ปกติผมไม่ค่อยได้ร่วมประชุมกับทีมน้องๆ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปทั้งในระดับคณะและระดับสาขาวิชาครับ เพราะส่วนใหญ่รองฯ บริหารจะเป็นคนจัดการทั้งหมด ปีที่แล้วที่ทำไปก็มีเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานวิชาการเท่านั้นและทำได้เพียงครั้งเดียวครับ คราวนี้เป็นโอกาสดีที่ได้รับรู้ว่ามีการจะมีการประชุมเจ้าหน้าที่บริหารทั่วไปอีกครั้งหนึ่งเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม ผมเลยแจ้งความประสงค์ว่ารอบนี้ของเข้าร่วมประชุมด้วย

ผมตั้งใจจะไปนำเสนอรูปแบบการจัดการความรู้ที่เหมาะสมสำหรับคณะให้น้องๆ เจ้าหน้าที่ได้ลองทำกัน (เคยลองทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปครั้งหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ แต่ไม่เห็นมีคนสานต่อ รอบนี้เลยคิดว่าจะไปกระตุ้นอีกรอบหนึ่ง) ที่น่าสนใจของการประชุมรอบนี้คือ เรานัดประชุม 8 โมงเช้าครับ เพื่อต้องการดูว่า มีใครที่มีปัญหากับการมาทำงานตรงเวลาบ้าง เนื่องจากทีมบริหารคณะได้ข้อมูลมาว่า รายงานการมาปฏิบัติงานของคณะมีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุดในมหาวิทยาลัย (ฮิฮิ มันน่าเจ็บใจนัก) แต่แล้วดูถ้าจะจริงครับ เพราะเจ้าหน้าที่เรามาสายจริงๆ ซึ่งในทีมบริหารเราวางมาตรการไว้แล้วครับ ก็กะว่าจะมานำประกาศใช้ในเวทีการประชุมครั้งนี้และครับ

การประชุมในช่วงแรกเป็นงานที่รองฯ บริหารดำเนินการครับ เป็นการให้นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงาน เสริมด้วยหัวหน้าสำนักงานคณะฯ (สงสัยตกลงกันมาแล้วครับ) ปรากฏเหลือเวลาให้ผมคุยในช่วงท้ายเพียงสิบนาที เลยต้องขอต่อเวลาครับ ไม่งั้นคงไม่ได้สักประเด็นหนึ่ง

ผมเริ่มการประชุมด้วยเทคนิคธรรมชาติของ g2k ครับ คือ การกอดกัน แต่ระหว่างที่มีการกอดกัน ผมต้องแซวรองฯ บริหารว่า ท่านกอดไม่จริงใจเลย ฮิฮิ

ผมให้ประเด็นงานที่ผมต้องการผลด่วน และนำเสนอแนวปฏิบัติตามแนวคิดผม จากนั้นให้ที่ประชุมนำเสนอรูปแบบที่สาขาแต่ละสาขาดำเนินการไปเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา แล้วก็ร่วมกันสังเคราะห์จนได้ข้อสรุปตามนโยบายที่ผมเน้นเป็นประจำครับคือ ผมไม่ต้องการให้ทุกสาขาวิชาต้องทำอะไรเหมือนๆ กัน แต่ผมอยากให้แต่ละสาขาวิชาพัฒนาระบบงานของตนเองไป แล้วนำมันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งจะทำให้การทำงานของคณะก้าวเดินได้เร็วขึ้น รอบนี้เทคนิคของเจ้าหน้าที่สาขาวิชาภาษาอาหรับน่าสนใจมากครับ (อาจจะเนื่องจากแก่พรรษาที่สุดในกลุ่มเจ้าหน้าที่ก็ได้ครับ)

