ใน พระสูตรของพุทธศาสนามหายาน เล่าว่า" .."สมัยหนึ่ง..องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จไปเทศนาโปรดบรรดาเหล่าพญานาคทั้งหลาย พระองค์ได้ทรงตรัสธรรมกถาวิสัชนาแสดงแก่พญานาคราชความว่า..
" บุคคลใดหยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและงดเว้นเสียจากการเสพเลือดเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังชี้นำส่งเสรืมให้หมู่ชนทั้งหลาย หยุดฆ่า หยุดเสพชีวิตเลือดเนื้อผู้อื่น บุคคลผู้นั้นย่อมห่างไกลจากอกุศลมูลทั้งปวงและพร้อมบริบูรณ์ด้วยอานิสงส์ (ประโยชน์ที่พึงมีพึงได้)ทั้ง๑๐ ประการได้แก่..
๑.เป็นที่รักใคร่ของบรรดาเทพ(ผู้มีใจสูง) พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย.
๒.จิตอันเป็นเมตตา
ย่อมบังเกิดขึ้น.
๓.สามารถตัดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้.
๔.ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียน ร่างกาย.
๕.มีอายุมั่นขัวญยืน.
๖.ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากวัชรเทพทั้งแปด.
๗.ยามหลับนิมิตรเห็นแต่สิ่งดีงามเป็นศิริมงคล.
๘.ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน.
๙.สามารถดำรงอยู่ในกระแสนิพพานไม่พลัดหลง ตกลงสู่อบายภูมิ.
๑๐.ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้จิตวิญญาณจะมุ่งสู่คติภพ." อาตมาฉันอาหารมังวิรัติมาได้๑๒ปีติดต่อกันได้บทสรุปที่แน่นอนให้แก่ตัวเองว่า "อาหารมังสวิรัตให้ผลดีเห็นได้ชัดคือ.๑เรื่องเศรษฐกิจเพราะพืชผักผลไม้ข้าว ถั่วงาราคาไม่แพงเหมือนเนื้อสัตว์.๒เรื่องสุขภาพดีแข็งแรงทำงานได้ทั้งวัน ไม่มีปํญหาใดๆ.๓จิตใจและอารมณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มีความรักความ ปรารถนาดีต่อผู้อืนยิ่งๆขึ้น.ฉนั้นอาหารมังสวิรัติจึงมีประโยชน์ทั้งทางโลก และทางธรรมอย่างยิ่ง.
อ่านแล้วรู้สึกสะบายใจดีค่ะ แล้วจะลองหาสูตรทำอาหารมังสวิรัติทานบ้าง ปัจจุบันก็พยายามลดอาหารจากเนื้อสัตว์อยู่แล้ว
ธรรมสวัสดีโยมสมเจตน์
ปกติพื้นหลังเป็นสีขาวนะ ไม่ทราบ
เป็นที่ระบบหรือเปล่านะ ส่วนตัวอักษร
สามารปรับได้ โยมคลิกขวาที่
ทางขวาตรงหัวบลอค
สำหรับเนื้อบังสกุลเนี่ยต้องค้นอีกที จำไม่ได้ว่าอยู่ในสูตรไหน
คือเนื้อสัตว์ที่สามารถทำอาหารทานได้โดยไม่ผิดบาปพระพุทธเจ้า
ท่านตรัสไว้เรียกว่า ปวัตตะมังสะ คือ ๑.เนื้อสัตว์ที่ตายเอง ๒.เนื้อสัตว์ที่เหลือเดนจากสัตว์อื่น เรื่องมังสวิรัติในสังคมชาวพุทธในเมืองที่เป็นเถรวาทเป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันมาตลอด ส่วนมหายานชัดเจนว่าไม่ทานเนื้อสัตว์ ใครจะเถียงยังไงอาตมาไม่ขอเถียงด้วย
แต่อาตมามั่นใจว่าหากชาวพุทธปฏิบัติศีลข้อ ๑ อย่างเคร่งครัด ก็ไม่มีเนื้อสัตว์กินแล้ว
เพราะไม่มีใครฆ่ามาขาย หรือฆ่ามากิน ยิ่งอาชีพที่ชาวพุทธที่พระพุทธเจ้าห้ามอีก
เป็นมิจฉาอาชีพ(อาชีพที่ผิดเป็นบาป) ๕ ประการ คือ
๑.การค้าขายอาวุธ
๒.การค้าขายสัตว์เป็น
๓.การค้าขายเนื้อสัตว์
๔.การค้าขายยาพิษ
๕.การค้าขายสิ่งเสพติด มอมเมา
อนุโมทนาสาธุกับโยมที่มีความเห็นที่ถูกต้องใน
เรื่องนี้ ธรรมรักษา
หลวงพ่อครับ พระพุทธเจ้าทานก็ไม่ทรงฉันมังสวิรัตน์ ผมก็รู้มาว่าท่านก็บรรลุได้ ปัญจวัคคีย์ไม่ฉัน ก็เป็นอรหันต์กันทุกองค์
พระอานนท์ก้ไม่ฉัน พระป่าหรือพระดังๆท่านก็ไม่ฉัน แต่ผมเห็นว่าทุกท่านนั้นก็ล้วนสำเร็จ เป็นอริยบุคคล มีอภิญญา มีญาณ กันได้
สำหรับผม ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องไปกินมังสวิรัตน์หรอกให้ยุ่งยากหรอก เราไม่ควรเคร่งไปทางใดทางหนึ่งให้มากเกินไป (มฌิมาปฏิปทา) เพราะขนาดคนที่กินเจ กินมังฯ ที่ผมเห็นอยู่ทั่วๆไปนั้น ก็ไม่ได้มีอารมณ์ที่ต่างจากคนปกติทั่วไปเลย บางคนยังไม่ใจที่ยังยึด
มั่นถือมั่น จิตเป็นกิเลส มีโลภ โทสะ โมหะ มากมาย มากเสียกว่าคนที่กินเนื้อก็มากไป ผมว่าเราควรหันมาฝึกทางด้านจิตใจมากกว่าที่
จะไปยึดปัจจัยภายนอก อย่างด้านอาหาร ที่เรากินเนื้อเขานั้น ถ้าหากกินอย่างยักษ์ ก็ไม่ควร แต่ถ้าเรากินแล้วเราปฏิบัติ กินแล้วเรา
ทำความดี ผมเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องไปกินมังฯหรอก
ตัวผมนั้นอายุ16ก็วันนี้ อาจจะมีความคิดผิด เห็นผิดบ้าง แต่ผมก็หวังดีสำหรับคนที่ลังเลว่า ไม่กินมังฯแล้วจะบรรลุไหม ผมว่าตรงนี้มัน
ไม่เกี่ยว ถ้าหากเราตั้งใจจริง รับรองว่าต้องสำเร็จกันทุกคน จะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่บุญแต่กรรมที่ทำเอาไว้ นมัสการครับหลวงพ่อ
ธรรมสวัสดีโยมเจษฏา
อย่าลืมศีลข้อที่๑ พระพุทธเจ้าท่านห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์
เพียงแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่ทานเนื้อสัตว์
เมื่อท่านห้ามฆ่าแล้วจะเอาเนื้อที่ไหนมากิน หรือว่าฆ่ามากินแล้วไม่ผิด
ไม่บาป.. ผู้ที่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถปฏิบัติให้มีอริยคุณ เป็นอริยบุคคลได้
อริยะมีหลายระดับ หากเมื่อใดมีภูมิธรรมเจริญสูงขึ้นอริยะบุคคลนั้นจะเลิก
ทานเนื้อสัตว์แน่ๆ เพราะไม่ต้องการเป็นต้นเหตุให้สัตว์ต้องตาย เพราะการกินของท่าน
โยมก็ลองพิจารณาให้ถ้วนถี่ก็แล้วกัน จะได้ประโยชน์แก่ตนเอง
อนุโมทนาสาธุ ..
พระเทพวิสุทธิเมธี ป.ธ.9 (เจ้าคุณเที่ยง) เจ้าคณะภาค 11 วัดระฆังโฆสิตาราม
๐ เอ๊กอิเอเอ้กเสียงนี้มีความหมาย เป็นจุดขายเงินตรามหาศาล
มันคือไก่ขุมทองของรัฐบาล ยอดอาหารคู่โลกโภคภัณฑ์
กะต๊ากกะต๊ากแซ่เสียงแม่ไก่ ยามออกไข่ถ่ายฟองเป็นของขวัญ
ให้เราท่านทั่วถิ่นได้กินกัน รสนิ่มมันทอดปรุงบำรุงพลัง
ไก่ธุรกิจทำเงินเกินคาดหมาย เรื่องซื้อขายกำไรสมใจหวัง
เสี่ยโกเฮงซีพีเศรษฐีดัง บ้านดุจวังเพราะขายไก่ได้ราคา
๐ เป็นเศรษฐีเพราะไก่สมใจนึก ทุกคนคึกอยากรวยด้วยตัณหา
ปลูกโรงไก่เล้าไก่เต็มไร่นา เป็นสินค้าขายออกทั้งนอกใน
ต่างคนต่างอยากรวยฉวยโอกาส จิตหมายมาดมุ่งรับทรัพย์ลื่นไหล
เงินทองสะดวกโดยโกยกำไร เศรษฐีไก่สมอยากบ่ยากเย็น
บางคนโง่ซื่อบื้อเรื่องซื้อขาย พบฉิบหายฉับพลันทันตาเห็น
จนเพราะการค้าน้ำตากระเด็น ช้ำลำเค็ญร้องว่าไก่ฆ่ากู
ไข้หวัดนกระบาดอนาถจิต ไก่เกิดติดโรคร้ายตายจมหู
ถูกฝังเผาเป็นล้านบานตะกู เป็ดห่านหมูเนื้ออร่อยพลอยล้มตาย
๐ โรคห่าล่าชีวิตให้ปลิดปลด ไก่กำสรดอยู่ไปไร้ความหมาย
โรคแลคนรุมล่าฆ่าวอดวาย ทารุณร้ายสุดอนาถชาติไก่เอย
ไก่กับคนผูกพันกันนานมา ครั้งปู่ย่าเราท่านขานเฉลย
เห็นไก่อยู่กับไก่ไม่ห่างเลย ทุกคนเคยเลี้ยงไก่กินไข่แดง
ไก่เป็นอาหารเป็นเพื่อนเตือนให้คิด ขันสะกิดรับสุรีย์ทอสีแสง
จ้องดูเราดุจแม่พ่อคอตะแคง คล้ายชี้แจงความเป็นมิตรนิจนิรันดร์
อรุณรุ่งเรืองรองท้องฟ้าใส นกกาไก่เกาะกลุ่มชุมนุมขัน
บ้านหรือวัดเซ็งแซ่แต่ละวัน สัตว์คู่ขวัญชีวิตจิตวิญญาณ
๐ มันมองเราเรามองมันด้วยหรรษา คนเมตตาหยิบโปรยโรยอาหาร
มีของกินผลไม้ให้เป็นทาน ร้องเรียกขานคุ้นปากจากดวงใจ
สัตว์บ่เคยเป็นญาติกันนั้นบ่มี พระชินสีห์ชี้แจงแถลงไข
ภพภูมิแห่งสงสารเนิ่นนานไกล สัตว์เล็กใหญ่ล้วนญาติชาติผ่านมา
สันนิวาสเป็นญาติแต่ชาติก่อน อดีตย้อนผูกใจใฝ่ปรารถนา
เกิดสำนึกมั่นหมายร่วมชายคา แรงตัณหาอยากหวังฝังรูปนาม
๐ ฆ่าเป็ดกินเป็ดตายเกิดเป็นเป็ด ผลชั่วเผล็ดร้องก๊าบบาปแห่หาม
เวรกรรมรุมประชิดรุกติดตาม คอยคุกคามเข่นฆ่าน้ำตานอง
คนฆ่าไก่กินไก่เกิดเป็นไก่ บาปล่าไล่สู่ปูมภูมิสยอง
เกิดตายเท่าขนไก่ไร้ต่อรอง ฆ่าหมูต้องเป็นหมูคู่เวรกัน
เกิดเป็นหมูหมากาไก่ให้ประโยชน์ แต่ทุกข์โทษคุกคามนามรูปขันธ์
ยิ่งเกิดยิ่งพอกโง่จมโลกันต์ บาปโมหันธ์มืดมิดปิดทางเดิน
สมองหมูหมากาไก่ไร้คุณภาพ แต่เอิบอาบด้วยคลื่เบาตื้นเขิน
ขาดสติยับยั้งพลังเกิน งมงายเพลินโลกแล่นแดนอบาย.......
๐ จุติสู่ภพภูมิปูมนรก ดุจดาวตกพุ่งลับแสงดับหาย
มืดมิดมหัศจรรย์สุดบรรยาย ยมทูตร้ายล้อมรุมอุ้มแห่ไป
ต้องทนทุกข์ทรมานเนิ่นนานช้า มิรู้ว่าสุดกู่อยู่หนไหน?
