วันนี้โดนเรียกตัวให้มา มอ.ครับ อาจารย์วุทธิศักดิ์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนโทรเรียกให้มา หลังจากที่กระผมขาดการติดต่อไประยะหนึ่งแล้วครับ ไม่ได้เจตนาจะหลบลี้หนีหน้า เพียงไม่เจอกันบ้างน่าจะดี ฮิฮิ งานอาจารย์สั่งค้างตึงเลยครับ เมื่อคืนขนาดตั้งใจสุดๆ ประเภทซดกาแฟไม่ใส่น้ำตาลก่อนเริ่มทำงานแล้ว (ความจริงคือ ภรรยาตั้งใจเอาน้ำตาลไปซ่อน นึกว่า ถ้าซ่อนน้ำตาลแล้วผมจะไม่กินกาแฟ ฮิฮิ ตื่นเช้ามาภรรยาเลยถามคำถามแรกว่า เมื่อคืนกินกาแฟมั๊ย ผมก็ตอบว่า แน่นอน เธอก็ถามต่อว่า หาน้ำตาลเจอเหรอ ไม่เจอหรอก แต่น้ำตาลไม่จำเป็น คำตอบจากผมครับ เลยรู้ความจริงว่าทำไมน้ำตาลหลายถุงที่พี่สาวให้มามันหายไม่เหลือแม้แต่ถุงเดียว) แต่ยังงัยๆ สุดท้ายก็งานไม่ขยับเลยครับ เปิดไฟล์งานมาดู แล้วก็อ่าน แล้วก็คลิก แล้วก็ปิด แล้วก็เปิด แล้วก็อ่าน แล้วก็ปิด เวียนอยู่อย่างนี้แหละครับทั้งคืน ไม่ได้พิมพ์อะไรเพิ่มไปสักตัวอักษรหนึ่งเลย

วันนี้ที่ถูกเรียกให้มาที่มหาวิทยาลัยก็เพราะจะมีการพบปะกันระหว่างรุ่นพี่ รุ่นแรกอย่างพวกกระผม กับนักศึกษาใหม่รุ่นที่สองที่กำลังจะมาเรียนในปีการศึกษาที่จะเปิดนี้ อาจจะเพื่อเตือนใจว่า ไอ้พวกรุ่นแรกรีบๆ เดินไปข้างหน้าได้แล้ว เดี๋ยวรุ่นสองจะแซงน่ะ ความจริง ผมไม่ซีเรียสกับการจบเร็วจบช้าครับ ที่ซีเรียสแค่ว่า ถ้าจบช้าไปปีหนึ่งก็ต้องเสียค่าเทอมเพิ่มอีกปีและแสนกว่าเท่านั้นเอง ฮือฮือ (กำลังหาเสี่ยอุปถัมภ์อยู่ครับ)

ผมเผือเวลามาให้เร็วขึ้นครับ ตั้งใจจะมาเข้าห้องสมุดก่อน มาแล้วต้องไม่ให้เสียค่าน้ำมันฟรี ยังไม่ทันเข้าหอสมุดเลยครับ เจอเพื่อนสมัยป.ตรี ซึ่งตอนนี้ทำเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยในมาเลเซีย เขาใกล้จบแล้วครับ เรียนก่อนผมสองปี ที่สำคัญคือค่าเทอมถูกกว่ากันเยอะเลยครับ (ยิ่งย้ำคำถามเดิมของผมที่ว่า ผมคิดถูกหรือเปล่าที่มาเรียนที่นี้ ไปมาเลย์นอกจากค่าเทอมถูกแล้ว ภาษาก็พัฒนาได้ดีกว่าเยอะเลย) ถ้าไม่ใช่คนในสามจังหวัดอาจมองว่าผมคิดแปลก เรียนต่างประเทศต้องแพงกว่าสิ ความจริงคือ ขับรถไปเรียนมหาวิทยาลัยในมาเลเซียใช้เวลาประมาณสองสามชั่วโมงเองครับ เอาเป็นว่า แค่ไปเรียนที่ม.วลัยลักษณ์ก็ยังไกลกว่าไปเรียนมาเลย์เลยครับ เพราะที่นี้คือปัตตานี ไม่ใช่กรุงเทพฯ ฮิฮิฮิ

