สมาชิกเครือข่าย UKM 6 มหาวิทยาลัย (สงขลา มหิดล ขอนแก่น มหาสารคาม ราชภัฏมหาสารคาม และนเรศวร) รวม 60 ท่าน (มหาวิทยาลัยละ 10 ท่าน) ร่วมศึกษาดูงาน บริษัทโตโยต้า มอร์เตอร์ประเทศไทย จำกัด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2549 เพื่อแสวงหา Good Practice และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ใช้เวลาดูงานครึ่งวันบ่าย (13.00 - 16.30 น.) และใช้เวลาทำ After action review ณ ห้องอาหาร 13 เหรียญ (อยู่ไม่ไกลจากบริษัท) อีก ประมาณ 2 ชั่วโมง รับประทานอาหารค่ำกันแล้ว จึงแยกย้ายกันกลับ
ดิฉันขอเก็บตกมาเล่าแบบ AAR ดังนี้
ตอนที่ท่านอาจารย์วิจารณ์แนะนำให้กรรมการ UKM มาศึกษาดูงานที่นี่ ดิฉันก็คาดหวังแล้วว่า จะต้องมีอะไรดีดีที่อาจารย์อยากให้มาดูแน่ๆ เพราะเชื่อถือศรัทธาในท่านอาจารย์ผู้แนะนำ ประกอบกับเป็นบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียง ไม่มีดี จะมีชื่อเสียงได้อย่างไร ดังนั้นภาคราชการจึงควรข้ามแดนมาดูภาคเอกชนบ้าง
ดิฉันได้เห็นแบบอย่างที่ดีของบริษัทเอกชน นับตั้งแต่ยังไม่ถึงวันเยี่ยม นั่นก็คือ วิธีการเตรียมการของบริษัท เพื่อให้เขาเตรียมต้อนรับเราอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาจึงขอให้ผู้ประสานงานการเข้าเยี่ยมชม ส่งรายชื่อผู้เยี่ยมชมทั้งหมดให้เขาทราบล่วงหน้า และเขาก็ได้ส่งข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน มาให้พวกเราทราบล่วงหน้าเช่นกัน ดังนี้
1. กรุณาตรงต่อเวลา
-
เรื่องนี้เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเลย ควรจดจำนำมาฝึกนิสิตในมหาวิทยาลัย ฝึกบุคลากรในมหาวิทยาลัยให้เป็นนิสัย (วันนั้น ม.นเรศวร สายไป 15 นาที พวกเราทุกคนต่างรู้สึกผิดมาก)
2. แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่รัดกุมและเรียบร้อย สวมรองเท้าหุ้มส้น ห้ามสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าที่มีแต่สายคาดโดยเด็ดขาด
-
-
เรื่องนี้ในฐานะแขก ดิฉันชอบมาก งานไหน สถานที่ใด ต้องแต่งกายอย่างไร ถ้าผู้จัดงานบอกล่วงหน้า แขกก็จะเตรียมตัวได้ถูก ไม่ต้องเขินอาย รู้สึกแปลกแยก เพราะไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ (วันนั้น ท่านอาจารย์วิบูลย์ ได้ตระเตรียมเสื้อแจ๊คเก็ต NUKM สีเทา-แสด ให้พวกเราใส่ไปเป็นทีม ตรงนี้สอบผ่าน)
-
3. เส้นทางการเดินเยี่ยมชมโรงงาน ให้ผู้มาเยี่ยมชมเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ของโตโยต้ากำหนดไว้เท่านั้น
-
-
ไปถึงโรงงานถึงได้ทราบว่าทำไม ก็โรงงานนั้นกว้างขวางนัก เจ้าหน้าที่แต่ละคนทำงานกันอย่างใช้สมาธิ แบบแข่งกับเวลา ช้าไม่ได้ มีรถส่งอาหลั่ยวิ่งวนไปมาโดยตลอด ถ้าขืนผู้เยี่ยมชมเดินเพ่นพ่านไปทั่ว ยุ่งแค่ไหนนึกภาพออกใช่ไหมค่ะ)
-
4. ห้ามถ่ายภาพเมื่ออยู่ในบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด
-
-