คุกนรกสุดสยองล้วนกองไฟ ร่างเผาไหม้เกิดใหม่ใช้โทษทัณฑ์
มรสุมเวรกรรมกระหน่ำหนัก ภูติผีทักหมาเห่าเขย่าขวัญ
วิญญาณไก่เป็ดห่านขานพร้อมกัน เซ็งแซ่ลั่นโจทก์จี้ทวงหนี้บุญ
ญาติปู่ย่าตายายที่ตายไป เกิดเป็นไก่หมาหมูอยู่ใต้ถุน
ผลวิบากกรรมโหดโทษทารุณ ลูกหลานขุ่นฆ่าขายหมายเงินทอง
๐ อันเวรกรรมทำไว้ในไตรจักร์ เบาหรือหนักพอกพูนคูณสนอง
ปราศจากมิตรศัตรูผู้ปกครอง คอยจับจ้องล้างผลาญสถานเดียว
กรรมที่สร้างไว้เสร็จสำเร็จผล ควบคุมคนผู้สร้างอย่างแน่นเหนียว
อยู่ทิศไหน?เคียงข้างไม่ห่างเชียว เกาะกุมเกี่ยวแสดงผลให้ยลยิน
พลังเวรพลังกรรมทรงอำนาจ ไม่คลาคลาดตามติดนิจสิน
ถึงเวลารุกถล่มร่างจมดิน ไม่สุดสิ้นชาติภพจบไม่เป็น
ยุติคำกลอนเรื่องไก่ไว้เท่านี้ ขอน้องพี่ทั้งหลายคลายทุกข์เข็ญ
พ้นจากความอดอยากยากลำเค็ญ ได้พบเห็นพวกไก่ให้เมตตา ฯ.......
(จาก นสพ.ธรรมะ สาส์นสวรรค์ ประจำวันที่ 1-30 เมษายน 2547)
ขอขอบคุณที่มา http://www.o2blog.com/myblog/blog.ph
------------------------------------------------------------
หยุด กิน เลิก ละ การกินไก่ เพื่อสุขภาพ และ เมตตาธรรม ลดแรงอาฆาต เวร พยาบาทจากสัตว์ผู้น่าสงสารซึ่งเป็นผู้ร่วมโลก
ไก่นำมาซึ่งโรคภัยร้ายหลาย ชนิดต่อคน
--------------------------
ข่าวด่วนจาก หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น อาซาฮี ชิมบุน หนังสือยักห์ใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น
ได้ลงข่าว ถึง เศรษฐี่ชาวญีปุ่น วัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจ ค้าขายไก่ ผลิตภัณฑ์จากไก่ และเป็นเจ้าของโรงฆ่าไก่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ได้ฆ่าตัวตายพร้อม ภรรยา โดยการดื่มยาพิษ เนื่องจากธุรกิจค้าขายไกประสพปัญหาจากโรคไข้หวัด
นกระบาด ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนได้ดำเนินการฟ้องร้อง บริษัท ซึ่งเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ต่อตระกูล
แหล่งที่มา ข่าวจาก
นสพ อาซาฮี ชิมบุน
บทกลอนเพื่อชีวิตเรื่องไก่
พระเทพวิสุทธิเมธี ป.ธ.9 (เจ้าคุณเที่ยง) เจ้าคณะภาค 11 วัดระฆังโฆสิตาราม
อย่ากินผมเลย ! กลอนสะกิดใจ
สัพเพ สัตตา เสียงร้องขอ ชีวิตจิตหวั่นไหว
เสียงห่ำหั่น เข่นฆ่า น่าสยอง
เสียงซวบซาบ ดาบคมเชือด เลือดไหลนอง
เสียงกรีดร้อง สะท้านจิต สะกิดใจ
เสียงสัพเพ สัตตา พาให้คิดว่าชีวิตนี้ มีค่า กว่าสิ่งไหน
อเวรา อย่ามีเวร อย่ามีภัย
ชีวิตใคร ใครก็หวง อย่าล่วงเกิน
ท่องสัพเพ สัตตา มาแต่ไหน ยังเข้าใจ ในเนื้อแท้ ้แค่ผิวเผิน
ยังฆ่าบ้าง กินบ้าง อย่างเพลิดเพลิน ยังใช้เงิน ซื้อชีวิต อนิจจา