ผมสรุปประเด็นให้ที่ประชุมอีกเรื่องหนึ่งคือ กระบวนการที่เราเริ่มทำตั้งแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมาจนถึงครั้งนี้ จะนำไปสู่การทำวิจัยเพื่อการพัฒนาการปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติ (r2r) แล้วผมก็นำไปสู่ประเด็นของการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นโอกาสดีครับที่ที่ประชุมถามผมขึ้นมาว่า มันคืออะไร ออ.จริงๆ คำถามเริ่มจาก km ละครับ ประเด็นนี้น่าจะสะท้อนงานประกันของมหาวิทยาลัยได้นะครับว่า คุณยังไม่ผ่านครับ เพราะคุณยังไม่สามารถทำให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้าใจประเด็นสำคัญนี้ได้

ผมตอบด้วยคำถามว่า "ความรู้อยู่ที่ไหน?" และ "ความรู้ที่มีในแต่ละคนนั้นจะสร้างพลังเพื่อการพัฒนาองค์กรได้อย่างไร?" ซึ่งจากคำตอบที่ทุกคนช่วยคิดช่วยตอบ ผมว่าทุกคนเข้าใจ km และ lo ดีขึ้นมากครับ  ซึ่งผมก็ได้วิธีการครับว่าถ้าจะสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ ใช้เทคนิคที่ใช้วันนี้ได้ดีมากครับ ไม่ต้องบรรยาย เข้าใจง่าย เห็นภาพของการเอาไปใช้ได้จริง

ส่วนรูปแบบการจัดการความรู้ในคณะ ผมออกแบบไว้เบื้องต้นในกิจกรรมที่ชื่อว่า "KM on tea break" แต่ยังไม่ค่อยจะแน่ใจว่า เวลาทำจริงจะได้ผลเท่าไร? (จริงๆ คือ ยังไม่แน่ใจว่า คนที่จะทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยเข้าใจกระบวนการดีพอแล้วยัง) แต่ไม่เป็นไรครับ ถือว่าอยู่ในช่วงของการพัฒนานวัตกรรมอยู่ครับ ฮิฮิ

กรอบกิจกรรมจริงๆ จะนำกระบวนการของฮาลาเกาะห์มาใช้ครับ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่ตัวฮาลาเกะห์นะครับ เป็นการนำเอาแก่นของฮาลาเกาะห์มาใช้ในรูปแบบใหม่เท่านั้นเอง แนวคิดเดิมจะเอามาเต็มรูปแบบ (เมื่อปีที่แล้ว) แต่วิเคราะห์แล้วว่า แนวคิดนั้นไม่เวิร์คเท่าไร เนื่องจากกระบวนการนี้ถูกนำมาใช้กับบุคลากรมหาวิทยาลัยมากแล้ว ซึ่งผมคุยนำเสนอไปกับหลายท่านแล้วว่า ควรเอา km ให้ไปอยู่เป็นเนื้อเดียวกับฮาลาเกาะห์เลย แต่ไม่มีคนเข้าใจ ทำให้ฮาลาเกาะห์ก็ยังเป็นเฉพาะฮาลาเกาะห์ ทั้งๆ ที่ความจริงมันมีความเป็นการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน ตอนนี้ผมเป็นประเภทขี้เกียจเอาไม้จิ้มฟันไปง้างไม้ซุงแล้วครับ เอาไม้จิ้มฟันไปเขี่ยขี้ฟันดีกว่า (คือการสร้างระบบใหม่ของเราเองดีกว่า ซึ่งอาจจะไปซ้ำซ้อนกันนิดหน่อย แต่ก็น่าจะเห็นผลได้เร็วกว่า)

นอกจากกระบวนการพื้นฐานแล้ว โจทย์สำคัญของ km ก็ต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศครับ ซึ่งวันนี้ (ออ.เป็นเมื่อวานไปเสียแล้วครับ) ช่วงบ่าย ผมก็ทดลองระบบแล้วครับ คิดว่า พอใช้แก้ขัดไปได้ก่อนจะกว่าระบบเว็บจะสมบูรณ์

ประเด็นสุดท้ายสำหรับบันทึกนี้ครับ คือ กำลังคิดว่าจะต้องสร้างบล็อกใหม่อีกสักบล็อกหนึ่งสำหรับเป็นบล็อกของการจุดประเต็นและการสื่อสารกับบุคลากรของคณะเป็นการเฉพาะ (แต่คนทั่วไปก็อ่านได้เช่นเดิม)