ 2 โดยที่ให้เขาไปดูแลคนในครอบครัว เราก็พบว่า ศักยภาพของตรงนี้ รุ่นที่ 2 ดูแลญาติยังไม่พอ บางคนยังมีจิตอาสาไปดูแลคนอื่นๆ เหมือน อผส. รุ่นที่ 1 ก็จะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปอีก
นอกจากนั้น เรามีกิจกรรมร่วมกับในชุมชน ในวาระต่างๆ
- ทำในเรื่องของ รร.พ่อแม่ อผส. เข้ามามีบทบาทในตรงนี้ เพราะว่าของเราใช้คำว่าครอบครัว เพราะฉะนั้น อะไรที่เกี่ยวกับในชุมชน เราทำหมด อผส. ทำทั้งหมด
- แม้กระทั่งเรื่องที่เราเน้น Empowerment ของตัวผู้สูงอายุเองที่มีสุขภาพดี ในเรื่องของการถ่ายทอดสู่ลูกหลาน และเด็กๆ เยาวชน ก็ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือนิทานเล่มเล็ก เป็นเอกสารต่างๆ ในเรื่องต่างๆ เรื่องราวที่ผู้สูงอายุเล่าให้ฟัง
- และตอนนี้เป็นกิจกรรมออกเป็นวิทยุชุมชน มีรายการ DJ น้อย DJ หงอก เพราะว่าผู้สูงอายุก็ไม่ยอม DJ น้อย เพราะว่าไปอู้แล้วมันไม่เหมือนใจที่อยากจะพูด เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุที่มีลักษณะเล่าเป็น ก็มาฝึกเป็น DJ ด้วย
สิ่งที่ได้ในภาพของชุมชน คือ การแข่งขันกับเยาวชน ก็คือ มีงานเยาวชน ผู้สูงอายุจะขอแจม ในงานผู้สูงอายุ เด็กขอแจม ก็เลยมองเป็นภาพชุมชน แม้กระทั่งงานวันเด็ก ก็จะมีการแข่งขันตีวงล้อ 400 เมตร ซึ่งมีผู้สูงอายุ 2 คน ต่อเด็ก 1 คน ผู้สูงต่อให้ 50 เมตร ก็เป็นภาพที่เกิดจากชุมชน
ในความภาคภูมิใจ คือ ตัว อผส. เอง มีแนวคิดว่า รอความช่วยเหลือจากที่อื่นไม่ได้แล้ว เราต้องมีการทำเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน ออมวันละบาท ทุกวันที่ 5 ของเดือน ก็ระดมสมาชิก อผส. เป็นแกนนำ และเอาพ่อแม่ที่เป็นผู้สูงอายุ และสมาชิกผู้สูงอายุที่สนใจ เข้ามา ระดมเงินจากภาคี (ตอนนี้ได้ 200,000 กว่าบาท) มาทำในเรื่องสวัสดิการชุมชน และมีหลักเกณฑ์ว่า จะใช้กรณีไหน ซึ่งทางเหนือ จะเป็นเรื่องการฌาปนกิจเป็นส่วนใหญ่ แต่ทางนี้ก็จะเน้นเรื่องเจ็บป่วย เกิดแก่ เจ็บ ... ตายจะเป็นเรื่องรอง สุดท้ายเลย
มีในเรื่อง อผส. เองจะเป็นแกนนำในเรื่องการระดมทุน ในเรื่องของการนำกิจกรรม สามารถของบประมาณจากแหล่งอื่นมาทำกิจกรรมชมรมสร้างสุขภาพได้
ปัญหาอุปสรรค จากการดำเนินงานที่ผ่านมา
- เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ขาดทักษะ ในการประเมินผู้สูงอายุ เพื่อแบ่งระดับ หรือแบ่งประเภทผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเรื่องการทำกิจกรรมในโครงการนี้ เพราะว่าไม่มีใครมาอบรม อยู่ๆ ก็ได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง และพาตัวเองมา และพอไปถ่ายทอดก็ยังไม่ทราบว่า วิชาการจริงๆ คืออะไร
- โรงพยาบาลขุนตาลไม่มีคลินิกผู้สูงอายุ พอมาฟังใน 2 วัน เราก็เกิดแนวคิดว่า กลับไปพยายามที่จะถ่ายทอดให้เกิด แต่ถึงไม่เกิดเราก็พยายามจะผลักดันให้ชุมชนดูแลตัวเอง อย่างน้อยก็ให้พึ่ง รพ. ได้น้อยที่สุด เพราะมีความจำกัดในเรื่องคน เพราะตอนนี้ แพทย์ก็จะหมุนเวียน ผอ. ลาออกไปแล้ว ตอนนี้ไม่มี ก็มีแพทย์มา แต่ยังไม่รู้จะอยู่นานหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในเรื่องจะจัดตั้งอะไรที่อยู่ในเรื่องของ รพ. เราก็ต้องดูศักยภาพของเราด้วย
- ในเรื่องของโครงการ กิจกรรม ระยะเวลา ที่ให้ดำเนินการของโครงการนี้กระชั้นชิดเร่งรัดไปหน่อย และการเปลี่ยนแปลงเรื่องแบบฟอร์ม ภายหลังจากรับนโยบายไปแล้ว เราติดเครื่องดำเนินการไปแล้ว ก็มีการเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องทำใหม่อีก ... อันนี้เล่าให้ฟัง ก็คิดว่า จะไม่มีอีกแล้ว
อ.พงษ์ศิริ ท่านได้สรุปในตอนท้ายไว้ว่า
-
เป็นตัวอย่างที่น่าศึกษาทีเดียว ... รพ.ขุนตาล ที่นี้ อยู่ใกล้ๆ กับอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย อีกสักไม่ถึง จะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขง ไปประเทศลาว อาจได้ดูแลลาวด้วย
-
โครงการที่ทำนี้ ผมชื่นชม เพราะรู้สึกว่า มีครบวงจร โดยเฉพาะเรื่องของการคัดกรอง และเฝ้าระวังโรค อยากให้ศึกษาต่อไปว่า เมื่อครบ ปีสองปีนี้ ดูซิว่า ผู้ป่วยลดไหม จากที่ไปที่ OPD ถ้าลด แสดงว่า ชัดเจนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามาถูกทางนะครับ
ผมคิดว่า โมเดล 4 ภาคนี้ เป็นสิ่งที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างดีทีเดียว เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ ถึงแม้เราจะอยู่ไกลแสนไกล แต่มีคนที่ตั้งใจจะทำงานในด้านนี้ โดยเฉพาะองค์กรปกครองท้องถิ่น มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นๆ ทุกที เพราะฉะนั้น เราดึงเข้ามาร่วมเท่าไรนี่ โครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น ผมอยากฝันให้ตั้ง Agenet ในตำบลให้ได้ เพราะว่าเวลานี้มีภาคีอยู่แล้วเกือบครบ แต่ว่า ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อย เครือข่ายในระดับตำบลจะช่วยทำให้ภาคีเครือข่ายเกิดความเข้มแข็ง และทำงานได้สารพัดเลยครับ
ต้องขอบคุณทั้ง 4 ท่าน ที่ได้นำสิ่งที่น่าสนใจให้พวกเราได้เรียนรู้กัน ผมคิดว่า สิ่งที่เราพัฒนามาเรื่อยๆ นี่ จะช่วยให้งานผู้สูงอายุดีขึ้นๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสังคมผู้สูงอายุ มันน่าจะมีอะไรที่น่าสนใจต่อไปครับ
นี่ก็เป็นภาพผลพวงจากการทำงานของชุมชน ในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่เป็น Good Practice Model ... เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวนะคะ ในการที่จะศึกษา และนำไปต่อยอดกิจกรรมในชุมชนต่อไปละค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆๆๆจร้า