แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

พระศากยมุนีพุทธเจ้า : บทที่ 8 สวนกวางหรือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตอนที่ 1


โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา : เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก, สุขํ สุปติ พุทฺโธ จ เยน เมตฺตา สุภาวิตา : ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว ย่อมหลับและตื่นเป็นสุข

            ในพระชาติหนึ่ง  พระศากยมุนีทรงถือปฏิสนธิเป็นหัวหน้าในฝูงกวาง  ส่วนพระเทวทัตผู้เป็นพระญาติ(ลูกพี่ลูกน้อง) ก็ได้ปฏิสนธิเป็นหัวหน้าในฝูงกวางอีกฝูงหนึ่งเหมือนกัน  ฝูงกวางทั้งสองนี้อาศัยอยู่ในป่าเดียวกัน  ใกล้ๆกับป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยนี้ มีพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นนักล่าสัตว์ที่เก่งกล้าพระองค์หนึ่ง  บ่อยครั้งที่พระองค์ปรารถนาที่จะล่าสัตว์ พระองค์ทรงจัดคณะนักล่าออกล่าสัตว์  ในการออกล่าสัตว์แต่ละครั้ง   กวางจำนวนมากต้องถูกฆ่า  หัวหน้ากวางทั้งสองจึงได้เรียกประชุมฝูงกวางเพื่อสำรวจจำนวนกวางที่เหลืออยู่   จึงทราบว่าถ้าการออกล่าสัตว์ดำเนินอย่างต่อเนื่องในระดับที่ปรากฎอยู่นี้  ไม่นานอาจไม่มีกวางเหลืออยู่อีกเลย  ดังนั้น หัวหน้ากวางทั้งสองจึงตัดสินใจว่า พวกเขาจะต้องทำการอ้อนวอนพระเจ้าแผ่นดินเพื่อร้องขอให้ยุติการล่ากวาง

            สองหัวหน้ากวางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินถึงพระราชวังเพื่อกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน   เมื่อสองหัวหน้ากวางได้กล่าวกับทหารมหาดเล็กประจำพระราชวัง  ทหารมหาดเล็กตกใจที่เห็นกวางสองตัวสามารถพูดเหมือนอย่างมนุษย์ได้  พวกเขาจึงเข้าไปในพระราชวัง  กราบทูลพระเจ้าแผ่นดินถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ในชั้นแรก ทรงประสงค์จะเห็นสิ่งแปลกประหลาดนี้ พระเจ้าแผ่นดินจึงทรงอนุญาตตามคำขอของหัวหน้ากวางทั้ง 2  ขณะที่หัวหน้ากวางทั้ง 2 ยืนอยู่หน้าพระพักตร์พระเจ้าแผ่นดิน  พระศากยมุนี(กวางโพธิสัตว์) กล่าวว่า ข้าแต่พระองค์  พระองค์ได้ทรงล่าสัตว์ในป่าเป็นบ่อยครั้งมาก  การเสด็จออกล่าสัตว์บ่อยครั้งของพระองค์ทำให้ฝูงกวางของพวกข้าพระองค์ลดน้อยลงทุกที   ข้าพระองค์มั่นใจว่าพระองค์ไม่สามารถที่จะเสวยเนื้อกวางที่พระองค์ล่ามาทั้งหมดได้แน่นอน  ซากศพของกวางจำนวนมากจะต้องถูกโยนหรือทิ้งขว้างไปเสีย  เพราะซากเหล่านั้นกำลังเน่าสลายไปตามลำดับหลังจากการที่ถูกไล่ล่ามา  นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้น  ทำไมพระองค์ไม่ทรงยุติการล่ากวาง?  พวกเราจะส่งกวางมาถวายพระองค์วันละ 2 ตัว  เพื่อให้พระองค์เสวยในแต่ละวัน วิธีนี้จะทำให้ฝูงกวางไม่สูญพันธุ์ไปเนื่องจากการถูกไล่ล่า และพระองค์ก็จะสามารถมีเนื้อเป็นพระกระยาหารได้อย่างต่อเนื่อง พระเจ้าแผ่นดินทรงพิจารณาตามความประสงค์ของหัวหน้ากวางทั้ง 2 ว่าเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้น พระองค์จึงทรงยอมรับแผนการของกวางทั้งสองนั้น