ออ. เล่าต่อแล้วกันครับ สรุปว่า ผมเข้าหอสมุดไม่ได้ครับ เนื่องจากเขาปิด (เมื่อคืนคิดไว้แล้วว่า ก่อนไปควรแวะไปตรวจสอบเว็บไซด์หอสมุดก่อน แต่ดันลืม) ก็เลยต้องมานั่งหน้าหอสมุด แล้วก็สืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทไปเป็นการฆ่าเวลา (ตายไปเยอะเลยครับ) คุยกันไป คลิกหาข้อมูลไป สุดท้ายก็มาจบที่เขียนบันทึกนี้แหละครับ ฆ่าเวลาเช่นเดียวกัน (รอบนี้ตายไปอีกสอง)

แต่วันนี้โอ้เอ้ที่มอ.ไม่ได้ครับ เนื่องจากจะต้องรีบกลับ เพราะเมื่อวานได้รับความปราถนาดีจากเพื่อนบ้าน พาช่างติดตั้งผ้าม่านมาที่บ้าน แต่จังหวะไม่ดีผมกำลังจะออกไปจ่ายตลาด เขาเลยขอมาวันนี้แทน ผมก็เลยบอกว่าได้ครับ มาอยู่บ้านใหม่หลายเดือนแล้วครับ แต่ยังไม่มีผ้าม้านหน้าต่างเลย (หน้าต่างเป็นกระจกด้วย) รอบนี้คิดว่ายังติดม่านไม่ได้หรอกครับ เพราะงบหมด แต่ก็ลองให้เขาตีราคาดูก่อนแล้วกัน เผือจะเก็บเงินไว้รอบหน้า

อีกข่าวดีหนึ่งสำหรับเช้าวันนี้คือ อิลฮามไม่งอแงเรื่องไปโรงเรียนแล้วครับ สงสัยจำนนต่อการบังคับของอาบีอุมมีย์แล้ว หรืออาจเป็นเพราะวันนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียนก็ได้ วันนี้เป็นวันกิจกรรมของโรงเรียนครับ(ทุกวันศุกร์) เขาจะให้ใส่ชุดธรรมดาไปโรงเรียน ตอนนี้มีแต่เตาฟิกแหละครับที่ดูเหมือนจะเหงาน่าดู ไม่มีพี่สาวคอยเล่นด้วย เลยเกาะติดอุมมีย์ จะให้อุมมีย์เล่นด้วยตลอดเวลา ภรรยาผมเลยบ่นว่า แทนที่งานจะเบาลงกลายเป็นหนักขึ้นไปอีก ฮิฮิ นี้แหละครับการทดสอบความอดทนของคุณแม่

เมื่อวานกับวานซืนได้คุยกับอาจารย์หลายท่าน ผมเริ่มเห็นความคึกคักของงานวิจัยในคณะมากขึ้นแล้วครับ แต่ก่อนเวลาอาจารย์จะทำวิจัยมักจะบ่นว่า ไม่มีแหล่งทุน โครงการที่เสนอมหาวิทยาลัยยังไม่อนุมัติบ้าง อนุมัติแล้วแต่เบิกเงินทดลองจ่ายไม่ได้บ้าง แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ ไม่มีใครบ่นเรื่องจะรอทุนมหาวิทยาลัยแล้ว ทุกคนมีความคิดที่จะแสวงหาแหล่งทุนเองมากคืน ความจริงอาจจะเนื่องจากความมั่นใจของอาจารย์ในการทำวิจัยมีสูงขึ้น และรับรู้แล้วว่าโจทย์วิจัยที่ดี คือ โจทย์วิจัยที่อยู่ในแหล่งที่ใช้องค์ความรู้นั้นๆ ไม่ใช่จากหนังสือที่ตนเองอ่านมาหรือเรียนมา ซึ่งเมื่ออาจารย์เข้าใจการพัฒนาโจทย์รูปแบบนี้มากขึ้น เขาก็เริ่มจะรับรู้ว่า ที่จริงแหล่งทุนสำหรับการทำวิจัยมีเยอะมาก ขอขอบคุณอัลลอฮ์ที่ความพยายามนี้เห็นผลชัดขึ้นแล้วครับ