ประเภทกีตาร์ (Types of Guitar)

          บางคนอ่านหัวเรื่องแล้วอาจจะคิดว่าทำไมต้องเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่ากีตาร์ก็มีกีตาร์โปร่งและก็กีตาร์ไฟฟ้าไงไม่เห็นจะยากเลย ถ้าคุณพูดอย่างนั้นผมก็จะบอกว่ามันไม่ผิดหรอกครับแต่คุณยังรู้ไม่หมดเกี่ยวกับเครื่องดนตรีประเภทนี้ครับ จุดประสงค์ของผมเองที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้ผู้ที่สนใจที่จะเลือกเล่นหรือเลือกเรียนได้อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องดนตรีและสไตล์การเล่นของมันให้ดีก่อนที่จะหัดเล่นหรือไปลงเรียนในสถาบันดนตรีต่าง ๆ ซึ่งสถาบันดนตรีส่วนใหญ่จะเปิดสอนหลักสูตรกีตาร์อยู่สองหลักสูตร คือ หลักสูตรกีตาร์ไฟฟ้า กับหลักสูตรกีตาร์คลาสสิค หรือบ้างแห่งจะเปิดสอนกีตาร์โพล์คด้วย ที่นี้เรามาทำความรู้จักกับกีตาร์แต่ละประเภทกัน

 

กีตาร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

กีตาร์อคูสติก (acoustic guitars) เป็นกีตาร์ที่มีลำตัวโปร่งและเล่นโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องขยายเสียง สามารถแบ่งได้อีกสองประเภทตามลักษณะของสายที่ใช้ คือ

ประเภทที่มีสายเป็นโลหะ (steel string guitar) กีตาร์ที่ใช้สายเป็นโลหะที่เรารู้จักกันก็คือ กีตาร์โฟล์คหรือกีตาร์โปร่ง นิยมเล่นเพื่อประกอบการร้องเพลงหรือเล่นรวมกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ ในรูปแบบวงดนตรี ไม่นิยมนำมาเล่นเดี่ยวเหมือนกับกีตาร์คลาสสิค เราจะได้ยินและได้เห็นกีตาร์ชนิดนี้ในเพลงทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น คันทรี บลูส์ พ๊อพร็อค หรือแม้แต่เฮฟวี่ในปัจจุบันก็ยังใช้กีตาร์โฟล์คเข้าร่วมด้วยในบางครั้ง  วิธีเล่นส่วนใหญ่จะเล่นกับ ปิ๊ค (pick) ในลักษณะของการเล่นคอร์ดและโชโล หรือจะเล่นด้วยนิ้วในลักษณะของการเกลาสายแบบ picking ส่วนน้ำเสียงที่ได้จากกีตาร์ชนิดนี้จะมีเสียงที่ใสบาง

acoustic guitar 

ประเภทที่มีสายเป็นไนลอน (nylon string)  กีตาร์ที่ใช้สายไนลอนเรามักจะเรียกกันว่า กีตาร์คลาสสิค กีตาร์ชนิดนี้มีลักษณะที่แตกต่างจากกีตาร์ที่ใช้สายเป็นโลหะตรงที่สายแล้วยังมีความแตกต่างกันอีกในด้านของรูปร่างของกีตาร์ที่มีคอที่กว้างกว่ากีตาร์ที่ใช้สายเป็นโลหะเพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นกีตาร์คลาสสิคจะใช้นิ้วดีดลงไปที่สาย กีตาร์คลาสสิคนิยมเล่นบรรเลงเดี่ยวโดยเพลงส่วนใหญ่จะเป็นเพลงสไตล์คลาสสิคที่ได้ประพันธ์มาโดยเฉพาะ ในในบางโอกาสก็สามารถนำไปเล่นแทนกีตาร์โฟล์คในสไตล์ของเพลงต่างได้เช่นกัน กีตาร์คลาสสิคนั้นจะสามารถเล่นได้สมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นทำนอง (Melody) คอร์ด (Chord) และเบสส์ (Bass) ซึ่งการเล่นกีตาร์คลาสสิคให้ได้ดีผู้เล่นจะต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ และเทคนิคมากมาย ทำให้ในการฝึกหัดนั้นต้องใช้ทั้งเวลา และความพยายามอย่างสูง

 

 

กีตาร์ไฟฟ้า (electric guitars) กีตาร์ประเภทนี้จะต้องเล่นกับเครื่องขยายเสียงจึงจะมีเสียงดังฟังได้ชัดเจน และแบ่งออกได้อีกสองประเภทซึ่งแบ่งตามลักษณะของลำตัวกีตาร์ คือ

ประเภทที่มีลำตัวตัน (solid body electric guitar) เป็นกีตาร์ที่ต้องเล่นร่วมกับเครื่องขยายเสียง (amplifier) เนื่องจากกีตาร์ชนิดนี้มีเสียงเบา ลำตัวจะมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไปตามการออกแบบของผู้ผลิต คอของกีตาร์จะบางเพื่อให้ง่ายต่อการเล่นตำแหน่งบนคอที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้เสียงที่มีความกว้างของช่วงเสียงมากขึ้น ลำตัวของกีตาร์ที่ตันจะสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการดีดสายได้น้อยกว่ากีตาร์ที่มีลำตัวโปร่ง ซึ่งเป็นผลทำให้กีตาร์ชนิดนี้มีเสียงสั้น นักกีตาร์นิยมนำไปเล่นในแนว blue และ Rock

 solid body electric guitar

ประเภทที่มีลำตัวโปร่ง (semi-hollow electric guitar) กีตาร์ไฟฟ้าที่มีลำตัวโปร่งจะมีลำตัวที่บางกว่ากีตาร์อคูสติกและมีส่วนโค้งของไม้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของลำตัว มีโฟรงเสียงเป็นรูปตัว F และมี pick guard กีตาร์ชนิดนี้จะมีช่วงเสียงที่กว้างและมีน้ำเสียงที่อ่อนหวานมากกว่าที่จะมีเสียงแหลมสูงเหมือนกับกีตาร์ไฟฟ้าที่มีลำตัวตัน ถ้าเล่นกีตาร์ชนิดนี้โดยไม่ใช้เครื่องขยายเสียงก็จะได้ยินเสียงเพียงเบา ๆ เท่านั้น แต่จะมีการรักษาเสียงได้ยาวนานกว่ากีตาร์ไฟฟ้าลำตัวตัน ส่วนกีตาร์ไฟฟ้าชนิดนี้จะนิยมนำมาเล่นเพลงในสไตล์ แจ๊ส

 semi-hollow

           ประเภทของกีตาร์ที่ผมได้เขียนไปส่วนใหญ่ได้อ้างอิงมาจากหนังสื่อ Guitar Today Book One By Jerry Snyder