อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

 ครม.ไฟเขียวแก้ประกันตาม พ.ร.บ. จ่ายเงินให้ ผู้พิการจากรถชนเพิ่มเป็น 3.5 หมื่นบาท แถมให้เบิกง่ายขึ้น

            แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2550 กำหนดความเสียหายที่จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น การร้องขอ และการจ่าย ค่าเสียหายเบื้องต้นใหม่

            ทั้งนี้ ให้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยกรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะจำนวน 3.5 หมื่น บาท เท่ากับกรณีเสียชีวิต โดยใช้เกณฑ์เดียวกันกับการจ่ายตามจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณี ทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ

            นอกจากนั้น ยังกำหนดให้ ผู้ประสบภัยสามารถนำหลักฐานสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนมาแสดงในการขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนได้

            ประเด็นสุดท้ายคือกำหนดให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่รับโอนสิทธิเรียกร้องจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลได้หลังจากก่อนหน้านี้มีปัญหามาตลอด ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยกับมติคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถที่เสนอมา

            แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เหตุผลที่ ครม.เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าวเพราะกระทรวงการคลังเสนอว่า การจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถในปัจจุบันกำหนดไว้เพียง 2 กรณีคือ กรณีบาดเจ็บ จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท กรณีเสียชีวิต จ่ายเป็นค่าปลงศพจำนวน 3.5 หมื่นบาท และกรณีที่บาดเจ็บและต่อมาเสียชีวิตในภายหลัง จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 5 หมื่นบาท

            อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ประสบภัยเหล่านั้นได้เสียความสามารถในทางเศรษฐกิจไม่ต่างกับกรณีเสียชีวิต

            ดังนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 จึงได้ขยายนิยามของคำว่า ค่าเสียหายเบื้องต้น” ให้รวมถึงค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในเบื้องต้นด้วย จึงทำให้สามารถจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น แก่ผู้ประสบภัยที่ทุพพลภาพหรือ สูญเสียอวัยวะได้

                                                                                                                         โพสต์ทูเดย์  29  พ.ค.  2551