บอร์ด ก.พ.ร.ไร้ข้อสรุป มาตรการข้าราชการทำงานที่บ้าน โยน สมภพ - ปลัด สปน.รวบรวมมาตรการทั้งหมด ก่อนเสนอบอร์ดพิจารณาอีกครั้งเดือนหน้า สมชาย” ชี้ต้องทำอย่างรอบคอบ ป้องกันเกิดผลเสียต่อการทำงานของภาครัฐ

            ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร.ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน พิจารณามาตรการประหยัดพลังงานของส่วนราชการและลดค่าครองชีพของข้าราชการ โดยให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีมาตรการใดออกมาบังคับใช้บ้าง

            ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายสมภพ อมาตยกุล กรรมการ ก.พ.ร. และนายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณากำหนดว่าควรมีมาตรการใดบ้าง และให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร.พิจารณาต่อไป ซึ่งที่ประชุมยกตัวอย่างงานที่จะให้ข้าราชการทำงานที่บ้านได้ ได้แก่ งานที่มีลักษณะเป็นชิ้น ๆ และมีกำหนดระยะเวลาส่งมอบงานที่ชัดเจน เช่น งานศึกษาวิจัย เป็นต้น

             ที่ประชุมยังเสนอว่า กรณีงานติดต่อสอบถามข้อมูลราชการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและมีการโต้ตอบกันระหว่างผู้ใช้บริการและข้าราชการนั้น น่าจะให้ข้าราชการทำงานที่บ้านได้เช่นกัน หรือแม้แต่กรณีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่จะให้ข้าราชการทำงานที่บ้านได้ และการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ดังกล่าว ก็มีระเบียบราชการรองรับอยู่แล้ว

            ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน จะต้องพิจารณาใน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ลักษณะงานประเภทใดบ้างที่ให้ข้าราชการทำงานที่บ้านได้ 2.หน่วยงานนั้น ๆ มีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน e-Government หรือ e-Office รองรับหรือไม่ และ 3.ระบบการตรวจสอบและประเมินผลงานของข้าราชการมีความรัดกุมหรือไม่” ดร.ทศพร ระบุ

          ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า การให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน จะส่งผลดีต่อข้าราชการที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาที่ทำงาน และยังช่วยให้หน่วยงานราชการสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายค่าน้ำและค่าไฟฟ้าได้ แต่การออกมาตรการใด ๆ ที่จะให้ข้าราชการทำงานที่บ้านนั้น ต้องกำหนดขอบเขตให้รัดกุม และพิจารณาให้รอบคอบ เพราะการดำเนินการทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสีย ดังนั้น ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้มาตรการที่ออกมาส่งผลเสียต่อภาคราชการ

        นายสมชายระบุว่า ที่ประชุมไม่ได้เร่งรัดให้นายสมภพต้องเสนอมาตรการมาเมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะมีการเสนอมาตรการที่ชัดเจนต่อที่ประชุม ก.พ.ร.ภายในไม่เกิน 1 เดือน และเมื่อที่ประชุม ก.พ.ร.เห็นชอบมาตรการดังกล่าวแล้ว จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นมาตรฐานกลางต่อไป ส่วนหน่วยราชการใดจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ต้องแล้วแต่ความพร้อมของแต่ละส่วนราชการ รวมถึงอาจจะมีการทดลองนำร่องในบางส่วนราชการก็ได้

กรุงเทพธุรกิจ  มติชน  29  พ.ค.  2551