คงไม่ใช่เหตุผลว่าเป็นความลับทางการค้าเพียงอย่างเดียว สิ่งรบกวนสมาธิในการทำงานก็เป็นเรื่องที่เป็นเหตุให้ห้ามอย่างเด็ดขาดด้วย
-
5. ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณโรงงานโดยเด็ดขาด ให้สูบบุหรี่ในบริเวณที่อนุญาตให้สูบได้เท่านั้น
-
เจ้าหน้าที่ในโรงงานเป็นชายล้วน ทำงานกับเครื่องจักรกล ไฟฟ้า น้ำมัน เรื่องนี้เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยอย่างแน่นอน
6.ในขณะเดินเยี่ยมชมโรงงาน ห้ามผู้เยี่ยมชมสัมผัสเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนใดใดทุกชนิด รวมทั้งหยอกล้อหรือเล่นกันโดยเด็ดขาด
-
-
ข้อนี้ ทำให้นึกถึงข้อห้ามตอนพาเด็กๆเข้าสวนสัตว์ หรือตอนพาไปออกงาน เขาช่างละเอียดละออนัก
-
7. ในขณะเดินเยี่ยมชมโรงงาน ให้ผู้มาเยี่ยมชมสวมหมวก และแว่นนิรภัย (เฉพาะผู้ไม่ใส่แว่นสายตา) ตามที่โรงงานกำหนดไว้เท่านั้น
-
-
หมวกที่เขาแจกให้เป็นหมวกแก็ปผ้า และไม่ได้แจกแว่นนิรภัยด้วย สงสัยว่าข้อนี้เป็นข้อกำหนดสำหรับโรงานที่อันตรายกว่านี้
-
8. ในกรณีผู้มาเยี่ยมชมมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 รวมอยู่ด้วย ให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่เดินเยี่ยมชมโรงงาน
-
-
อย่างน้อยเขาก็ยังเปิดโอกาสให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ด้วย
-
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ผู้ประสานงานเครือข่าย UKM ในปี 49 ส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้สมาชิกเครือข่าย อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หรือแม้แต่หน่วยประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยของดิฉันเอง (มน.) ก็ประชุมเตรียมตัวแก่ผู้แทนก่อนเดินทาง เรื่องนี้ดิฉันเห็นเป็นแบบอย่างที่ดีเช่นกัน
ช่วงแรกของการบรรยาย คุณสุทิน เห็นประเสริฐ (ต้องขอประทานโทษที่ดิฉันไม่ทราบตำแหน่ง) เล่าให้ฟังประกอบ power point presentation อย่างรวบรัด และรวดเร็ว ถึงที่มา และหลักการของ "Toyota way" ดิฉันเอง ตอนแรกก็รู้สึกว่าไม่สมเลยกับที่ดั้นด้นมาตั้งไกล ได้แค่นี้เองหรือ แต่มา ณ ขณะนี้ ดิฉันเปลี่ยนใจแล้ว ดิฉันคิดว่า ทางบริษัทใจกว้างมากเกินพอ ที่ได้ให้หลักการทั้งหมดเท่าที่จะให้ได้ในเวลาที่กำหนด (รายละเอียดสามารถติดตามได้ที่ Beeman) อยู่ที่ว่าเราเองต่างหากจะนำไปปฏิบัติ นำไปปรับให้เหมาะสมอย่างไร ต่อให้เห็นวิธีการ ถ้าไม่เห็นด้วย ถ้าไม่เชื่อว่าดี ถ้าไม่ลองทำดู อย่างไรก็ไม่รู้ อย่างไรก็ไม่เข้าใจ

ดิฉันขอสรุปอย่างย่อที่สุด จากหลักการของ "Toyota way" ว่า
-
หนึ่ง เป้าหมายและคุณค่าร่วมขององค์กรต้องชัดเจน และ
-
สองวิธีการดำเนินไปสู่เป้าหมาย ต้องเป็นรูปธรรม

ช่วงต้นของการบรรยาย ไม่ได้สัมพันธ์กับช่วงดูงานในโรงงานก็จริง แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่เขาสามารถถอดจากแนวคิดบางส่วนมาให้ดูได้ ก็คือภาพของโรงงานประกอบรถยนต์นั่นแหละ ดังนั้นดิฉันจึงไม่อยากวิพากษ์ เรื่อง มนุษย์หุ่นยนต์ ที่ได้ไปเห็นมาที่โรงงานหรอกว่า ดีหรือไม่ดี พวกเขามีความสุขจริงหรือไม่จริงกันแน่ สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นก็หลายอย่าง ชั่ววูบที่ได้เห็นจะวิพากษ์ได้อย่างไร ทราบแต่ว่า ผลลัพธ์โดยรวม ทำให้เราต้องมาดูเขาในวันนี้ ถ้าอยากทราบจริงๆ คงต้องสมัครไปทำงานกับเขาดูกระมัง ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่แก่นความรู้ หลักการต่างหากที่เป็นประเด็นต้องถอดออกมาให้ได้

ช่วงที่มีคุณค่ามากที่สุดของการไปดูงานคราวนี้ คือ ช่วงของการทำ After Action Review แม้อาจารย์ประพนธ์ (ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด : วิทยากรกระบวนการจาก สคส.) จะกังวลว่า จำนวนคนมากเกินไป เวลาอาหารใกล้เข้ามา ความหิวกำลังจะบดบังความสนใจ แต่สิ่งดีๆ หลายอย่างภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เอื้อดังกล่าว ก็มีมากเช่นกัน ได้แก่
-
คนยิ่งมาก ก็ยิ่งได้หลากความคิดที่มีคุณค่า เห็นหลายมุมมอง
-
วงพูดใหญ่ คนพูดหลังๆ ได้มีเวลาไตร่ตรอง ทำให้เนื้อหาเข้มข้นขึ้น
-
ความคิดเห็นจากผู้อ่อนอาวุโส สะท้อนให้เห็นปัญหาในองค์กรได้มากกว่า ถ้าเขาได้มีโอกาสพูด
-
ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับกระบวนการ KM ไม่เคยรู้เรื่อง KM จะให้ความเห็นได้ตรงความรู้สึกมากกว่า ไม่ติดกับดักความหมายของ KM
-
ผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่อง QC QA TQM ISO Kaizen ฯลฯ จะมีความลังเลสงสัยน้อยกว่า จะรู้สึกว่าได้อะไรไปมาก
สำหรับดิฉันสิ่งที่ได้เกินกว่าคาดมีมากมาย มีการบ้านให้นำไปฝึกฝน และลองปฏิบัติอีกโข
สิ่งที่น้อยกว่าที่คาด คือ "ไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณกิจ"
สิ่งที่ดิฉันคิดจะทำต่อไป คือ ดิฉันจะกลับไปทั้งปลูก และ ฝัง คุณค่าร่วมขององค์กร ของดิฉันที่มีอยู่แล้ว ให้สามารถถ่ายทอดเป็นลักษณะเด่นทางพันธุกรรมขององค์กร ให้จงได้
เรียนท่านอาจารย์มาลินี ขอบคุณมากครับที่กรุณานำทีมไปและกลับมาทำ AAR เล่าสู่กันฟัง ตัวผมเองที่ต้องไป ลปรร. เกี่ยวกับการพัฒนาชุดโครงการสู่ความเป็นเลิศ ก็ประสบความสำเร็จดีมากครับ มีการทำ AAR ทั้งแบบการเขียนและแบบ Dialogue + Deep listening ตอนช่วงสุดท้ายกันด้วย ได้ผลดีเกินคาด แล้วจะเล่ารายละเอียดให้ฟังในการประชุมวันอังคารหน้าครับ
ต้องยกนิ้วให้กับคณาจารย์และบุคลากรทุกท่านที่ร่วมเดินทางค่ะ นอกจากที่ อ.สมลักษณ์ ของพวกเราจะกลับมาถ่ายทอดได้อย่างละเอียดละออแล้ว ท่านอื่นๆ อีกหลายท่าน ยังได้มีการยกมือถามไถ่วิทยากรด้วย ส่วนตอน AAR ทุกท่านก็แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่
ภาพลักษณ์ของความเชื่อมั่นในตนเอง และความกระตือรือร้นในการดูดซับความรู้ของชาว มน. เป็นสิ่งที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดค่ะ
คนที่ไป ระดับเสื้อสามารถ สคส. และ/หรือ เสื้อสามารถ NUKM ด้วยกันทุกคนครับ