สัตว์เกิดกาย มาใช้กรรม ที่ทำไว้ เป็นเป็ดไก่ กุ้งปลา ูและหมูหมา
ตามเหตุต้น ผลกรรม ที่ทำมา มิใช่ฟ้า ประทานมา ให้คนกิน
มีปัญญา แต่ไฉน จึงไม่คิด
มองชีวิต กลับเห็น เป็นทรัพย์สิน
เสียงกรีดร้อง ก่อนตาย ใครได้ยิน น้ำตาริน เมื่อถูกเฉือด เลือดกระเซ็น
พูดว่าเขา เกิดมา เป็นอาหาร เขาลนลาน หนีตาย ใครมองเห็น
เขาจนใจ พูดไม่ได ้เถียงไม่เป็น ช่างเลือดเย็น เข่นฆ่า ไม่ปราณี
มีพืชผัก มากมาย นับไม่ถ้วน ทุกกลิ่นรส สดใส หลายหลากสี
ธรรมชาติ วางไว้ อย่างดิบดี สัตว์วิ่งหนี พืชเต็มใจ ให้กินมัน
เพราะเรากิน เขาจึงฆ่า เอามาขาย เราสบาย แต่สัตว์โลก ต้องโศกศัลย์
ท่องสัพเพ สัตตา มาทุกวัน
เมตตากัน โปรดอย่าฆ่า และอย่ากิน
ประพันธ์โดย
คุณประวิทย์ ชัยศิริสัมพันธ์
เรือ่งแผ่เมตตา
>
> อยากให้เพื่อน ได้เข้าดูเวป ที่แนบมา
>
> ชีวิตที่ร่ำไห้
> เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ผลิต คือ สำนักพิมพ์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต
>
> เพื่อให้เราตระหนักถึงคำที่
> พาไปดูเบื้องหลังของชีวิตสัตว์ที่เรา-ท่านทั้งหลายบริโภคกัน ตั้งแต่ถูกเลี้ยงมา
> กระทั่งถูกลำเลียงมา ฆ่า
>
>
> มองให้เห็นถึงใจเขาใจเรา โดยเอาใจเราไปใส่ใจเขา รับรู้และรู้สึกเหมือนเขา
> นำมาเปรียบกับเราอีกที
>
>
> เป็นความจริงว่า.. สัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเขา จะเราก็ย่อมรักตัว
> กลัวตายทั้งสิ้น
>
>
> ทุกเหล่าสรรพสัตว์มีวิญญาณ การรับรู้ เจ็บเป็น กลัวเป็น
>
>
> เราท่านซึ่งเป็นมนุษย์(แปลว่าผู้ที่มีใจสูง)ที่ยังคงบริโภคสัตว์อื่นอยู่ด้วยความสะใจ
> จะสะท้อนคิดไหม ว่าหากเราโดนกระทำเช่นนั้นบ้าง
> หรืออาจจะกับพ่อแม่และคนที่เรารัก เราจะรู้สึกอย่างไร
>
>
> กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็ต้องรับกรรม
>
>
> กินตามใจปาก ตามความอยากจนเคยตัว โดยขาดปัญญา ไม่คำนึงถึงที่มา
> ว่าทุกชิ้น-เนื้อที่เข้าปาก มันคือชีวิตที่สูญเสียไป
>
>
> ว่ากันว่า "ป่าช้าที่ใหญที่สุดในโลกนี้ อยู่ที่ท้องคน" เป็นความจริง
> เพราะเติบโตมาจนบัดนี้จะมีใครสักกี่คนรู้ได้ว่า มีกี่ศพ กี่ชีวิตแล้ว
> ที่ต้องสังเวยให้แก่เรา นั้นเพราะว่ามันมากมายมหาศาล
>
>
> กระแสแห่งกรรมย่อมทำหน้าที่ของมันโดยเที่ยงธรรม
>
>
> ก่อนจะสายเกินไป มากู้เมตตาธรรมที่มันแอบอยู่ในหลืบใจเรากลับคืนมาซิครับ
>
>
> ใครที่ผ่านการเข้าค่ายคุณธรรมมาบ้างแล้ว อาจจะได้ดูบ้างแล้ว
> ก็ถือว่าเป็นการมาย้ำสำนึก เพื่อนสมาชิกอื่น ๆ ยิ่งต้องดูครับ
>
>
> เวปลิงค์ ที่เข้าไปดูได้
>
>
> http://www.youtube.com/watch?v=RxTnxG4Hzmk
>