            ทุก ๆ วัน หัวหน้ากวางทั้ง 2  ได้ส่งกวางฝูงละ1   ตัว  ถวายพระเจ้าแผ่นดิน   วันหนึ่ง  กวางตัวเมียซึ่งกำลังมีครรภ์จากฝูงของพระเทวทัตถึงวาระที่จะส่งไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน  กวางตัวเมียผู้ตั้งครรภ์นั้น  ร้องขอให้พระเทวทัต(กวาง)ส่งกวางตัวอื่นไปแทนนางเนื่องจากนางต้องคลอดลูกให้ฝูงกวางของนาง   แต่พระเทวทัตยังคงแข็งใจกล่าวว่า  วันนี้เป็นวาระของเจ้า  เจ้าจะต้องไป  ไม่มีกวางตัวอื่นต้องการไปแทนเจ้าเลย  กวางตัวเมียที่ตั้งครรภ์จึงเข้าไปหาพระศากยมุนี(กวาง) และอธิบายถึงความประสงค์ของนางเพื่อต้องการจะรักษาลูกน้อยไว้   พระศากยมุนีจึงกล่าวว่า  อย่าร้อนใจไปเลย กลับไปเถิดเจ้า และรอคอยให้ลูกน้อยของเจ้าคลอดออกมาเถิด  เราจะส่งกวางตัวอื่นในฝูงของเราไปแทนเจ้า  ถัดจากวันนั้น  พระศากยมุนีได้ไปพร้อมกับกวางในฝูงของตนอีกตัวหนึ่งสู่พระราชวังเพื่อถวายตัวต่อพระเจ้าแผ่นดิน  พระเจ้าแผ่นดินทรงจำกวางศากยมุนีได้ว่าเป็นหัวหน้ากวาง   พระองค์จึงตรัสถามว่า  ทำไมเจ้ามานี่ในฐานะกวางที่จะมอบให้เราล่ะ?  กวางศากยมุนี  ทูลอธิบายว่า ที่ได้เสนอตัวเองมา  เนื่องจากหวังดียินยอมมาแทนกวางตัวเมียที่กำลังตั้งครรภ์เพื่อจะคลอดลูกให้แก่ฝูงอันจะเป็นการป้องกันความสูญเสียลูกในท้องกวางตัวเมียนั้น

            พระเจ้าแผ่นดิน  ประทับใจอย่างสุดซึ้งและได้ทรงเคลื่อนพระองค์เข้าไปใกล้ที่ซึ่งพระองค์จะทรงได้ยินได้และตรัสว่า  เจ้ามีหัวเป็นกวางแท้ แต่มีหัวใจกรุณาเหมือนอย่างมนุษย์ ในขณะที่เรามีหัวเป็นมนุษย์แท้ ๆ  แต่มีหัวใจเยี่ยงสัตว์ดุร้าย  นับแต่วันนี้เป็นต้นไป  เราจักเสวยมังสวิรัติและป่าที่เจ้าอาศัยอยู่กันนั้นเราจะให้ชื่อว่า  สวนกวาง  มันจะเป็นสถานที่หวงห้ามในการล่ากวางในป่านั้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  นั้นคือเหตุที่ทำให้ป่านั้นมีชื่อเป็นที่รู้จักกันว่า  สวนกวาง

            พระเทวทัตได้ถือกำเนิดเป็นพระญาติของพระศากยมุนีในหลาย ๆ ชาติ  นั่นเป็นเพราะการประพฤติตัวของพระเทวทัต(ที่มีความอาฆาตพยาบาทมาตลอด) กล่าวคือ  เมื่อพระศากยมุนีเป็นผู้สามารถที่จะบำเพ็ญขันติได้และสามารถที่จะพัฒนาพระกรุณาและเมตตาของพระองค์ตลอดถึงบารมีทุกระดับขั้น  ในชาติต่าง ๆ โดยส่วนมาก  เมื่อทั้งสองถือปฏิสนธิมาร่วมกัน พระเทวทัตมักก่ออันตรายให้บังเกิดกับพระศากยมุนีเสมอๆ   พระเทวทัตเป็นผู้ก่อความเบียดเบียนและมุ่งหมายที่จะสร้างปัญหาให้เกิดแก่พระศากยมุนีอยู่ร่ำไป  แม้แต่เกิดเป็นหัวหน้าในฝูงกวาง ก็ไม่ผ่อนผันความพยายามนั้น

 

หมายเลขบันทึก: 184224เขียนเมื่อ 24 พฤษภาคม 2008 12:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 พฤษภาคม 2012 16:46 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (1)

ขอบคุณข้อมูลนี้ค่ะ

ทำให้ได้รู้ว่า กว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ต้องบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวดถึงขั้นยอมสละได้แม้ชีวิต

และทำให้ตระหนักว่าทุกชีวิตต่างมีภพชาติเก่ามาก่อน สร้างบารมีมาไม่เหมือนกัน ปัจจุบันควรบำเพ็ญแต่ความดี

สาธุค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี