โครงการที่ต้องการให้ข้าราชการเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือเรียกอย่างสวยหรูว่า "มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ.2551" มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ พ.ศ.2551 แล้วเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษาภคม 2551ที่ผ่านมา
สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ
ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการทหารและอยู่ในสังกัดส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(1) ส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกจากระบบราชการ
(2) ส่วนราชการที่ประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ
(3) ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเกินความจำเป็น หรือ
(4) ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20ของจำนวนข้าราชการทั้งหมดของส่วนราชการนั้น
สำหรับข้าราชการซึ่งจะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ในวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
(1) มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปหรือมีเวลาราชการตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
(2) มีเวลาราชการที่เหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
(3) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวน หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการลงโทษทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น ๆ หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
(4) ไม่เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น ๆ
(5) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างปฏิบัติราชการชดใช้ตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับส่วนราชการในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย เว้นแต่จะยินยอมชดใช้เงินตามสัญญาผูกพันที่ได้ทำไว้กับราชการและได้ปฏิบัติราชการชดใช้มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัยนั้น
มติชน (คอลัมน์ ข้าราษฎร) 29 พ.ค. 2551